2016/Jan/01

สวัสดีปีใหม่ปี 2016ครับ

ขอให้เป็นปีนี้เป็นปีที่ดีของทุกคนน่ะครับ

วันนี้ผมไปไหว้พระปีไหว้ที่เค้าเรียกว่า 初詣:はつもうで มาน่ะครับ ในอดีตที่ที่ดังๆที่คนไปมากๆ ในแถบคันโต 関東地方:かんとうちほう ผมมีโอกาสไปไหว้มาครบแล้ว อย่างเช่น ศาจเจ้าเมจิ 明治神宮:めいじじんぐう คาวาซาคิไทชิ 川崎大師:かわさきたいし นาริตะซัง 成田山(成田山新勝寺):なりたさん(なりたさんしんしょうじ)วัดเซ็นโซจิ 浅草寺:せんそうじ ดูได้จากเรื่องเก่าที่

新聞男 : เที่ยวละไม ไปดั่งใจ...วัดเซ็นโซจิ, อาซาคุซะ  แล้วก็ไม่ใช่ไหว้พระปีใหม่ แต่ตอนไปอิเซะจินกู 伊勢神宮:いせじんぐう ก็ดูได้เช่นกันจากในหัวข้อ  元新聞男 : เที่ยวละไม ไปดั่งใจ...「伊勢神宮」 อิเซะจินกู วันปล่อยผี หนีงาน เที่ยวศาลเจ้า (เขียนไว้เมื่อเกือบหกปีที่แล้ว แถมยังไม่จบสมบูรณ์อีกต่างหาก)โดยเจ็ดแปดปีหลังนี้ที่ญี่ปุ่นบูมเรื่องพาวเวอร์สปอร์ต パワースポット เช่นศาลเจ้าดังๆ วัดดังๆ ภูเขา(ฟูจิซังก็เป็นหนึ่งในนั้น) ไปเพื่อขอแบ่งรับพลังงานจากธรรมชาติบ้าง เทพเจ้าบ้าง(ก็ว่ากันไป) ผมก็ไปขอผมเองเกือบทุกปี ปีไหนอยู่ญี่ปุ่น ถ้าไม่ขี้เกียจเกินไปก็จะไป 

คะชิม่าจินกู 鹿島神宮:かしまじんぐう ซึ่งเป็นที่สถิตของเทพทาเคะมิกะทซึโนะจิタケミカヅチ อันเป็นเทพเจ้าแห่งการต่อสู้แข่งขัน คนที่จะแข่งขัน ต้องการจะชนะจะมาขอพรที่นี้กันมาก และถือว่าเป็นศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงมากที่สุดที่หนึ่งในจังหวัดอิบาราคิ 茨城県:いばらきけん แล้วนับได้เป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในแถบคันโตด้วย

โดยผมไปสตาร์ทที่สถานีโตเกียวทางออกยาเอะซึใต้ 東京駅八重洲南口:とうきょうえきやえすみなみぐちในเวลา7:40 ที่ท่ารถบัสเบอร์หนึ่ง หาง่ายครับออกมาจากทางออกยาเอะซึใต้แล้วเจอเลย (โดยจะมีรถออกทุกๆ 20นาที)หากจะไปด้วยรถไฟก็สามารถไปได้น่ะครับ สำหรับคนที่มี JR PASSแต่ต้องต่อรถหลายรอบหน่อยแล้วอาจจะต้องรอรอบรถไฟเพราะว่าเป็นสถานีต่างจังหวัด รอบรถไฟไม่มาก(ใช้เวลาประมาณ 2ชั่วโมงครึ่ง)
 
 
แล้วอย่าลืมซื้อน้ำดื่มและขนมเล็กๆน้อยๆติดตัวไปด้วยเพราะต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง แต่ระวังนิดหน่อยอย่าไปขี้นนั่งรอบที่เขียนว่าไปคะชิม่าเซ็นทรัลโฮเต็ล 鹿島セントラルホテル หรือ คาชิม่าสเตเดี้ยม เพราะไปเหมือนกันครับแต่วนไปไม่ถึงศาลเจ้า (ไอ้ผมก็เกือบไปแล้ว ดีที่ฉุกคิดแล้วถามคนขับรถก่อนจะจ่ายเงินไป) 高速バスเดี๋ยวนี้ก็ดีน่ะครับใช้การ์ดPASMOได้ SUICAก็ด้วย แปะปิ๊ดเดียวผ่านฉลุย(แต่อย่าลืมเติมเงินเข้าบัตรก่อน) ค่ารถบัสก็หนักเอาการน่ะครับ ขาเดียว 1830 เยนสำหรับผู้ใหญ่ เด็ก 920เยน ปกติแล้วรอขึ้นรถได้เลยไม่ต้องจองที่นั่งก่อน (แล้วเค้าก็ไม่เปิดให้จองด้วย) แต่วันนี้คนแยะมากรอไปหนึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ขึ้น (ตอนแรกว่าจะขึ้นรอบ 6:40 รอไปรอมาได้ขึ้นรอบ 7:40) มารู้ที่หลังว่าคนกลับมาจากโตเกียวดิสนี่ย์มากกว่าจะไปคะชิม่าจินกูอีกเห็นถือถุงดิสนี่ย์แลนด์กันให้เกลื่อนอยู่ และถ้าเป็นวันที่มีแข่งฟุตบอลเจลีคที่สนามเหย้าของทีมคาชิม่า แอนเลอร์ 鹿島アントラーズ:かしまあんとらーずแล้วล่ะก็คนจะยิ่งมากน่ะครับ  จากนั้นนั่งชิลๆ แค่สองชั่วโมง จริงๆแล้วน่าจะเร็วกว่านั้นเพราะไปวนอ้อมที่ในตัวเมืองคะชิม่าที่อื่นๆก่อนวกเข้า
ลงรถที่ป้าย 鹿島神宮:かしまじんぐう แล้วเดินย้อนกลับไปสองไฟแดงใกล้ๆครับ ข้ามไปฝั่งตรงข้ามเดินตรงไปเรื่อยๆก็จะเจอเสาโทริอิหินขนาดใหญ่ เลี้ยวขวา
แปลกๆไหมครับ มีแต่ร้านขายของ 屋台:やたい
ตอนผมไปถึงความรู้สึกแรกคือ คนไม่หนาแน่นดี (แต่ก็แยะน่ะครับ) สมกับที่เป็นที่ดังแต่อยู่นอกกรุงโตเกียว จากนั้นเดินลอดผ่านจากเสาหินโทริอิใหญ่เข้าไปจะพบกับซุ้มประตู 楼門:ろうもん
เห็นแถวที่ต่ออยู่ด้านหน้าไหมล่ะครับ เป็นแถวที่ต่อเพื่อจะล้างชำระความไม่บริสุทธิ์กัน ก่อนเข้าศาลเจ้า 手水舎:てみずしゃ(ที่นี้ดีน่ะครับ มีเขียนบอกลำดับ 作法:さほうด้วย)
 -เอามือขวาหยิบกระบวยตักน้ำที่คว่ำอยู่ แล้วตักน้ำมาล้างมือซ้ายก่อน
 -เปลี่ยนเอากระบวยตักน้ำไปมือซ้ายแล้ว ตักนำ้มาล้างมือขวา
 -เปลี่ยนเอากระบวยตักน้ำไปมือขวาอีกครั้ง ตักนำ้มาล้างมือซ้าย
 -เอาน้ำในมือซ้ายบ้วนปาก(เช็คปากพอเป็นพิธี) แล้วบ้วนทิ้ง
 -ล้างมือซ้ายอีกที (เพราะเมื่อกี้ไปโดนปากที่ยังไม่ได้ล้างก่อน)
 -ยกกระบวยล้างที่จับเพื่อให้บริสุทธิ์สะอาก
 -นำไปคว่ำเก็บที่เดิม
 

จากนั้นผมก็ลอดประตูซากุระเข้าไป ถ้าเป็นคนที่พอรู้เรื่องหน่อยจะไม่เดินเข้าไปที่ตรงกลางของทางเดินหรือซุ้มประตู เพราะว่าเค้าถือว่าตรงกลางเว้นไว้ให้เทพเจ้าเดินผ่าน (เราปุถุชนเดินทางเท้านั่นแหละครับ แต่ให้ความเคารพด้วยการมาเดินด้านริมๆ)

เข้าไปก็จะพบกับ ที่นี้เข้าไปก็จะเห็นฮอนเด็น 拝殿:はいでん อาคารสำหรับสักการะเลย(ไม่ต้องเดินไกล)

 มาถึงตรงนี้ก็มีแถวยาวอีก ทั้งที่เค้าเตรียมที่รับเงินบริจาค 賽銭箱:さいせんばこ ให้ยาวขึ้นเรียงตลอดหน้า คนเค้าก็ยังไปต่อเพื่อจะลอดเสาโทริอิไปไหว้ขอพรตรงกลางกันอีก (ไอ้ผมไม่ค่อยจะอะไรมาก ก็จะที่ค่อนๆตรงกลางแล้วสักการะไป รอต่อแถวแค่ไม่ถึงห้านาที)
จากนั้นเลยถัดเข้าไปด้านในอีก จะพบกับ ส่วนที่เลี้ยงกวาง ซึ่งมีความเชือว่าเทพทาเคะมิกะทซึโนะจิใช้เป็นสัตว์พาหนะ แล้วกวางก็ยังเป็นที่มาของชื่อศาลเจ้าด้วย โดยคำว่า鹿:しか ซึ่งหมายถึงกวาง ว่ากันว่าเทพทาเคะมิกะทซึโนะจิได้ขี่มาไปที่นาราแล้วเหลืออยู่ ทำให้นารามีกวางอาศัยอยู่จนถึงทุกวันนี้
จากที่ดูแล้วมีกวางอยู่ไม่มากน่ะครับ เห็นราวสิบกว่าตัว แถมถ้าจะเข้าไปใกล้จะต่อซื้ออาหาร(แครอทสดหั่น)กับร้านขายของฝากที่อยู่ใกล้ๆด้วย ไม่งั้นไม่ให้เข้า เมื่อเทียบกับกวางที่นาราต่างกันแยะครับ จำนวนเยอะกว่า มีอิสระมากกว่าด้วย
จากนั้นเดินลึกเข้าไปอีกประมาณสองร้อยเมตร จะเป็นที่ตั้งของโอะคุอิน 奥院:おくいん เป็นศาลเจ้าเก่า(รุ่นที่แล้ว ที่โทคุกาว่า อิเอะยาสึ 徳川 家康:とくがわ いえやす ได้สั่งสร้างถวาย ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติสำคัญทางวัฒนาธรรม 重要文化財:じゅうようぶんかざい) ก่อนที่จะสร้างใหม่แล้วย้ายมาที่นี้(โดยปกติแล้วศาลเจ้าจะมีการสร้างใหม่ เหมือนการย้อนกลับมาสู่ชีวิตใหม่ที่มีการ renew ตลอด จึงจะรักษาความเป็นนิรันตร์ไว้ได้ ที่อิเซะจินกู หรือ อิทซึโมะไทชะ 出雲大社:いづもたいしゃ ก็ทำอย่างนี้ 遷宮:せんぐうเช่นเดียวกัน)
รูปนี้ก็เป็นป้ายเขียนถึงวิธีการสักการะเทพเจ้าในศาลเจ้าคะชิม่านี้ โดย 二拝(にはい) 二拍子(にびょうし) 一拝(いちはい) คือ ก่อนอื่นคำนับสองครั้ง ตบมือสองครั้ง(เรียกความสนใจจากเทพเจ้า) แล้วพนมมือไว้อย่างนั้นเพื่อขอพร เมื่อขอพรเสร็จแล้วก็คำนับอีกหนี่งครั้ง เป็นอันเสร็จขั้นตอน (แต่ละศาลเจ้า แต่ละวัดในญี่ปุ่นก็จะมีวิธีสักการะที่แตกต่างกันไปบ้าง ให้ดูๆตามคนญี่ปุ่นน่ะครับ)
 
หลังจากนั้นผมก็เดินอ้อมไปทางด้านหลังของโอะคุอิงเพื่อไปยังคานาเมะอิชิ 要石:かなめいし (แปลตรงตัวคือหินหลัก) ซึ่งอยู่ถัดเข้าไป ตามทางเดินก็จะมีต้นสนอายุเป็นร้อยปีขึ้นไปเรียงรายอยู่น่ะครับ ที่ต่างไปจากศาลเจ้าใหญ่โดยทั่วไปก็คือ ส่วนบริเวณป่ารอบศาลเจ้านั้นเปิดให้ใช้เป็นสวนสาธารณะ(ทางเดินลัดผ่านระหว่างถนนด้วย) 
 
ความสำคัญของคานาเมะอิชิก็คือ ด้วยความเชื่อที่ว่าญี่ปุ่นนั้นอยู่ตั้งอยู่บนหลังของปลาดุกยักษ์ 大鯰:おおなまず หากปลาดุกยักษ์นั้นมีการขยับตัวก็จะทำให้เกิดแผ่นดินไหวขึ้น เทพทาคะมิกะทซึโนะจิจึงใช้หินใหญ่(ซึ่งก็คือคานาเมะอิชิ)ตรึงหัวปลาดุกยักษ์ไว้ไม่ให้ขยับดิ้นไปมาได้มากนัก แล้วนี่ก็เป็นเหตุผลจึงทำให้มีคานาเมะอิชิในศาลเจ้า กระจายทั่วไปในญี่ปุ่น (ที่คะโทริจินกู 香取神宮:かとりじんぐうก็มี)
รูปสลักเทพทาคะมิกะทซึโนะจิกำลังยึดปลาดุกยักษ์ (ทางเข้าไปยังคานาเมะอิชิ)
คานาเมะอิชิถูกล้อมรั้วแล้วสร้างเป็นคล้ายกับศาล แต่ก็ยังให้คนไปสักการะและโยนเหรียญเข้าไป(พ่อลูกที่อยู่ข้างหน้าผมดีใจใหญ่ ปีนี้โยนเหรียญแล้วไปโดนที่หินพอดี หลังจากที่พยายามมาหลายผี ตอนผมโยนก็โดนตัวหินเหมือนกัน แต่ก็คิดไว้ว่าจะถ้าจะให้ดีที่สุดต้องให้ไม่กระเด็นออกไปข้างนอก หล่นพอดีที่หิน)
 
 คานาเมะอิชิกับเหรืยญที่ผู้คนโยน
แล้วผมก็ไปอีกเดินลงจากเขาเพราะที่ตั้งของศาลอยู่บนยอดเขา(แต่ไม่สุงน่ะครับ)เพื่อลงไปยังสระมิทาราชิ 御手洗池:みたらしのいけ ที่เกิดจากตาน้ำจากภูเขาที่มีศาลเจ้าอยู่ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ด้านหลังของสระจะมีแอ่งน้ำที่รวมน้ำไหลจากตาน้ำ มาให้ดื่ม คนก็ต่อแถวกันอีกน่ะครับ บางคนเอาขวด เอากระบอกมากรอกกลับไปด้วยก็มี แต่ป้ายก็เขียนไว้น่ะครับว่า ต้องต้มก่อนดื่ม(แต่ละปีจะมีพิธีลงแช่น้ำฤดูหนาว 大寒禊:だいかんみそぎในสระนี้ ปี 2016 จะจัดขึ้นในวันที่ 17 มกราคม)
 จากรูปจะเห็นต้นไม้ใหญ่ที่งอกออกมาจากเขาในแนวขวางดูแปลกตา
 
 รูปของแอ่งที่พักรวมน้ำจากตาน้ำให้ตักเพื่อดื่มหรือกรอก
 
 
รูปข้างบนเป็นดังโกะสามสี 三色団子:さんしょくだんご คือดังโกย่างมิโซะ味噌焼き:みそやき คุซะดังโกะ草団子:くさだんご(ผมชอบดังโกะชนิดนี้ที่สุดเพราะมีกลิ่นหอมจากหญ้าบวกกับความหวานทีเข้ากันของถั่วแดงกวน) คิบิดังโกะきび団子:きびだんご (ดังโกะที่โมโมะทาโร่แบ่งให้ไก่ป่า หมา ลิงกิน)ที่จะแพงกว่าที่เป็นชนิดเดียวอยู่ห้าสิบเยน(350เยน) จากร้านอิคคิว 一休:いっきゅう ที่อยู่ติดกับสระมิทาราชิ นอกจากนี้แล้วยังมีเหล้าหวาน (เนื่องจากเป็นเทศกาลปีใหม่) อาหารต่างๆโซบะ อุด้ง ในร้านก็มีที่นั่ง แล้วด้านนอกก็จัดที่นั่ง(เ่หมือนนั่งดื่มชา)ก็มีให้เลือกแล้วแต่ชอบบรรยากาศ
แล้วผมก็เดินกลับไปขึ้นไปที่เขา ในศาลเจ้าอีกครั้งเพื่อจะไปบริจาคขอเครื่องราง お守り:おまもり โดยเฉพาะที่นี้ศาลเจ้าคาชิม่านั่นมีชื่อเสียงด้านดวงการแข่งขันเสี่ยงโชค 勝負運:しょうぶうん แล้วเสี่ยงทายโชคครั้งแรกของปีใหม่นี้ด้วยโอะมิคุจิ おみくじ ส่วนบอกลำดับของโชคในการเสี่ยงทายจากมิคุจิตามสำนักดูแลศาลเจ้าของญี่ปุ่น 神社本庁คือ โชคดีใหญ่大吉:だいきち>โชคดี 吉:きち> โชคดีกลาง中吉:ちゅうきち>โชคดีเล็ก小吉:しょうきち>ใกล้โชคดี末吉:すえきち>ซวย凶:きょう แต่ถ้าจับได้ที่ไม่ชอบหรือไม่พอใจ ก็ให้ไปผูกกับต้นไม้หรือที่ที่จัดไว้ให้ในวัดหรือศาลเจ้าเพื่อแก้เคล็ด อีกอย่างคือเดี๋ยวนี้บางวัดหรือศาลเจ้าใหญ่ๆดังๆ จะไม่มี凶อยู่ในมิคุจิแล้วเพราะว่าทำให้คนที่จับได้คิดมาก บางครั้งเป็นต้นเหตูคิดทำบ้าๆไปก็มี
เสร็จจากไหว้พระเรียบร้อยแล้วผมก็ไปที่หอสมบัติ宝物館:ほうぶつかんที่แสดงดาบตรง 直刀:ちょくとう ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติชาติของญี่ปุ่นจัดแสดงอยู่ เป็นห้องแสดงงานเล็กๆน่ะครับ ที่น่าสนใจมีแค่ดาบตรงที่ยาวกว่าสองเมตร สร้างขึ้นราวพันสามร้อยปีก่อน ของจริงจับไม่ได้ ถ่ายรูปก็ไม่ได้ แต่ว่าด้านหน้าตู้มีดาบจำลองที่มีขนาดน้ำหนักเดียวกันให้ลองยกดู (ยกด้วยมือเดียวที่ด้ามดาบไม่ขึ้นครับ)
 
ก็กลับมาที่สถานีโตเกียวด้วยรถบัสเช่นเดิม โดยเดินลงจากศาลเจ้าไปยังสถานีเจอาร์คาชิม่าจินกู JR鹿島神宮駅ที่อยู่ด้านล่าง เดินไปประมาณสิบนาทีได้ หน้าสถานีก็จะมีศูนย์ประชาสัมพันธ์สำหรับนักท่องเที่ยวของเมือคาชิม่า 鹿嶋市観光案内所:かしまいかんこうあんないしょอยู่ด้วยน่ะครับ(ถ้าต้องการรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆในเมืองก็ไปได้)
ระหว่างทางไปสถานีนั้น ผมไปเจอรูปปั้นของทซึคะฮาระ โบะคุเด็น 塚原卜伝:つかはら ぼくでん เป็นนักดาบไร้พ่ายในสมัยเซ็นโคะคุ 戦国時代:せんごくじだいเกิดเมืองนี้และเป็นสืบเชื้อสายนของผู้ดูแลศาลเจ้าคาชิม่าด้วย (ทางNHKเคยเอาไปทำละครฉายเมื่อสามปีที่แล้ว) นี่ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้นักเคนโด้ นับถือศาลเจ้านี้กันมาก
รูปปั้นของทซึคะฮาระ โบะคุเด็น ตรงสถานที่ที่เกิด
 
 สถานีคาชิม่าจินกูครับ เล็กๆหย่อมๆ
โดยที่รถบัสขากลับนั้นจะไปจอดที่สถานีโตเกียวทางออกนิฮอนบาชิน่ะครับ ไม่ได้กลับไปที่ขึ้นที่เดิม(ระวังกันนิดหนึ่ง)
ถ้ามีโอกาส(ไม่จำกัดว่าต้องเป็นช่วงปีใหม่ก็ได้)ก็อย่าลืมไปสักการะกันน่ะครับ
 
จากใจ © JAN 2016 元新聞男
 

元新聞男
View full profile