2010/Aug/26

กลับมาแล้วครับ พร้อมกับความชกช้ำทางร่างกาย แถมด้วยความหนำใจที่เอาตัวเองไปทรมาณ แทนที่จะซื้อทัวร์ไปเที่ยวโซล สำนักเสียใจเล็กน้อยถึงปานกลาง (สิ่งที่ผมรู้สึกสำนักเสียใจในการเดินทางครั้งนี้ จะเขียนไว้ด้วยตัวอักษรสีแดงน่ะครับ เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจไม่ให้ใครพลาดไปอย่างผม) เพื่อไม่ให้ความขี้เกียจเข้ามาครอบงำจนไม่ได้เขียนอีก จึงต้องรีบเขียนทันที

คืนก่อนไปตั้งใจว่าจะนอนให้หนำใจ เก็บไว้เสียก่อน แต่ไปๆมาๆ ก็ติดใจเรื่องการจราจรขาไป ก่อนนอน พอลองกลับไปดูอีกที เจอว่าวางแผนไว้ค่อนข้างจะกระชั้นชิดไป ต่อรถไฟใช้เวลามากไป เลยตั้งใจว่าจะต้องออกเช้ากว่าจะวางแผนไว้ในตอนแรก (ดูรายละเอียดได้ใน 元新聞男:เที่ยวละไม ไปดั่งใจ...「富士山」ฟูจิซัง พักร้อนกับภูเขาหนึ่งในญี่ปุ่น ภาคตระเตรียมการ)

ออกจากห้องเดินไปสถานีโทโคโรซาว่าของบริษัทเซบุ 西武:せいぶ เพื่อขึ้นสายเซย์บุชินจูกุ 西武新宿線:せいぶしんじゅくせん(ที่ผมเลือกมาอยู่สถานีนี้ก็เพราะว่าที่นี้มีรถไฟผ่านเข้าไปในกลางโตเกียวถึงสองสายหลัก เป็นสถานีหลักที่มีรถด่วนพิเศษมาจอด แล้วยังมีรถไฟรอบพิเศษที่ต่อเชื่อมเป็นรถไฟใต้ดินของโตเกียวโดยตรงอีกด้วย ถือว่าการคมนาคมทางรถไฟดีที่สุดในแถบนี้เลยก็ว่าได้) ไปลงที่สถานีทะคะดะโนะบาบะ 高田馬場:たかだのばば เพื่อเปลี่ยนรถไฟไปยังสถานีชินจูกุเพื่อต่อ รถไฟของบริษัทโอดาคิว 小田急:おだきゅうที่สถานีชินจูกุจะมีรถไฟหลายบริษัทใช้สถานีร่วมกันอยู่ จะยุ่งยากมากในการต่อรถไฟ (ดีที่เดี๋ยวนี้มีทางออกที่เชื่อมต่อกันโดยตรงซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ต้องอ่านป้ายเพื่อหาทางออกให้ถูก)เพื่อไปยังสถานีชินมะทซึดะ 新松田:しんまつだ เพื่อต่อรถไฟที่สถานีมะทซึดะ 松田:まつだ (อันเป็นสถานีของเจอาร์ สถานีรถไฟของญี่ปุ่น มักจะมีชื่อที่ใกล้ๆกัน เช่น ชินมะทซึดะกับมะทซึดะ แล้วแต่ว่าใครมาตั้งสถานีก่อนหลัง ชินแปลว่าใหม่ครับ) ไปยังสถานีโกะเท็นบะ ที่ต้องต่อรถไฟถึงสามต่อ ก็เพื่อจะให้ได้ค่าเดินทางที่ถูกที่สุดน่ะครับ ประมาณว่าอยากลองว่าจะได้ถูกที่สุดแค่ไหน แต่วิธีนี้มีข้อเสียคือต้องต่อรถไฟหลายต่อ ทำให้เสียเวลา และเสี่ยงที่จะตกรถไฟ เพราะว่าจากมะทซึดะไปยังโกะเท็นบะนั้น เป็นรถไฟสายท้องถิ่น บวกกับที่ยังเป็นวันธรรมดาอีกด้วย รถไฟมีแค่ชั่วโมงละเที่ยวเท่านั้น ถ้าพลาดไปล่ะก็ แผนทุกอย่างพังพินาศหมดเลยล่ะครับ (ไม่อยากเสียเงินก็ต่อแลกมาด้วยความยุ่งยาก อย่างนี้ล่ะครับ มาคิดได้ตอนหลังว่าเสียเงินเพิ่มอีกหน่อย ดีกว่าแยะเลย) ที่สถานีชินมะทซึดะก็ยังพอมีเวลาอีกนิดหน่อย ประกอบกับเป็นเวลาเที่ยงด้วย เลยแวะกินนิคุโซบะที่ร้านโซบะที่ตั้งอยู่หน้าสถานีพอดีเป็นข้าวเที่ยง แล้วแวะคอมบินี่หาซื้อขนมปังตุนไว้เป็นอาหารยามฉุกเฉิน เพราะดูจากเวลาแล้วคงไม่มีเวลาพอที่จะไปหาซื้อที่อื่นได้อีกแล้ว (ได้ยินมาว่าถ้าไปซื้อเอาที่ฟูจิแล้วละก็จะแพงกว่ามาก) เมื่อถึงสถานีโกะเท็นบะ ก็ใกล้เวลาของรถบัสที่จะออก แล้วก็รีบไปที่ป้ายรถ(ตอนแรกคิดว่าจะอยู่ใกล้ ที่ไหนได้ลงจากสถานีปุ๊ปก็เจอเลย) ซื้อตั๋วรถบัสขาเดียว ¥1,500  (ตั๋วไปกลับถูกครับ แต่ผมอยากลองขึ้นลงคนละทาง จากทางขึ้นที่มีอยู่ทั้งหมดสี่ทาง) มีทั้งฝรั่ง ทั้งญี่ปุ่นมาต่อแถวรออยู่แล้ว ที่ดูแล้วตกใจคือแหม่มสองคน(คนฝรั่งเศสมั่ง) นุ่งกางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด ถือถุงพลาสติกกับแผนที่ฟูจิ  (ในใจก็คิดว่า ด้วยเสื้อผ้าแบบนี้จะไปฟูจิจริงๆหรือ จะรอดไหมเนี่ย)

 HIMG0192

ป้ายรถหมายเลขสามของบริษัทฟูจิคิว 富士急:ふじきゅう 

รถบัสจะไปส่งถึงชั้นที่ห้าของความสูงในทางเข้าซุบาชิริ  ในตอนที่นั่งรถบัสอยู่นั้นก็ผ่านไปเจออุบัติเหตุพอดี เป็นมอไซด์ชนประสานงานกับรถเก๋ง โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไรมาก คนขับมอไซค์แค่ยืนงงๆ แต่ล้อหน้าบิดไปเสียครึ่ง รถเก๋งกระโปรงหน้าด้านขวายุบหายไป (ดีที่เป็นวันธรรมดา รถไม่ได้เยอะ ไม่งั้นเสียเวลานานแน่ แต่ในใจก็คิดว่าออกแล้ว เจอของดีตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นเลย ใจคอเริ่มไม่ค่อยดี) คนขับรถเมล์ก็แสนจะใจดี จะเข้าโค้งแต่ละทีก็จะบอกอย่างละเอียด รายงานสภาพอากาศด้วย(ตอนแรกได้ยินว่ามีหมอกหนาลง ทัศนวิสัยไม่ถึงสิบเมตร ใจคอก็ไม่ค่อยดีแล้ว) รถบัสนั้นกลางทางจะต้องปิดแอร์เพื่อให้รถมีแรงพอที่จะขึ้นเขาได้ แต่ก็ไม่รู้สึกร้อน เพราะว่ายิ่งสูงยิ่งหนาว และค่อยๆลึกเข้าไปในกลางป่าเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะผ่านฐานของกองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่น 自衛隊:じえいたい ที่ตั้งอยู่รอบๆ

ใช้เวลานั่งรถบัสอยู่ประมาณเกือบชั่วโมง ก็มาถึงชั้นที่ 5 ใหม่ 新五合目:しんごごうめ ของทางเข้าซุบาชิริอันเป็นจุดเริ่มต้นของการขึ้นฟูจิซังในครั้งนี้ พอลงจากรถ สิ่งแรกที่เห็นคือแถวคนรอรถเพื่อจะกลับลงไป ที่รอต่อกันยาวพอสมควร ต่อไปคือห้องน้ำที่ต้องเสียค่าเข้าครั้งละ ¥200 (ต้องหยอดลงกล่องหรือกระป๋องตามคำร่ำลือ) ที่ทางเข้านี้ถึงแม้จะไม่มีศูนย์ข้อมูลบริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่แต่จะมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูล (สภาพอากาศ สภาพภูเขา ความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว)และแจกเอกสาร(แผนที่)อยู่ หากยังไม่มีแผนที่หรือข้อสงสัยอะไร อย่าลืมใช้บริการกัน (ภาษาอังกฤษก็ใช้ได้ครับ เพราะเห็นมีแต่ฝรั่งถาม) สภาพอากาศก็ครึ้มๆ ดูๆแล้วฝนไม่น่าจะตก แต่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับข้างล่างที่แดดจ้า ร้อนตับเแลบ(ถึงตอนนี้ผมใส่เสื้อแจ๊กเก็ตกันลมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว) 

HIMG0196

ภาพทางขึ้นในด้านซุบาชิริครับ เล็กกว่าที่คิดไว้มาก ร้านค้าก็มีตั้งอยู่สี่ห้าร้านเอง ขายแต่น้ำกับอาหาร ผิดกับทางขึ้นในด้านโยชิดะที่เคยเห็นในทีวี มีร้านใหญ่มากๆ มีทุกอย่างขายหมด ไปรษณีย์ ห้องอาบน้ำยังมีเลย สิ่งที่ควรซื้อติดตัวไว้อย่างยิ่ง แต่ผมทะลึ่งไม่ได้ซื้อไว้คือ ไม้เท้าหกเหลี่ยม 金剛杖:こんごうづえ

HIMG0221 

ในภาพเป็นไม้เท้าหกเหลี่ยมที่ตั้งขายอยู่มีทัั้งขนาดเล็ก 小 กลาง 中 และใหญ่ 大 (ให้เลือกเหมาะกับความสูง ความถนัดในการใช้ ขนาดสำหรับเด็กก็มีขายในบ้างที่) นอกจากช่วยในพยุงตัวการเดินแล้ว ยังเป็นของสะสมอีกด้วยน่ะครับ เพราะว่าในบ้านพักหรือร้านค้าที่ชั้นความสูงต่างๆจะมีการประทับตราเผาที่ระลึก 焼印:やきいん ว่าได้มาถึงที่นั้นๆแล้ว  (ครั้งหนึ่งก็ ¥200 ) ยิ่งมีมากก็แสดงว่ามาหลายครั้ง และขึ้นจากทางขึ้นหลายๆทางแล้ว อีกอย่างคือ เมื่อซื้อจากที่ไหนมักจะมีตราประทับของที่นั้น ประทับไว้ให้เรียบร้อยแล้ว (ผมแนะนำอย่างแรงว่าควรจะซื้อไว้ตั้งแต่เริ่มเลย อาจจะเหมือนว่าเกะกะในการถือบ้าง แต่หลังๆมันจะช่วยให้ไปได้ตลอดรอดฝั่งครัรบ ไอ้ผมเห็นว่าเกะกะเลยไม่ได้ซื้อ คิดผิดอย่างแรง)

ในตอนแรกๆอาจจะยังไม่ค่อยจะได้ใช้สักเท่าไหร่ แต่เมื่อยิ่งปีนขึ้นไปเรื่อยๆแล้ว ร่างกายเริ่มล้ามากขึ้นเรื่อย ตอนนั้นแหละครับที่รู้ว่าจำเป็นแค่ไหน นอกจากไม้เท้าแล้ว เครื่องดื่ม อาหารว่างติดตัว หรือ ใครยังไม่ได้กินข้าวเช้าหรือเที่ยง แนะนำให้จัดการเสียให้เสร็จที่นี้ครับ เพราะว่ากว่าจะไปถึงในชั้นต่อไปก็ใช้เวลาพอสมควร บวกกับราคาที่แพงขึ้นตามความสูงด้วย) 

HIMG0198

ผมเริ่มเดินขึ้นในราวประมาณ 14:30น.

HIMG0199

 อันเป็นป้ายแสดงแผนที่เส้นทางเดินขึ้นฟูจิ แสดงทั้งทางขาขึ้นและขาลง บอกเวลาที่ใช้ในแต่ละช่วงด้วย แต่ว่าเวลานี้เป็นเวลาเฉลี่ยคร่าวๆ สำหรับคนญี่ปุ่นทั่วไป ที่ไม่รวมเวลาพักด้วยน่ะครับ จริงๆแล้วสำหรับคนต่างชาติที่ไม่่ค่อยได้เดินเหมือนคนญี่ปุ่นแล้วล่ะก็คูณไปอีกสักเท่าหรือครึ่งเท่าน่าจะได้ (ในบางช่วงทางขาขึ้นและขาลง จะใช้ทางร่วมกันบ้างหรือแยกกันไปคนละทางบ้าง ต้องระวังน่ะครับ นอกจากเสียเวลาแล้วยังอันตรายอีกด้วย เพราะทางขาลงนั้นจะชันมากกว่า และไม่ได้ทำเพื่อเดินขึ้น ลื่นง่ายมาก อันนี้ผมหลงมาแล้ว ระหว่างทางชั้นที่ 7 กับ 8)

จากนี้ผมจะขอเขียน(บวกกับแทรกรูปประกอบ) ตามที่ได้เดินในแต่ละชั้นความสูงตามลำดับไปน่ะครับ

 - ชั้นที่ 5 五合目:ごごうめ(ความสูง 1,950 m) 〜  ชั้นที่ 6 六合目:ろくごうめ(ความสูง 2,400 m) ทางขึ้นในช่วงแรกสุดนี้ 2ข้างทางนั้นยังมีสภาพเป็นป่าอยู่น่ะครับ ในระดับความสูงมากกว่านี้จะเป็นสภาพเป็นพุ่มไม้เตี้ยๆเท่านั้น เพราะว่าอากาศที่หนาวเย็น ลมแรง ความสูงที่มากขึ้น (ทางเข้าซุริบาชินั้นเมื่อเทียบกับทางเข้าอื่นเช่นทางเข้าด้านโยชิดะ นั้นจะมีความสูงที่ตำ่กว่า ทำให้สภาพภูมิประเทศต่างกัน ยังเป็นระดับความสูงที่ต้นไม้ยืนต้นสูงอยู่ แต่มีข้อเสียที่คือต้องเดินด้านระดับความต่างของความสูงที่มากขึ้น)

HIMG0202

 ในภาพเป็นศาลเจ้าโคมิทาเคะ 古御岳神社:こみたけじんじゃ ไว้ขอพรในเดินทางโดยสวัสดิภาพ อยู่ไม่ห่างจากทางเข้านัก (เพื่อเป็นขวัญกำลังใจก็แวะสักการะ)

HIMG0203

สภาพทางด้าน และสองข้างทางในระหว่างทางในช่วงแรกๆ ที่ยังเป็นป่ารก มีไม้ยืนต้นสูงอยู่มาก ในรูปจะสังเกตุเห็นแท่งเหล็กแล้วมีเชือกร้อยผ่านปักอยู่ เป็นสัญญลักษณ์ให้รู้ว่าเป็นทางเดินขาขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จนถึงยอดเขา รวมทั้งใช้จำกัดช่องทางเดินด้วย สำคัญครับ อย่าลืมดูประกอบกับป้ายต่างๆ ให้แน่ใจ ก่อนเลือกทางเดิน

HIMG0214

หลังจากพ้นพีื้นที่ป่า(ที่เดินค่อนข้างง่าย) จะกลายเป็นทางเดินที่เป็นหินกรวดภูเขาไฟเล็กๆ จะลื่นและเดินได้ลำบากขึ้น แล้วยิ่งเดินสูงขึ้นไปเรื่อย ทางเดินก็จะมีหินขนาดใหญ่เล็กปะปนกันมากขึ้น ยิ่งเดินลำบากขึ้น ประกอบปริมาณออกซิเจนในอากาศยิ่งเจือจางขึ้น ให้หยุดพัก ถี่ขึ้นเรื่อยๆ อยากไปฝืน เพราะว่าถ้าเป็นโรคแพ้ความสูงขึ้นมาแล้วได้แต่เดินลงสถานเดียว 

HIMG0218    

 

  ระหว่างทางจะมีป้ายบอกทางต่างๆ ที่บอกทิศทาง เวลาที่เหลือ ชื่อสถานที่ ไว้เป็นช่วงๆ ในชั้นความสูงแรกๆนั้น จะมีให้เห็นค่อนข้างถี่ แต่พอสูงขึ้นจะห่างเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มี เพราะฉะนั้นให้ดูให้ดี อีกอย่างวิธีการดูป้ายที่ควรรู้คือ ส่วนล่างที่จะทาสีต่างๆไว้ ด้านซ้ายจะเขียนบอกให้รู้เป็นทางขึ้นด้านไหน (หรือดูได้จากสี เช่นสีแดงเป็นทางขึ้นด้านซุบาชิริเป็นต้น) ด้านขวาล่างจะบอกว่าเป็นป้ายลำดับเท่าไหร่ เช่น S-003 มีประโยชน์ในตอนขอความช่วยเหลือ ช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ว่าอยู่ที่ตำแหน่งใด ให้ดูและจำไว้น่ะครับ จะปลอดภัยที่สุด (ป้ายนี้กระทรวงสิ่งแวดล้อมญี่ปุ่น 環境省:かんきょうしょう ทำไว้น่ะครับ ตอนแรกดูตัวย่อแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะว่าผมดูยังไงมันก็อ่านว่าโมเอะ ^_^ MOE : Ministry Of Environment ) 

HIMG0224

ภาพนี้เป็นลูกศรแสดงทิศให้รู้ว่าทางไหนเป็นทางเดินทางขึ้น 登山道:とざんどう และเป็นทางขึ้นในด้านไหน ไม้เล็กข้างล่างจะเขียนไว้ด้วยข้อความปลอบใจ ให้กำลังใจต่างๆน่ะครับ (ส่วนน้องกระต่ายนั้นมาจากไหนไม่รู้ เห็นที่ป้ายนี้ป้ายเดียว ถูกตอกตะปูยึดไว้อย่างดี ไม่ใช่แค่เอามาวางไว้เฉยๆ)

HIMG0204

โดยเฉพาะประกาศเตือนต่างๆ เช่นป้ายระวังหินตก 落石注意:らくせきちょうい ถ้าเห็นป้ายนี้แล้วให้รีบเดินไปให้พ้น อย่าไปหยุดพักในบริเวณนั้น เพราะมีโอกาสเกิดอันตรายจากหินตกสูง ถ้ามีลมพัดแรง และป้ายห้ามเข้า 立入禁止 :たちいりきんし หรือป้ายห้ามผ่าน 通行止め:つうこうとめ เป็นต้น