2010/Aug/22

  เกือบๆหนึ่งปีที่หายไป เรียกว่าอัพเดตปีละครั้งก็ว่าได้ แถมของปีที่แล้วก็ยังไม่เสร็จ(จะหาเวลามาต่อให้จบแน่ครับ ภายในช่วงหยุดนี้ แล้วก็ขอขอบคุณที่ติดต่ออ่านกันจนมีจำนวนครั้งเกินแสนแล้ว แม้นว่าจะอัพปีละครั้ง) ไม่ใช่แก้ตัวน่ะครับ แต่ว่าปีที่แล้วหลังจากที่อัพครั้งสุดท้าย งานที่บริษัทยุ่งจริงๆ ออกทำงานต่างจังหวัดทุกอาทิตย์บ้าง ทำOTกลับรถไฟเที่ยวสุดท้ายบ้าง ค้างบริษัทบ้าง ทำงานเกือบตายทีเดียว แต่พอหมดงานแล้ว ก็โดนไล่ให้ไปเข้าอบรมโน่นนี้ ให้ไปเข้าโรงเรียนสอบเอาใบขับขี่รถอีก แถมต้องออกเงินเองทั้งหมด(สองแสนกว่าๆ ไว้จะเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ถ้ามีเวลาน่ะครับ) ใช้วันหยุดส่วนตัวอีก(13วัน)ด้วย (แต่ก็ได้ใบขับขี่มาเรียบร้อย)

ปกติแล้วไม่รู้จะไปบ่นกับใครเผลอระบายมากไปหน่อยมาเข้าเรื่ิองดีกว่าน่ะครับปีนี้ก็เป็นปีที่ 6 ที่มาอยู่ที่ญี่ปุ่น ได้ไปหลายๆที่ ทำที่อยากมาก็แยะ มีอย่างหนึ่งที่ตั้งใจไว้ แต่ยังไม่ได้ทำคือการได้ไปเยือนภูเขาฟูจิ (ฟูจิซัง 富士山:ふじさん)  พอดีปีนี้เข้าปีที่ 2 ในบริษัท เริ่มเปรี้ยว ออกลายได้ บวกกับช่วงนี้งานไม่เข้า(พูดง่ายๆคือว่างงาน)  ที่ญี่ปุ่นตอนนี้เป็นฤดูร้อนด้วย ชาวบ้านเค้าหยุดไปเที่ยว จนกลับมาหมดแล้ว คราวนี้ถึงตาเราบ้างล่ะ เลยขอหยุด 1 อาทิตย์เต็มๆ (พูดกันจริงๆคือ 9 วัน รวมเสาร์อาทิตย์เข้าไปด้วย) โดยส่วนตัวแล้วผมเคยไปเดินดุ่มๆแถวเนปาลมาแล้ว เมื่อประมาณแปดปีที่แล้ว จัดว่ามีประสบการ์ณในระดับหนึ่ง(แต่ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย อาศัยพี่ๆนำไป แถมยังเป็นคอร์สที่ง่ายๆ ไกด์ยังเรียกว่าโคคาโคลาคอร์สเลย เพราะว่าไม่ว่าไปที่ไหนก็หาซื้อโค๊กกินได้) แต่พอเริ่มวางแผนจะไปจริง หาข้อมูลตามเว็บต่างๆ แถมรุ่นพี่ คนในบริษัทบ้าง แต่พอยิ่งรู้มากก็ยิ่งรู้ว่าดูถูกภูเขาฟูจิ ประเมินตำ่ไปจริงๆ อย่างแรกคือตอนที่ไปเนปาลนั้น ค่อยๆเดินใช้เวลาเกือบอาทิตย์ไต่ไปเรื่อยๆจนถึงราวๆ 3,400 เมตรจากระดับนำ้ทะเล รอบๆข้างไปป่า ทางเดินที่ทำเตรียมไว้อย่างดี(เป็นขั้นๆ) มีบ้านคนอยู่เรื่อยๆ แต่ที่จะไปภูเขาฟูจิในครั้งนี้ บอกตรงๆ ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ ขึ้นไปจากระดับ 2,000 เมตร ไปยังยอดที่ประมาณ 3,700 เมตรภายในวันเดียว แล้วทางเดินที่เป็นหินกรวดเล็กๆของหินภูเขาไฟ  แทบไม่มีต้นไม้ ร่มไม้เลย (แน่นอนว่าบ้านคนก็ไม่มีครับ จะมีก็แต่ที่พักชั่วคราว อาจเรียกได้ว่าโรงเตี้ยมก็ว่าได้ ที่นี้เค้าเรียกว่ายามะโกะยะ 山小屋:やまごや ที่ตั้งกระจายอยู่ห่างๆ ตามชั้นความสูงของภูเขา โกเมะ 合目;ごうめ) บวกกับความต่างของอุณหภูมิตามระดับความสูง เช่น ข้างล่างที่ระดับน้ำทะเล จะร้อนตับแทบแตก(เพราะว่าเป็นฤดูร้อนอยู่ ปีนี้ญี่ปุ่นร้อนมากๆ เดิมก็ร้อนอยู่แล้ว จากความชื้นที่มีมากในประเทศเกาะ) พออยู่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จะเริ่มหนาวขึ้นเรื่อย ที่ยอดเขากลางวันจะอยู่ราวๆ 12-15 องศาในกลางวัน แต่ผมจะปีนเพื่อขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น (โกะไรโค 御来光:ごらいこう) ต้องขึ้นไปในตอนกลางคืน 夜間登山:やかんとざん อุณหภูมิจะอยู่ราวที่เลขหลักเดียว(ไม่รวมกรณีที่มีฝน หรือ ลม

ที่ผมกลัวที่สุดคือการที่ต้องขึ้นด้วยระดับความต่างของความสูงเกินพันเมตรภายในวันเดียวซึ่งอาจทำให้เกิดโรคแพ้ความสูง โคซังเปียว 高山病:こうざんびょう(เรียกถูกหรือเปล่าไม่ทราบน่ะครับ ถ้าผิดก็ขออภัย) ถ้าเป็นขึ้นมาแล้วล่ะก็ได้แต่เลิกแล้วลงเขาอย่างเดียว(คราวที่ไปเนปาล ไม่เป็นเพราะว่าค่อยๆไต่ขึ้น บวกกับวิ่งเตรียมตัวทุกวันเป็นเดือน)  กับ สภาพอากาศบนเขาที่เปลี่ยนแปลงง่าย รวดเร็ว และรุนแรง

แน่นอนครับเรื่องนี้คนญี่ปุ่นที่เคยไปมาแล้วเค้ารู้กันแทบทุกคนทำให้แทบทุกคนพูดไปเสียงเดียวกันให้เตรียมตัวให้ดีไม่งั้นลำบากแน่ ทำให้ผมต้องกลับมาคิด มาเตรียมตัวกันใหม่ มาลองดูแผน เงิน อุปกรณ์ของผมกันคร่าวๆ (เผื่อไว้เป็นตัวอย่าง แต่ถ้าจะไปจริงๆแล้วแนะนำเลยครับว่าซื้อทัวร์ไปโลด ถูกกว่า สบายกายใจกว่า เพราะมีไกด์คอยแนะนำ มีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย อย่ามาเป็นแบบผมเลย เพราะว่าไม่มีใครอยากไปด้วย เลยต้องไปคนเดียว วางแผนเอง ทำทุกอย่างเองหมด คิดแล้วก็เศร้าเล็กน้อย T_T)

วันแรกจริงๆแล้วสามารถขึ้นลงได้ภายในวันเดียวโดยไม่ต้องค้างคืนในโรงเตี๊ยมแต่ไหนๆก็หยุดยาวแล้วผมอยากจะไปเรื่อยๆลองค้างโรงเตี๊ยมดูเทียบบรรยากาศว่าเหมือนกับที่เนปาลหรือเปล่า (แต่เสียเงินเพิ่ม ไม่ค่อยอยากเท่าไหร่)

8:45  ตื่นนอน อาบน้ำ แต่งตัว กินข้าวเช้า

10:30 ออกจากห้อง เดินไปสถานีรถไฟ

10:49 รถไฟออก จากสถานีที่ผมอยู่โทโคโรซาว่า 所沢:ところざわ ในจังหวัดไซตามะ 埼玉:さいたま ไปยังสถานีโกะเท็นบะ 御殿場:ごてんば ในจังหวัดชิซุโอกะ 静岡:しずおか ค่าตั๋วอยู่ที่1940 

13:19 ถ้าไม่มีอะไรติดขัดแล้วล่ะก็สถานีโกะเทนบะ ซื้อตั่วรถบัสขึ้นเขา 登山バス:とざんばす สำหรับค่ารถบัสขาไปขาเดียวไปยังทางเข้าซุบาชิริ 須走口:すばしりぐち ¥1,500 จริงๆแล้ว ตั่วไปกลับถูกกว่าแค่ 2,000 เอง แต่ด้วยความแรดส่วนตัว ที่จะไปลงทางด้านอื่น ทางขึ้นภูเขาฟูจินั้นมี 4 ด้านคือ คาวากูจิโกกูจิ(หรือโยชิดะกูจิ)河口湖口/吉田口:かわぐちこぐち/よしだぐち ฟูจิโนะมิยะกูจิ 富士宮口:ふじのみやぐち ซุบาชิริกูจิ 須走口:すばしりぐち โกเท็นบะกูจิ 御殿場口:ごてんばぐちซึ่งทางขึ้นในแต่ละด้านก็จะมีลักษณะพิเศษ ความยากง่ายที่แตกต่างกัน ไว้จะอธิบายทีหลังครับ 

13:30  ขึ้นรถบัสขึ้นเขา รอบที่เร็วที่สุด เพื่อตรงไปยังทางเข้าซุบาชิริ 

14:30  ถึงทางขึ้นด้านซุบาชิริในชั้นที่ห้าใหม่ 新五合目:しんごごうめ แล้วเริ่มเดินขึ้นมุ่งไปยังโรงเตี๊ยมเอโดะยะ 下江戸屋:したえどや ที่พักในชั้นที่แปด 5500ต่อคืน (ไม่รวมอาหารค่ำเช้า โทรไปจองเรียบร้อยแล้วเมื่อตอนเย็น) อ่านๆดูที่นี้เคยเป็นที่มงกุฏราชกุมารญี่ปุ่นองค์ปัจจุบันเคยมาประทับ เลยคิดว่าน่าจะดีในระดับหนึ่ง ไม่รู้จริงๆแล้วเป็นอย่างไร อ่านๆดูจะที่เค้าเขียนๆไว้ ได้ความว่าไม่ค่อยจะประทับใจเท่าไหร่

19:00 เข้าเช็กอิน กินข้าวเย็น แล้วเข้านอนเพื่อเตรียมออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าต่อไป

วันที่สอง 

1:30 ตื่นเพื่อเตรียมตัวขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น (ไม่รู้ว่าจะหลับได้หรือเปล่า เพราะได้ยินที่นอนแสนแคบ)

4:30 ค่อยๆเดินขึ้น ฝ่าความหนาวเย็น คงถึงราวนี้ ส่วนจุดที่ดูพระอาทิตย์ขึ้นนั้น ไว้ถามหรือไม่ก็ไปดูที่ที่ชาวบ้านเค้าหยุดรอกันแยะ ตรงนั้นแหละ พระอาทิตย์ขึ้นประมาณ 5:00 ได้ยินมาว่าตอนรอพระอาทิตย์ขึ้นนี่แหละที่ทรมาณที่สุด เพราะว่าเวลาหยุดเดินแล้วอุณหภูมิร่างกายจะลดลงอย่างรวดเร็ว แล้วถ้ามีลมพัดมาอีกจะยิ่งแย่ 

5:45 หลังจากหยุดพักและซื้อข้าวเช้ากินแล้ว(ได้ยินว่าราคาแสนจะโหดร้าย แต่คงต้องซื้อกินไม่งั้นไม่มีแรงเดิน) ที่ยอดเขาจะมีทางเดินวนรอบปากปล่องภูเขา (お鉢巡り:おはちめぐり) โดยฟูจิซังเป็นภูเขาไฟ 火山:かざん ที่รอวันประทุอยู่น่ะครับ ระเบิดประทุครั้งสุดท้าย ได้ยินมาว่าเกิดขึ้นในสมัยเอโดะ 江戸時代:えどじだい ประมาณสามร้อยปีที่แล้ว(หวังว่าคงไม่มาเกิดเอาพอดีช่วงที่ไป จริงๆแล้วไม่อยากให้เกิดเลย) คิดว่าใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ เนื่องจากทางเดินแคบ บวกด้วยคนแยะ จุดมุ่งหมายคือยอดที่สูงที่สุดของฟูจิซังและของญี่ปุ่น เคนกะมิเนะ 剣ヶ峰:けんがみね(3,776เมตร)เพื่อถ่ายรูปที่ระลึก