2009/Oct/31

เกือบ1ปีเต็มที่ไม่ได้มาอัพกัน ตั้งแต่คราวของทาคาโอะซัง เมื่อฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วนู้นแน่ะครับ รายละเอียดดูได้ในหัวข้อ 新聞男 : เที่ยวละไม ไปดั่งใจ...「高尾山」 ทาคาโอะซัน ภูเขาในกรุง กับใบไม้เปลี่ยนสี(ไม่มาก) กลับมาคราวนี้มีหลายๆอย่างที่ต่างแตกไป อย่างเช่นชื่อบล๊อคของผมที่เปลี่ยนไปเป็น 元新聞男 ไป เพราะว่าผมได้จบชีวิต(ไม่ได้ตายน่ะครับ)ของเด็กส่งสือพิมพ์ไปเรียบร้อยแล้ว หลังจาก 4 ปีที่ไม่มีวันลืมเลือน ทั้งลำบาก สุข เศร้า เหงา รัก เจ็บไข้ อย่างที่เพื่อนผมที่มาส่งสือพิมพ์ด้วยกันว่าไว้ล่ะครับ มีเงินล้านก็ซื้อประสบการณ์แบบนี้ไม่ได้ (เพราะว่าถ้ามีเงินล้านก็ไม่ต้องมาส่งสือพิมพ์ ให้ลำบากตัวแล้วเพื่อนที่ส่งหนังสือพิมพ์ด้วยกันบอกไว้) ขอเล่าความเป็นมาของตัวผมต่อจากนั้นอีกสักหน่อยเพื่อให้ได้เข้าใจ ตอนนี้ผมได้งานทำที่ญี่ปุ่น เลยได้วีซ่าทำงานอยู่ต่ออีก 3 ปีน่ะครับ ดันผมดันสังกัดส่วนของสำรวจทางทะเล ขึ้นเรืออย่างเดียว มิหนำซ้ำว่ายน้ำก็ไม่เป็น(กรรมไม่มีแบ) จะขอบอกว่าทำงานบริษัทญี่ปุ่นนั้นลำบากมากๆครับ ทั้งภาษา ทั้งวัฒนธรรม(แตกต่างไปจากร้านหนังสือพิมพ์ และบริษัทเก่าผมอย่างสิ้นเชิง) สถานการณ์ของผมนี้เรียกได้ว่ากลับตรงข้ามกับชีวิตในอุดมคติของผมที่เคยคิดไว้เลย คงเคยได้ยินคำนี้น่ะครับ ทำงานบริษัทฝรั่ง กินอาหารจีน มีเมียญี่ปุ่น อยู่บ้านเมืองไทย ตอนนี้ผมเป็นอย่างนี้ครับ ทำงานบริษัทญี่ปุ่น กินอาหารฝรั่ง (เกือบ)มีเมียจีน อยู่บ้านญี่ปุ่น สถานภาพเลวร้ายที่สุดก็ว่าได้

ไม่พล่ามนอกเรื่องแล้วล่ะครับ มาเข้าเรื่องดีกว่า เผอิญตอนนี้ผมมาออกทำงานต่างจังหวัด ที่ญี่ปุ่นเค้าเรียกว่า 出張:ฉุดโจว อยู่ที่เมืองคุวานะ:桑名市 ตอนเหนือของจังหวัดมิเอะ :三重県 จริงแล้วๆจะต้องทำทั้งเสาร์ อาทิตย์ต่อไปเรื่อยไม่มีพัก แต่ด้วยเพราะว่าไต๋ก๋งเรือที่ใช้ในการสำรวจนั้นไปรับงานอื่น ทำให้ทำเสาร์ อาทิตย์ไม่ว่าง ประกอบกับผมทำงานไม่ได้หยุดมา 2 อาทิตย์แล้ว เลยขอรุ่นพี่หยุดพักซะ แล้วออกไปเที่ยวอิเซะจินกุ : 伊勢神宮 อย่างที่ได้ตั้งใจไว้ตั้งแต่มาคราวที่แล้ว(ผมมาที่นี้เป็นรอบที่สอง ภายในสองเดือน) 

ต่อไปผมขอเกริ่นเกี่ยวกับอิเซะจินกูสักนิดหน่อย (ตามความเข้าใจงูๆปลาๆของผม ที่อ่านมาจากไกด์บุ๊คบ้าง อินเตอร์เน็ตบ้าง) หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อหรือไม่เคยได้ยินชื่อของอิเซะจินกุ (แปลตรงตัวก็คือ ศาลเจ้าอิเซะ ที่มีที่ตั้งอยู่ที่แหลมอิเซะ ตอนกลางของเกาะฮอนชูในญี่ปุ่น) สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วอิเซะจินกูนั้น ถือว่าเป็นหัวใจแห่งลัทธิชินโตของญีั่ปุ่นก็ว่าได้ คนญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเอโดะ:江戸時代 มีความเชื่อในการมาเยือนอิเซะจินกูเพื่อสักการะเทพอะมาเทระสุ:天照大神 เทพผู้ให้กำเนิด:祖神 (คงเคยได้เห็น ได้ยินมาจากการ์ตูนกันบ้างไม่มากก็น้อยน่ะครับ เช่นเทพฤทธิ์พิชิตมารคุจากุเป็นต้น) บิดาแห่งเทพทั้งหลายของลัทธิชินโตที่ทรงสถิตย์อยู่ที่นี้ตามความเชื่อมาแต่ดั้งเดิม ซึ่งญี่ปุ่นมีความเชื่อกันว่าองค์จักรพรรดิก็ทรงสืบเชืื้อสายโดยตรงมาจากเทพอะมาเทระสุด้วย นอกจากนี้แล้วก็ยังมีศาลเจ้าย่อยๆของเทพต่างๆ(ลูกหลานของเทพอะมาเทระสุ) อยู่ด้วยเช่นเดียวกัน โดยตำนานเทพของชินโตนั้น ว่าไปแล้วมีส่วนที่คล้ายกับเทพนิยายของกรีกมาก โดยมีเทพแห่งธรรมชาติต่างๆ มีรูปแบบสังคม มีอารมณ์ต่างๆ มีตำนานเล่าขาน หากสนใจลองหาข้อมูลเพิ่มเติมกันดูน่ะครับ (ไม่งั้นยาว...)

การเดินทางไปยังอิเซะจินกูนั้นก็ค่อนข้างจะซับซ้อนนิดนึงน่ะครับ โดยถ้ามาจากโตเกียว แล้วล่ะก็ให้มาที่เมืองใหญ่ๆในแถบคันไซเช่น โอซาก้า:大阪 หรือนาโกย่า:名古屋 เสียก่อน แล้วมาต่อรถไฟไปยังสถานีอุจิยามาดะ:宇治山田 ของคินเทซึ:近鉄 หรือสถานีอิเซะชิ:伊勢市ของเจอาร์:JR ส่วนตัวผมนั้นนั่งจากคุวานะ นั่งรถไฟ(บริษัท)คินเทซึ แล้วไปต่อรถของคินเทซึอิเซะที่สถานีนาคาคาวะ:伊勢中川 แล้วไปลงที่สถานีอุจิยามาดะ ใช้เวลาทั้งหมดประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้นเอง นั่งเล่นดีเอสไปหลับไป ไม่มีความรู้สีกว่านานเลย (ค่ารถ 1170เยนต่อเที่ยว)

เมื่อมาถึงแล้วก็มาต่อรถบัสเพื่อไปยังหน้าศาลเจ้าเลยที่ป้ายรถเบอร์1หน้าสถานีเลย ค่ารถก็160เยน เมื่อจะไปหน้าศาลเจ้าล่าง 外宮:เกะกู และ410เยน เมื่อจะไปหน้าศาลเจ้าใน内宮:ไนกู (ราคาต่อเที่ยวจากหน้าสถานี)

เสริมอีกนิดครับ  อิเซะจินกูนั้นเป็นชื่อเรียกรวมๆของศาลเจ้าที่อยู่ในละแวกนี้ทั้งหมดน่ะครับ แต่ที่สำคัญๆ ที่มีผู้ศรัทธามาสักการะเป็นหลักคือ ศาลเจ้าล่าง 外宮(ชื่อทางการคือ 富受大神宮) และศาลเจ้าใน 内宮(ชื่อทางการคือ 皇大神宮) โดยศาลเจ้าล่างที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่าเกะกูนั้นเป็นที่ทรงสถิตย์ของเทพโทโยอุเคะ:富受大神 เทพแห่งอาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย:食衣住(ที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก ขาดยารักษาโรคไปอย่างไม่งั้นครบทั้งปัจจัยสี่แล้ว (สร้างหลังจากศาลเจ้าในประมาณ 500ปี) และศาลเจ้าในที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่าไนกู(อย่างที่ผมได้เกริ่นในตอนต้น) ซึ่งว่ากันว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นที่ทรงสถิตย์ของเทพอะมาเทระสุ

อันนี้เป็นแผนที่แสดงที่ตั้งทั้งศาลเจ้าในและศาลเจ้าล่างที่อยู่ค่อนข้างห่างกันทีเดียว โดยศาลเจ้าล่างนั้นห่างจากสถานีอุจิยามาดะไปประมาณ 800 เมตรเอง นั่งรถบัสก็ประมาณ 5 นาที ส่วนศาลเจ้าในนั้นนั่งรถบัสใช้เวลาประมาณ 15 นาที

ตอนแรกผมว่าจะไปที่ศาลเจ้าในเสียก่อน เพราะเห็นว่าควรจะไปสักการะเทพองค์ที่มีศักดิ์สูงกว่า แต่พอขึ้นรถบัสไปเจอป้ายประกาศ อ่านเข้าก็รู้ว่าคนญี่ปุ่นแต่โบราณ เค้าไปสักการะจากศาลเจ้าล่างไปยังศาลเจ้าใน เลยเปลี่ยนใจ 180 องศา นั่งไปลงหน้าศาลเจ้าล่างแทน

จริงๆแล้วอยากได้ป้ายไม้ที่ระลึกที่ช่วงนี้เค้าแจกวันละ 500ชิ้นเท่านั้นด้วยน่ะครับ (ส่วนตัวคันจิหวัดๆนั้น เขียนว่า ซังกู:参宮 มีความหมายว่าได้มาเยือนอิเซะจินกูแล้ว )ป้ายไม้นี้ไม่เพียงแต่แค่เป็นของที่ระลึกเท่านั้น ยังใช้เป็นส่วนลดในการซื้อของ กินอาหาร ในแถบนี้ด้วย มีรายชื่อร้านที่ร่วมรายการอยู่ในซองที่รับมาพร้อมกัน

 

ภาพทางเข้าด้านหน้าของจากทางเดินเข้าสักการะ โอโมเตะซังโด:表参道 ที่เป็นทางเข้าหลัก โอโมเตะซังโดะนี้จะเป็นทางเดินเข้าสู่วัดหรือศาลเจ้าในญี่ปุ่น มักจะมีร้านค้้าหรือร้านอาหารอยู่ อย่าลืมแวะน่ะครับ คราวนี้ผมก็ไม่พลาดเช่นเดียวกัน ติดตามต่อในตอนท้่ายๆ (นอกจากนี้ยังมีทางเข้าทิศเหนืออีกทางครับ) แผนที่ของศาลเจ้าในและศาลเจ้าล่างนั้นดาวน์โหลดได้จาก http://www.isejingu.or.jp/shosai/english/index.htm

ส่วนภาพนี้เป็นสะพานทางเข้าครับ มีชื่อเรียกด้วยน่่ะครับ คือ 表参道火除橋 แปลความหมายดูแล้วก็รู้ว่าเป็นสะพานที่ไว้กันศาลเจ้าจากไฟไหม้จากด้านนอกลามเข้ามานั้นเองโดยสร้างพร้อมกับคูน้ำล้อมรอบ เป็นการบอกอาณาเขตไปในตัวด้วย (ทางเดินนั้นเดินด้านริมของทางหรือสะพาน เพราะถือว่าตรงกลางนั้นเป็นทางผ่านของเทพเจ้า) 

ภาพนี้เป็นห้องเป็นประชาสัมพันธ์และรักษาความปลอดภัย ขอรับแผนที่(แต่เป็นญี่ปุ่น) แผ่นพับอธิบายภาษาอังกฤษ ป้ายที่เห็นอยู่ในภาพจะบอกเวลาเปิดปิดในแต่ละเดือน เพราะว่าถ้าเป็นฤดูหนาวแล้วจะมืดเร็ว จะปิดเช้าหน่อย

  ช่วงนี้เป็นหน้าของดอกเบญจมาส คิคุ : 菊 จึงมีการนำมาถวายเพื่อเป็นการสักการะและดอกเบญจามาสยังเป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงค์ญี่ปุ่นด้วย นอกจากนี้ยังมีบอนไซสวยๆมาประดับด้วยเรียบ ง่าย สวยตามสไตล์ญี่ปุ่นมากครับ

เมื่อเข้าไปจะพบกับสระน้ำมากะทามาอิเคะ 勾玉池(เป็นรูปประคำครึ่งวงกลม ครึ่งหนึ่งของสัญลักษณ์หยิน หยางน่ะครับ)สระน้ำในส่วนของศาลเจ้าล่าง ไว้เพื่อกันไฟไหม้ นอกจากนี้ยังมีเวทีที่จะมีการแสดงระบำต่างๆเพื่อถวายแก่เทพ ในงานเทศกาลต่างๆของศาลเจ้า

ทามาอิเคะนี้เป็นหนึ่งในสามเทวภัณฑ์ : 三種の神器 อันได้แก่ กระจกยาตะ 八咫鏡:やたのかがみ ประคำยาซาึคะนิ 八尺瓊勾玉:やさかにのまがたま ดาบอะมาโนะมุระคุระโมะ 天叢雲剣:あめのむらくものつるぎ หรือ ที่รู้จักกันในชื่อ ดาบคุซานางิ (ดาบในตำนาน ที่มักจะเป็นดาบที่ดีมากๆ ในเกมภาษาต่างๆ) นอกจากนี้แล้วยังเป็นสํญลักษณ์แห่งจักพรรดิของญี่ปุ่นด้วย 

 

  เมื่อเดินถัดเข้าไปจะพบกับสิ่งปลูกสร้างที่่ใหม่ สวยงาม  แต่ไม่ใช่ตัวศาลเจ้าใดๆน่ะครับ เป็นสถานที่ประกอบพิธีเท่านั้นน่ะครับ เช่น แต่งงาน อวยพร เป็นต้น ตามพิธีกรรมของชินโต ด้านล่างเป็นค่าประกอบพิธีต่างๆ ตั้งแต่ห้าพันถึงห้าแสนน่ะครับ

  ภาพนี้เป็นหินที่ตั้งอยู่หน้าทางเข้าศาลหลัก:御正殿 เชื่อกันว่าเป็นแหล่งรวมพลังงานให้กับศาลหลัก สัมผัสแล้วจะรู้สึกอุ่นจากพลังที่รวมรวบ ลุงๆป้าๆเลย ต่อแถวกันไปแตะ ไปจับดู ตัวผมลองดูแล้วเหมือนกัน แต่ไม่เห็นจะรู้สึกอุ่นอะไรเป็นพิเศษเลย แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลน่ะครับ

  ภาพนี้เป็นทางเข้าศาลหลักครับ ตัวศาลเรียบง่าย แต่เคร่งขรึม สมกับเป็นศาลเจ้าแบบโบราณดั่งเดิม แต่จะสังเกตุว่าหลังคา มีรูปร่างพิเศษเป็นรูปแบบพิเศษเฉพาะศาลเจ้าในอิเซะเท่านั้น(เท่าที่ผมรู้น่ะ) ตัวศาลที่เห็นในรูปด้านขวานั้นเป็นเพียงตัวศาลในด้านนอกสุดที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าสักการะเท่านั้นน่ะครับ ด้านในถัดเข้าไปยังมีศาลหลักตัวจริงที่เป็นที่ประทับของเทพอยู่ อยากถ่ายรูปมาให้ดูกัน แต่เค้าห้ามน่ะครับ แถมด้านในยังมีเจ้าหน้าที่ดูแลยืนอยู่ด้วย 

  ดูกันชัดๆกันอีกรูป กับแบบหลังคาที่เรียกว่ายุยอิซึชินเมซึคุริ:唯一神明造 มีลักษณะพิเศษคือ จะมีไม้ขวางปิดทอง 9ท่อนวางอยู่บนสันของหลังคา ซึ่งมีเพียงแต่ในศาลหลักของศาลเจ้าล่าง และศาลหลักของศาลเจ้าในเท่านั้น (ที่เป็นในรูปนั้นไม่ใช่ศาลหลักน่ะครับ เลยมีแค่ 5 ท่อนเท่านั้น)

รูปนี้เป็นรูปที่ผมจงใจวางกระดาษ A4 ลงบนตอไม้ในเขตศาลเจ้า จะเห็นได้ถึงความใหญ่ของต้นไม้น่ะครับ ส่วนอายุนั้นผมว่าประมาณหลายร้อยปีน่ะครับ กว่าจะได้ความใหญ่ขนาดนี้ 

  ส่วนภาพนี้เป็นศาลเจ้าอื่นๆที่อยู่ในเขตศาลเจ้าล่างนั้น ซึ่งมีความเ่ชื่อว่าเป็นที่ประทับของเทพเช่นกัน

ตอนเดินข้ามสะพานจะออกจากศาลเจ้านั้น พอดีเห็นแมลงปอเกาะนิ่งอยู่บนราวสะพาน เข้าไปใกล้ก็ไม่ยอมบินหนีไป เลยถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกไว้ซะ 

 ตรงข้ามกับศาลเจ้าล่างนั้นจะเป็นที่ว่าง ซึ่งในตอนนี้ถึงประมาณกลางเดือนธันวาคมนั้นจะมีตลาดนัดขายของดีประจำท้องถิ่นของเมืองอิเซะ:伊勢市 ตั้งแต่ของสด เช่นกุ้งอิเซะ:伊勢海老 (กุ้งมังกรแดง ซึ่งมีชื่อเสียงมาก จนกลางเป็นชื่อพันธุ์กุ้งไปเลย) หอยเปาฮื้อ อะวาบิ:鮑 ปลาตากแห้ง และปลาไหลย่าง:鰻 เหล้าท้องถิ่น :地酒 ขนมต่างๆมากมาย ราคาก็ไม่แพง ไม่ถูก(เท่าที่ดู) ตัวผมเองก็อยากซื้อหลายอย่างเหมือนกัน แต่ติดที่ยังมีงานเหลืออีก7ถึง10วัน ถึงจะได้กลับบ้าน ซื้อดองไว้ก็เสียเปล่าๆ ได้แต่ตัดใจซื้อแค่ขนมดังโกะ:団子 กินประทังท้องไปก่อน รอไปกินข้าวเที่ยงแถวศาลเจ้าใน (หาข้อมูลร้านดังจากอินเตอร์เน็ต เตรียมต่อแถวไว้แล้ว) ราคาก็แสนถูกไม้ละ 80เยนเอง

ภาพนี้เป็นถนนหน้าผ่านเข้าไปยังศาลเจ้า จะพบเห็นโคมไฟที่เรียกว่า โทโร:灯篭 เรียงรายอยู่ทั้งริมสองข้างทาง 

 

จากนั้นก็นั่งรถบัส ต่อไปยังศาลเจ้าในอีกประมาณ15นาที พอดีได้เวลาข้าวเที่ยง เดินมามาก ท้องก็เริ่มหิวน่ะครับ ด้วยข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตและไกด์บุ๊ค ก็ตัดสินใจไปต่อแถว เพื่อรอกินอิเซะอุด้ง:伊勢うどん อุด้งในแบบของท้องถิ่นอิเซะ ร้านที่ผมไปต่อแถวนี้ ค่อนข้างมีชื่อเสียงทีเดียว ชื่อร้านคือ โอกะดะยะ:岡田屋 ภาพล่าเป็นกะยาคุอุด้ง:かやくうだん เป็นอิเซะอุด้งที่เพียบพร้อมไปด้วยเครื่อง ทั้งเต้าหู้ทอดหั่น:揚げ豆腐 คามาโบโกะ:かまぼこ คาซ๊โอะบุชิ :鰹節 เส้นอุด้งนั้นค่อนข้างจะใหญ่กว่าปกติ(ที่เคยกิน) เส้นนุ่มมากๆน่ะครับ แทบไม่ต้องเคี้ยวก็ขาดแล้ว นอกจากนี้เส้นยังออกรสหวานของข้าวนิดๆ(เสียดายแต่ไม่ค่อยเหนียว ไม่มีอะไรให้เคี้ยว) ส่วนน้ำซุป(เรียกว่าน้ำราดจะดีกว่า เพราะว่ามีแค่นิดเดียว)นั้น ออกรสหวานและค็ม กลิ่นหอมของโชวยุเด่นนำออกมา โดยรวมแล้วถือว่าอร่อยทีเดียว สมกับที่เสียเวลาต่อแถวรอ ไม่เพียงแต่อิเซะอุุด้งเท่านั้น ยังมีโซบะ และอาหารพวกข้าวด้วย เมนูหลากหลายนะ่ครับ แต่อุตส่าห์มาถึงอิเซะแล้วไม่ลองอิเซะอุด้งก็กระไรอยู่

ในขณะนี้อิเซะจินกูกำลังปิดสร้างเปลี่ยนใหม่ทุกๆ20ปี ที่เค้าเรียกว่า 遷宮:せんくう โดยจะทยอยเปลี่ยนสิ่งปลูกสร้างในศาลให้เป็นของใหม่ มีความเชื่อว่าการที่สร้างเปลี่ยนใหม่เป็นรอบๆตลอด เพื่อสืบต่อพลังและสืบสานให้เป็นนิรันดร์(มีการรีนิวตลอด) โดยในปี2013 จะมีพิธี 式年遷宮:しきねんせんぐう เรียกกันง่ายๆว่าเหมือนพิธีขึ้นบ้านใหม่ โดยจะย้ายเอาสิ่งของเคารพที่ถือกันว่าเป็นตัวแทนเทพเจ้าในศาลหลัก 本殿:ほんでんปัจจุบัน ย้ายไปที่ศาลหลักใหม่ (ค่าใช้จ่ายในการทำนั้นแต่ละครั้งให้เงิน)

© 2009 元新聞男

เสริม

หลังจากนั้น ผมก็ได้มีโอกาสแว็บหนีจากงาน(หลังงานเสร็จครับ) ไปสักการะอีกในปี 2013 คนไปกันแยะมากเพราะว่าเป็นปีของพิธี 式年遷宮 (ครั้งที่62)คนเค้าเชื่อกันว่าเทพเจ้าได้รับการรีเพรชใหม่ กลับมีพลังที่สมบูรณ์อีกครั้งหนึ่ง ผู้คนให้ความสนใจมากขึ้น (พิธียังมีการถ่ายทอดสดทางทีวีด้วย)

และในปี 2016 เดือน5 ในเมืองอิเซะและเมืองชิมะ ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการประชุมผู้นำสูงสุดในกลุ่มประเทศG8 อิเซะชิมะซัมมิต 伊勢志摩サミット ทำให้เป็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นอีกครั้ง หากมีโอกาสไปทางแถบคันไซ 関西:かんさい ก็ลองหาโอกาสที่เยือนดูน่ะครับ เท่าที่รู้มา ไปได้ง่ายจากทั้งโอซาก้า และ นาโกย่า เพราะมีรถไฟขบวนพิเศษตรงไปได้เลย

จากใจ © DEC 2016 元新聞男 


元新聞男
View full profile