2008/Nov/05

กลับมาอีกกับซี่รีย์ เที่ยวละไม ไปดั่งใจ (หลังจากตอนของวัดเซ็นโซจิ เมื่อปีใหม่ 2007 นู้นแน่ะ รายละเอียดดูได้ในหัวข้อ 新聞男 : เที่ยวละไม ไปดั่งใจ...วัดเซ็นโซจิ, อาซาคุซะ) อย่างที่คราวที่แล้วบอกไว้ เพราะตอนนี้ผมหยุดเป็นเวลา 1 อาทิตย์ทำให้มีเวลาว่าง ไหนๆก็ปีสุดท้ายแล้ว เที่ยวดีกว่านอน ประกอบกับอากาศที่แสนดีเป็นใจแก่การออกไปท่องเที่ยว(แรด... อากาศดีจริงๆครับ อากาศค่อนข้างเย็นแต่แดดจัด ไม่มีเมฆ) คราวนี้ก็ได้เวลาที่อย่างที่ผมวางแผนไว้มาเกือบ 2 ปีที่จะไป 高尾山 ทาคาโอะซัน อันเป็นภูเขาที่อยู่ในกรุงโตเกียว(ผมเขียนไม่ผิดครับ อยู่ในโตเกียว บางคนรวมทั้งผมด้วย ที่มีภาพของโตเกียวที่มีแต่ตึกสูง แสงสี ไฟ เทคโนโลยีอันก้าวล้ำ แต่อย่างชื่อหัวข้อในคราวนี้แหละครับ) แต่ทว่าตอนนี้ในโตเกียวนั้นยังไม่ถึงช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (โคโย/โมมิจิ-紅葉 อ่านได้ 2 แบบ) ทำให้โอกาสที่จะเห็นนั้นต่ำมากน่ะครับ ผมเช็คจากเน็ตก่อนไปแล้ว(นี่เป็นเว็บของทางทาคาโอะซันที่เป็นภาษาอังกฤษน่ะครับ ถ้าจะหาข้อมูลก็เชิญได้ครับhttp://www.takaotozan.co.jp/takaotozan_eng1/index2.htm)

ทาคาโอะซันนั่นมีชื่อเสียงมากครับ ในเรื่องความงามของใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง ที่เขาทั้งเขาจะกลายเป็นสีแดง สีส้มสดใส(ดูได้อย่างในรูปแผ่นหน้าสุดของแผ่นพับด้านล่างน่ะครับ ประมาณนั้นจริๆ) แต่เมื่อถึงตอนนั้นคนที่มาก็จะล้านแปดเช่นเดียวกัน เพราะว่าเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ใกล้ที่สุดจากโตเกียวแล้ว (ขืนไปตอนนั้น แม้นแต่ทางเดินขึ้นเขาก็ยังต้องต่อแถวเลยล่ะครับ ดูจากทีวีมาเมื่อปีที่แล้ว เนี่ยขนาดผมไปในวันธรรมดา ยังไม่ใช่ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี คนยังแยะเลย) และอีกอย่างคือถ้าไม่ไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปตอนไหนแล้วล่ะครับปีนี้(ไม่น่าจะว่างแล้ว)

เริ่มการเดินทางกันเลยน่ะครับ แม้นจะว่าทาคาโอะซันไว้ว่าอยู่ในโตเกียว แต่ก็ไม่ได้อยู่ในโตเกียว 23 เขต-東京23区(ที่เขตที่เป็นศูนย์กลางของโตเกียว ที่ประชากรหนาแน่น ใกล้กับฝั่งอ่าวโตเกียวนั้นเอง ยังมีเมือง-市อีกหลายเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในเกาะด้วย)อยู่ในฮะจิโอวจิชิ-八王子市(แปลกันตรงๆก็คือเมืององค์ชายแปด อย่างกับหนังจีนฮ่องเต้) ถ้ามาจากกลางโตเกียว อย่างจาก新宿-ชินจูกุแล้วล่ะก็สามารถนั่งรถไฟสายเคโอ-京王 จากชินจูกุรวดเดียวไปลงสถานีทาคาโอะกุจิ-高尾口駅 (ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดียวเท่านั้น กับค่าเดินทางแต่ 370 เยน)ได้เลยสะดวกมากครับ ยิ่งตอนนี้ทางสายเคโอกำลังจัดแคมเปญตั๋วลดราคาที่ชื่อ 高尾山割引乗車券-ทาคาโอะวาริบิคิโจชะเคน อยู่น่ะครับ  ตั๋วไป-กลับ(จากสถานีชินจูกุ-ทาคาโอะกุจิ)+ตั๋วขึ้นเคเบิ้ลคาร์หรือลิฟต์ 2 รอบ จากปกติ 1640 เยน วันธรรมดาเหลือ 1320 เยน วันเสาร์-อาทิตย์-หยุดราชการ 1480 เยน หรือ ตั๋วไป-กลับ(จากสถานีชินจูกุ-ทาคาโอะกุจิ)+ตั๋วเคเบิ้ลคาร์หรือลิฟต์ขาเดียว จาก 1210 เยน เหลือ 980 เยน สำหรับวันธรรมดาน่ะครับ ประหยัดไปได้มากทีเดียว(ถ้ามีโอกาสได้ไปในช่วงนี้แล้ว อย่าลืมใช้ล่ะครับ คุ้มมากครับ เพราะแค่ค่าขึ้นเคเบิ้ลคาร์หรือลิฟต์นั่งนั้น ขาเดียว 470 เยน ไป-กลับ  900 เยนแล้ว) ส่วนผมนั้นไม่ได้อยู่แถวชินจูกุน่ะครับ ก็ทำใจต่อรถไฟ 3 ต่อ กับ เวลาชั่วโมงครึง แต่ก็ถือว่าไม่นานมากน่ะครับ

ก่อนอื่นก็ต้องเตรียมตัวสักก่อน เริ่มจากการเตรียมร่างกายให้พร้อมกับการเดินสักก่อน อันนี้ค่อนข้างมีความมั่นใจ(เพราะว่าผมทำงานใช้แรง เดินวันละหลายๆชั่วโมง และวิ่งขึ้นบันไดเป็นร้อยๆขั้นอยู่ทุกวัน) จากกนั้นก็มาเตรียมของและอุปกรณ์กัน ผมเตรียมไปทั้งน้ำชา ขนมปัง ไวตามิลค์(ที่นี้ก็หาซื้อได้ ในไชน่าทาวน์/จูคะไก-中華街ครับ) หมากฝรั่ง ถุงมือ(กันหนาว+ไว้จับโน่นจับนี้)เสื้อกันฝน เสื้อกันหนาว(สองอย่างหลังไม่รู้อันไปทำไม หนักป่าวๆ แต่ถ้าเป็นวันที่อากาศไม่แน่นอนแล้วจำเป็นมากๆครับ) และที่สำคัญที่สุดคือ ถุงพลาสติกไว้สำหรับใส่ขยะ เพราะว่าบนเขานั้นจะไม่มีที่ให้ทิ้งขยะเลยแม้นแต่ที่เดียว จะต้องเอาขยะที่เกิดจากการกินดื่มหรืออื่นๆของตัวเองติดตัวกลับบ้านไป นี่เป็นนโยบายของเค้าครับ ผมออกจากห้องมาตอนช่วงเช้า ตอนชั่วโมงเร่งด่วน ฝ่ากลางโตเกียวออกมา พอเข้าใกล้สถานีปลายทางปุ๊ปก็เห็นกรุ๊ปทัวร์(ลุง-ป้า)เริ่มทยอยขึ้นมาแทนพนักงานบริษัทและนักเรียน พอใกล้จะถึงสถานีปลายทาง รถไฟก็เต็มไปด้วยลุง-ป้า ตา-ยาย และกรุ๊ปทัวร์ผู้สูงอายุเท่านั้น รู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัวเองกลายเป็นคนที่น่าจะอายุเด็กที่สุดในรถไฟไปแล้ว (พอมาตอนหลัง ระหว่างที่เดินขึ้น ก็จะเริ่มเห็นกลุ่มเด็กนักเรียนทั้งประถม ทั้งมัธยมต้นที่มาเอนโซคุ-遠足 ทัศนาศึกษากัน ส่งเสียงดัง สนุกสนาน เฮฮากันดี)

นี่เป็นภาพรอบบริเวณสถานีทาคาโอะกุจิ ล้อมรอบไปด้วยเขา และใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้วบางที่ แต่โดยรวมแล้วยังไม่ถึง 10เปอร์เซ็นต์เลย (เห็นไกด์บอกว่าต้องรอประมาณเกือบปลายเดือนนี้ถึงจะเปลี่ยนสี แล้วต้องรออากาศเย็นลงกว่านี้ เหลือประมาณ 10องศาก่อน แอบฟังน่ะครับ)

อันนี้เป็นแผ่นพับแผนที่และที่รวบรวมตราประทับของสายเคโอน่ะครับ มีตั้งอยู่ตรงทางออกจากสถานีเลยครับ เป็นทั้งแผนที่และที่รวบรวมตราประทับ ถ้ารวบรวมตราประทับได้ครบแล้วให้ส่งไปชิงโชครางวัลได้อีก แต่ทว่าการที่จะได้ตราประทับครบนั้นจะต้องเดินไปตามเส้นทาง ที่มีโต๊ะตราประทับตั้งอยู่น่ะครับ(ตราประทับจะเป็นรูปของพันธุ์นกที่พบได้ในทาคาโอะซัน) บางที่มีให้ประทับแค่วันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น และถ้าหากขึ้นแค่ทาคาโอะซันแล้วล่ะก็จะได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น อยากที่ผมไปประทับมาน่ะครับ เพราะตราประทับอันอื่นนั้นจะอยู่ในเส้นทางการเดินที่ต่อจากยอดของทาคาโอะซันต่อไปยัง ยอดอื่นซึ่งใช้เวลาในการเดินอีกประมาณ 5 ชั่วโมงครึ่ง (ตอนแรกผมว่าจะไปเหมือนกันน่ะครับ แต่ทว่าดูเวลาแล้วไม่ทันพระอาทิตย์ตก เดินเขาตอนมืดอันตราย+เสี่ยงเกินไปสำหรับชายโฉด...เอ๊ยโสดอย่างผม)

   

อันนี้เป็นแผนที่เส้นทางเดินหมายเลข 1 ที่เรียกว่า โอโมเทะซันโดคอร์ส-表参道コ-ス มีความยาว 3.8 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินขึ้นประมาณ 100 นาที เดินลงประมาณ 90 นาที (ถ้าใช้เคเบิ้ลคาร์ หรือลิฟต์นั่งก็จะประหยัดไปได้ประมาณ 40 นาที) เป็นทางที่ใช้ขึ้นไปนมัสการวัด เป็นเส้นทางที่เดินง่ายที่สุดน่ะครับ เหมาะสำหรับผู้ที่มาเป็นครั้งแรก (เด็ก คนชรา และสตรีมีครรภ์)ผมใช้ในขาขึ้นไปน่ะครับ โดยเป็นเส้นทางที่เส้นทางเดินในทาคาโอะซันนั้นมีทั้งหมด 6 เส้นทางน่ะครับ แต่ละเส้นทางก็จะมีหัวข้อ ลักษณะพิเศษแตกต่างกันออกไป (เส้นทางเดินนั้นก็ไม่ค่อยทับซ้อนกันเท่าไหร่ ลองเริ่มเดินในหมายเลขไหนแล้ว ต้องเดินให้จบเลยล่ะครับ) และต่อไป 

ภาพนี้เป็นสถานีคิโยทาคิ-清滝駅 สถานีขึ้นเคเบิ้ลคาร์ครับ และเป็นที่ขายตั๋ว ซื้อตั๋วแล้วจะเลือกนั่งเคเบิ้ลคาร์หรือลิฟต์นั่งอย่างไหนก็ได้ ขาเดียว 470 เยน ไป-กลับ 900 เยน  

ถ้ารักสะดวก ชอบความสบายก็ขึ้นเคเบิ้ลคาร์โลดครับ มีทุกๆ 15 นาที ต่อแถวรอหน่อย(ถ้าคนไม่แยะมากน่ะครับ) ซื้อตั๋วแล้วขึ้นที่ชานชะลาข้างที่ขายตั๋วได้เลย เคเบิ้ลคาร์รุ่นนี้จะเปลี่ยนใหม่แล้วน่ะครับ ในปลายเดือนหน้า หลังจากถูกใช้มากว่า 40 ปี (ถ้าอยากเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ก็ห้ามพลาดน่ะครับ ตอนแรกผมก็ไม่รู้ มาอ่านเจอตอนก่อนกลับ เลยไม่มีโอกาสได้ใช้บริการ)

แต่ถ้ารักสนุก ชอบความท้ายทายล่ะก็ มาขึ้นลิฟต์นั่งแบบผมดีกว่าครับ  (ได้บรรยากาศ+เสียวกว่าแยะ) ทางไปขึ้นที่สถานีซันโระคุ-山麓駅 สำหรับขึ้นลิฟต์นั่ง โดยกว่าจะถึงชานชะลาก็ต้องปีนบันไดขึ้นไปสัก 50 ขั้นเสียก่อน(ป้าๆบางคน เห็นบันไดทางขึ้นก็เปลี่ยนใจไปต่อแถวรอเคเบิ้ลคาร์ก็มี) วิธีขึ้นนั่งก็เร้าใจครับ ก่อนอื่นต้องไปรอยืนหน้าสายพาน รอสัญญาณแล้วขึ้นไปบนหยุดยืนสายพานที่จะเลื่อนไปข้างหน้าตลอดเวลา แล้วกะจังหวะให้ดี(ตามที่พนักงานบอก)เพื่อให้นั่งลงพอดีกับจังหวะที่ลิฟต์มา(ตอนผมจะนั่งก็เสียวๆ เหมือนกัน คิดเหมือนกันว่าถ้านั่งพลาดเนี่ย ทั้งอาย ทั้งอันตราย)

ตอนแรกๆ เท้าก็ห่างจากพื้นไม่เท่าไหร่หรอกครับ แต่พอไปเรื่อยๆแล้วลิฟต์มันค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้ล่ะครับ ความกลัวต่างๆเริ่มเข้ามาเยือน ไม่ใช่กลัวความสูงน่ะครับ แต่เป็นความกลัวอย่างอื่นเช่น กลัวโทรศัพท์มือถือ(ที่ใช้ถ่ายรูปนี้)หรือของอื่นๆมันจะหล่นกลางทาง (หล่นแล้วเป็นเรื่องแน่ๆ หากันตายเลย) หรือ กลัว(ไฟดับทำให้)ลิฟต์ค้างกลางทาง แล้วต้องเดินไปบนตาข่ายที่พาดด้วยไม้(อย่างกะเล่นกายกรรม ดูได้ในรูปขวา) ที่รองรับอยู่ด้านล่างแทน(ถ้าจะลำบาก)

ดูความสูงตอนช่วงที่(น่าจะ)สูงที่สุดซิครับ ผมว่าอยู่ห่างจากพื้นได้สัก 20-25 เมตรได้ เป็นความสูงที่เทียบเท่ากับระดับยอดไม้ของต้นสนซีดาร์-杉ที่ยืนสูงตระหง่านเลยทีเดียว(ดูรูปขวาเป็นหลักฐานครับ)

นั่งลิฟต์มาได้ประมาณเกือบ 20 นาที(ช้าใช้ได้เลยครับ คิดว่าน่าจะช้ากว่าเคเบิ้ลคาร์นิดหน่อย) ก็จะถึงสถานีซันโจว-山上駅 ตอนลงจากลิฟต์ก็ตื่นเต้นร้าใจครับ เพราะต้องกะจังหวะลุกขึ้นยืนบนสายพาน(ระบบเดียวกับตอนขึ้น)แล้วรีบเดินออกไปทางซ้าย(ระวังด้วยน่ะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าเท้าไม่ได้สัมผัสพื้นนาน ทำให้อาจจะไม่มีแรงยืนได้ ผมก็รู้สึกอย่างนี้เหมือนกัน) จากนั้นต้องเดินต่อไปแล้ว(ไม่มีให้สะดวกแล้วล่ะครับ)

เดินจากสถานีซันโจวของลิฟต์มาได้สักพักก็จะพบกับสถานีทาคาโอะซันของเคเบิ้ลคาร์ (เห็นไหมล่ะครับว่าถ้ารักสะดวก ชอบสบายขึ้นเคเบิ้ลคาร์ดีกว่า เพราะมาได้สูงกว่า ใช้เวลาน้อยกว่าด้วย) ตรงนี้จะมีร้านค้าและร้านอาหารอยู่ ราคาไม่แพงกว่าปกติมาก เมนูมีให้เลือกหลายหลากด้วย และสิ่งที่ไม่อยากให้พลาดกัน(เพราะผมพลาดมาแล้ว) นั่นก็คืออย่าลืมซื้อเทนกุยาคิ-天狗焼き ขนมยอดนิยมอันดับ 1 ของทาคาโอะซันมากินกันครับ(ที่ได้ชื่ออย่างนี้เพราะทำออกมาเป็นรูปหน้าเทนกุน่ะครับ ดูรูปขวาล่างซิครับ...หน้าบึ้งเชียว) เปลือกนอกกรอบกรุ๊บๆ แป้งด้านในเหนียวนุ่ม ไส้เป็นไส้ถั่วแดงผสมด้วยเกาหลัดฝานกับเม็ดถั่วดำ หวานกำลังดี มีให้เคี้ยว(ตอนแรกผมก็คิดว่างั้นๆ ไส้คงเป็นแค่ถั่วแดงกวนธรรมดา แต่คิดผิดครับ อร่อยจริงๆ และยังคิดผิดไปอีกที่คิดว่าขากลับจะมาซื้อ แต่ขากลับดันไม่ได้กลับมาทางเดิมนี้ อดไป กินได้แค่อันเดียวเอง...T^T ) อันละแค่ 120 เยนครับ แนะนำให้ซื้อเป็นแพ็คถุง 5 อัน 600 เยน ติดตัวไว้กินบนยอดก็จะดีไม่น้อย (ร้านหาไม่ยากครับ ออกจากสถานีที่ขี้นเคเบิ้ลคาร์มาก็เห็นเลย) แล้วยังมี ハスカップソフトクリ-ム ไอติมซอฟต์ครีมที่ทำจากเบอร์รี่ชนิดหนึ่ง(พยายามหาชื่อภาษาไทยแล้วน่ะครับ แต่ไม่รู้จริงๆ) เค้าก็ว่าเปรี้ยวอมหวาน อร่อย มีชื่อเสียงคู่กันกับเทนคุยากิ อันละ 300 เยน(แพงไปหน่อย เลยไม่ได้ซื้อกิน)

 

 

ภาพนี้เป็นที่ซื้อตั๋วเพื่อเข้าไปดูชีวิตของลิงภูเขา(ไม่ใช่โชว์น่ะครับ)และ พันธุ์พืช-高尾山さる園・野草園น่ะครับ (ค่าเข้าผู้ใหญ่ 400เยน เด็ก 200เยน) 

ภาพนี้เป็นต้นสนซีดาห์ที่มีรากลักษณะขดม้วนรวบๆต้น เหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์ จึงได้ชื่อทาโคะสึกิ-たこ杉 หรือ ซีดาห์ปลาหมึกนั้นเอง   อายุกว่า 450ปี (สูงเสียดทีเดียวน่ะครับ)

เมื่อเดินต่อไปจะถึงประตูเขตวัดทาคาโอะซันยะคุโออิง-高尾山薬王院(ลืมบอกไปครับว่า พื้นที่ของเขาทาคาโอะนั้นเป็นเขตแดนที่ตั้งของวัดทาคาโอะซันยะคุโออิง ภายหลังจะถ