ドラゴンクエストIV~導かれし者たち~
ดราก้อนเควสโฟร์ - เหล่าผู้ถูกชี้นำ
บทที่ 5 - 第5章
導かれし者たち - เหล่าผู้ถูกชี้นำ
หมู่บ้านน้อยกลางหุบเขา-山奥の村
ในหมู่บ้านน้อยกลางหุบเขาที่ห่างไกลจากชุมชนอื่น ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีใครเข้าออกไปมาหาสู่ ตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกขาน อันเป็นที่อยู่ของเรา(ผู้กล้า) เพื่อให้ดูแลและเลี้ยงดูเราให้เราเป็นผู้กล้า เพื่อต่อต้านกับจักพรรดิแห่งนรกที่ตื่นขึ้นมา ตามคำพยากรณ์
เริ่มจากที่บ้านของเรา แม่เราจะเรียกเราให้เอาข้าวกล่อง-おべんとう ไปให้พ่อ เมื่อเรารับข้าวกล่องแล้วให้เอาไปให้พ่อซะ(แกนั่งตกปลาอยู่ที่แม่น้ำ ตอนบนของหมู่บ้าน) แล้วให้เิดินไปคุยกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่โรงเตี๊ยม จะพบกับคนชุดดำแปลกหน้า ที่เป็นกวีพเนจรที่หลงทางมา แล้วเจ้าของโรงเตี๊ยมไปเจอแล้วช่วยมาพอดี เมื่อคุยกับคนทั้งหมู่บ้านแล้วให้กลับไปที่บ้านเพื่อเตรียมกินข้าว แต่แล้วเมื่อจะเริ่มกิน ก็มีเสียงร้องบอกว่ามีมอนสเตอร์จำนวนมากบุกเข้ามาที่หมู่บ้าน แล้วจะมีคนพาเราหนีไป เพราะว่าเรายังไม่พร้อมที่จะสู้ แล้วอาจารย์ฝึกดาบเราจะมารับเราต่อ ก่อนเข้าไปในห้องเก็บของหมู่บ้านจะคุยกับพ่อที่จะบอกว่า แกไม่ใช่พ่อแท้ๆของเรา(เริ่มน้ำเน่าแล้ว...) แล้วพาไปที่ห้องเก็บของหมู่บ้าน(ที่แรกสุดที่เราฝึกดาบตอนปฐมบทนั้นแหละครับ) แล้วอาจารย์จะเปิดห้องลับให้เราเข้าไปหลบ และมอบสารานุกรมภาพมอนสเตอร์-モンスタ-図鑑 (ซึ่งถ้ารวบรวมได้ครบทุกตัวแล้ว จะได้รับของรางวัลเป็นเหรียญคาสิโน 300000 เหรียญครับ แต่ทว่ากว่าจะครบก็ต้องเล่นอย่างน้อยให้เคลียร์สมบูรณ์ 1 รอบเสียก่อน ไม่ง่ายครับ)ให้ ก่อนที่จะออกไปเพื่อสู้กับมอนสเตอร์ เราจะได้ยินเสียงการต่อสู้สักพัก แล้วซินเซีย-シンシア เพื่อนเราจะเข้ามาหาแล้ว ใช้เวทมนต์ モシャス แปลงตัวเองให้เป็นเรา เพื่อตบตามอนสเตอร์ แต่สุดท้าย...เราจะได้ยินเสียงมอนสเตอร์รายงานต่อเดธปิซาโร่-デスピサロ ว่าได้จัดการผู้กล้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนพากันถอนตัวไป ให้เดินขึ้นไปยังหมู่บ้านจะพบว่าหมู่บ้านทั้งหมดถูกทำลายสิ้น ไม่หลงเหลือผู้คนและสภาพเดิมแม้แต่น้อย แล้วเราก็จะแบกความช้ำใจออกจากหมู่บ้านไป....
บ้านคนตัดฟืน-きこりのいえ
เดินลงมาจากหมู่บ้านเราที่ถูกทำลายลงไป ทางใต้เล็กน้อยจะพบกับบ้านที่สร้างจากท่อนซุง เมื่อเ้ข้าไปจะพบกับคนตัดฟืนที่แกไม่ค่อยชอบสุงสิงกับชาวบ้านสักเท่าไหร่ ดูจากคำพูดของแกที่ไล่เราออกไป ให้พ้นๆ แต่ใจจริงแล้วแกเป็นคนดี(ปากร้ายใจดี) เพราะเมื่อเราพลังชีวิตลดจะสามารถมานอนพักฟื้นคืนพลังชีวิตให้เต็มได้ฟรี(ไม่ต้องเสียเงินไปนอนโรงเตี๊ยม) และอย่าลืมที่จะเก็บไอเท็มด้วย โดยเฉพาะที่หน้าป้ายสุสาน(ตรงที่มีแสงกระพริบ) จะมีผลแห่งชีวิต-いのちのみซ่อนอยู่ สำรวจแล้วจะได้มา รวมถึงชุดเกราะหนัง-かわのよろい ที่อยู่ในตู้ลิ้นชักในบ้าน
ปราสาทบรังก้า-ブランカ城
เดินลงมาอีกเล็กน้อยจากบ้านคนตัดไม้ ก็จะเป็นปราสาทเล็กๆ ที่ชื่อว่าปราสาทบรังก้า ในที่นี้จะพบข่าวสารต่างๆมากมายเกี่ยวกับปราสาท エンド-ル ไล่ตั้งแต่การจัดพิธีอภิเษกระหว่างเจ้าชาย リック ของปราสาท ボンモ-ル กับเจ้าหญิง モニカ แห่งปราสาท エンド-ル ข่าวหมอดูที่แม่น นักเต้นรำอันโด่งดัง และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นคืนกลับมาของจักรพรรดิแห่งนรก (ตอนเดินเข้าไปถึง จะเห็นแถวคนเดิน คือคนที่อาสาจะไปปราบจักรพรรดิแห่งนรกนั้นเอง) ในปราสาทนี้ไม่มีอะไรต่อเนื้อเรื่องน่ะครับ แค่เป็นที่พักระหว่างทางจะไปปราสาท エンド-ル เท่านั้น
ปราสาทเอ็นดอล-エンド-ル城
เดินจากปราสาทบรังก้าไปทางทิศตะวันตกใต้ จะพบกับอุโมงค์เพื่อลอดทะเลไปสู่อีกทวีปหนึ่ง(อุโมงค์ที่ทอลเนโก้ออกเงินขุดนั้นเองจนเสร็จนั้นเอง) ที่อุโมงค์นี้เอง ถ้าโชคดีเราจะเป็นคนที่ 1000 ที่ใช้อุโมงค์นี้ จะได้รับเหรียญคาสิโน มีค่า 2000G(200 เหรียญคาสิโน) ไปเอาที่คาสิโนทีหลัง(ฉะนั้นก่อนเข้าให้เซฟกลางคัน-ちゅうだんไว้ก่อนน่ะคร ับ ถ้าไม่ได้ก็โหลดใหม่ จนกว่าจะได้น่ะครับ) ลอดผ่านอุโมงค์ไปแล้วขึ้นยังพื้นดิน เดินไปทางตะวันตกอีกนิด จะพบกับปราสาทเอ็นดอล ที่นี้เองเราจะพบกับมิเนีย-ミネア ที่รับทำนายโชคชะตาอยู่ที่หน้าร้านของทอลเนโก้ ให้เข้าไปคุย เสีย 10G เพื่อให้ทำนายให้เรา เมื่อทำนายแล้วเธอจะบอกว่าเธอเห็นแสง 7 สีที่ถูกชักนำมาขับไล่ความมืดมิด และจะรู้ได้ว่าเราคือผู้กล้าที่เธอกำลังตามหาอยู่ แล้วจะเข้ามาเป็นเพื่อนในกลุ่มด้วย(ถึงตรงนี้ของที่เก็บได้จากบทของมิเนียมาเนีย จะมารวมกับสิ่งของที่มีอยู่ แต่เงินไม่ได้ติดมาด้วยน่ะครับ เพราะงั้นก่อนจบเนื้อเรื่องในบทให้ซื้อไอเท็มเก็บไว้แทนเงิน) จากนั้นเธอจะบอกว่าให้ไปหามาเนีย-マ-ニア พี่สาวของเธอตอนนี้่น่าจะกำลังอยู่ที ่คาสิโน ให้ไปที่คาสิโน(ชั้นใต้ดินของโรงเตี๊ยม) จะพบกับมาเนียที่กำลังเพลินกับการเล่นสล๊อคแมชชีนอยู่(เข้าไปทักจะถูกด่าว่าเกะกะอีกด้วย ติดการพนันนี่หว่า เงินที่มิเนียหาได้จากการทำนายก็เอามาเล่นหมด ซึ้ง...) เมื่อคุยด้วยแล้วมิเนียจะเล่าเรื่องราวให้ฟัง แล้วมาเนียจะเข้าร่วมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางด้วยอีกคน แล้วมิเนียจะบอกผลทำนายว่าต่อไป ให้ไปทางทิศตะวันออก (หลังจากที่ได้มาเนีย มิเนียเป็นเพื่อนร่วมเดินทางแล้ว ก่อนที่จะออกเดินทางผจญภัยในตอนต่อไป ให้เก็บเลเวล ให้แก่ผู้กล้าเสียก่อนน่ะครับ โดยให้จัดลำดับในกลุ่มให้ผู้กล้าอยู่ในลำดับหลังสุด เพื่อให้โดนโจมตีจากมอนสเตอร์ได้ยาก แล้วให้มิเนีย มาเนียใช้เวทมนต์โจมตีกลุ่มต่างๆเช่น バギ ギラ หรือ イオ จะช่วยเก็บเลเวลได้เร็วมาก และซื้ออาวุธ-เครื่องป้องกันให้พร้อมด้วย โดยอย่าลืมซื้อ โล่เหล็ก - てつのたてเด็ดขาดเพราะว่าช่วยลดความเสียหายจากลูกไฟที่มอนสเตอร์ปล่อยมาได้ และห าซื้อดาบเหล็กกล้า - はがねのつるぎ ได้ที่ปราสาทบอนมอลล์ - ボンモ-ル ที่อยู่ทางเหนือของปราสาทเอ็นดอลก็ได้น่ะครับ ที่อื่นที่ไปได้ตอนนี้ยังไม่มีขาย มีที่เดียว)
โรงเตี๊ยมทะเลทราย - 砂漠の宿屋
จากปราสาทเอ็นดอล ให้ย้อนกลับไปที่ปราสาทบรังก้า(จะใช้เวทมนต์ ル-ラ วาร์ปไปเลยก็ได้น่ะครับ) แล้วเดินไปทางทิศตะวันออก ไปจะพบกับสถานที่ที่อยู่ระหว่างภูเขา ก่อนเข้าทะเลทราย เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับโรงเตี๊ยม คุยกับคนข้างในจะรู้ว่าหากต้องการที่จะข้ามทะเลทรายที่กว้างใหญ่ อันยากลำบาก ต่อไปจำเป็นจะต้องมีรถม้าเป็นพาหนะ และในโรงเตี๊ยมจะมีคนที่ชือฮอฟแมน-ホフマン ที่เป็นลูกชายของเจ้าของโรงเตี๊ยมที่เป็นเจ้าของรถม้าอยู่ แต่เมื่อคุยกับเค้าแล้วเค้ากำลังเสียใจ+โกรธอย่างแรงกับการหักหลัง หนีกลับทิ้งไป ของเพื่อนจากการผจญภัยในถ้ำแห่งการทรยศ - 裏切り洞窟 แล้วไม่ยอมที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง และให้ความร่วมมือกับใครอีกต่อไป (ซวยแล้ว) เพื่อให้ทราบความให้กระจ่าง เราจำต้องไปที่ถ้ำแห่งการทรยศ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกออกไปเล็กน้อยเอง
ถ้ำแห่งการทรยศ - 裏切り洞窟
ในถ้ำนี้จะมีประตูเลื่อนหิน กำแพงที่จำเป็นต้องอาศัยแรงของคน 3 คนถึงจะเปิดและพังลง เพื่อเปิดทางให้ไปต่อไปได้ แต่เมื่อเข้าไปได้ในถ้ำได้ไม่เท่าไหร่ มาเนียกับมิเนียจะตกหลุมกับดัก พลัดหลงกับเราไป ทำให้เราต้องผจญภัยในถ้ำนี้คนเดียว รวมถึงตามหาพวกเธอด้วย(ในทางที่คนเดียวสามารถไปได้ เพราะฉะนั้นก่อนเข้ามาให้เก็บเลเวลให้กับผู้กล้าอีกนิด เพื่อความง่ายในการผจญภัยน่ะครับ) เดินตามหาสักพักจะพบพวกเธอ แต่แล้วเมื่อตามไปจนทัน จะพบว่าเป็นมอนสเตอร์แปลงตัวมา (ベロベロ 2 ตัว) และเมื่อกำจัดลงไปได้แล้ว ก็จะไปพบกับพวกเธอซึ่งกำลังถูกมอนเสเตอร์ไล่ตามหลังอยู่ เมื่อจะเข้าไปช่วยก็ปรากฏว่ากลับกลายเป็นศัตรูแปลงมาอีกเช่นกัน ในคราวนี้ต้องสู้กับศัตรูถึง 4 ตัวด้วยกัน (แต่ว่าอย่าืลืมว่าชื่อของถ้ำนี้คือ ถ้ำแห่งการทรยศครับ) อันได้แก่ うらぎりこぞう และ きゅうけつこうもり อย่างละ 2 ตัว ซึ่งเป็นบอสของถ้ำนี้ด้วย วิธีปราบก็ไม่ยากครับ โจมตีไปเรื่อยๆ ใส่ うらぎりこぞう ให้กำจัดให้หมดเสียก่อน เพราะว่าสามารถพ่นไฟ และโจมตีแรงกว่า きゅうけつこうもり ถ้ามีโล่เหล็กแล้วลูกไฟก็ไม่ต้องกลัวครับ ยิ่งถ้าสวมชุดเกราะเหล็กแล้วยิ่งสบายใหญ่ แต่ให้หมั่นเติืมพลังชีวิตด้วย ホイミ (หรือ ベホイミ น่าจะถึงเลเวลที่ได้เวทมนต์นี้แล้ว) เมื่อกำจัดลงแล้ว ขึ้นบันไดจะไปพบกับมาเนีย-มิเนีย(อีกล่ะ...) แต่คราวนี้ตัวจริงเสียงจริงครับ ซึ่งเราจะถูกตั้งคำถามให้ตอบเพื่อทดสอบว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่า คำถามคือ คนที่เราเจอที่คาสิโนนั้นคือมิเนีย ใช่-はいหรือไม่-いいえ? (คำตอบดูจากเนื้อเรื่องที่อยู่ข้างบนครับ) หากตอบคำถามได้ถูกก็จะได้พวกเธอกลับมาเป็นเพื่อนเดินทางอีกครั้ง(แต่ไม่วายที่จะระแวงซึ่งกันและกันอยู่ คงไปเจอมอนสเตอร์ปลอมตัวมาหลอกเหมือนกัน) เมื่อได้เพื่อนกลับคืนมาแล้วก็จะสามารถที่เปิดประตูหรือทำลายกำแพงกั้นลงได้ จึงสามารถเดินไปในทางใหม่ได้ เมื่อเดินเข้าไปที่ชั้นในสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บอัญมณีที่ชื่อ จิตใจแห่งความเชื่อถือ - しんじるこころ ที่ส่องประกายสีที่เมื่อมองแล้วหัวใจเกิดความเชื่อถือเชื่อมั่นในสิ่งต่างๆ ทำให้พวกเรากลับมาเชื่อมั่นเชื่อใจซึ่งกันและกันดังเดิม แล้วออกจากถ้ำไป(ในถ้ำนี้ใช้เวทมนต์ リレミト เพื่อวาร์ปออกทันทีไม่ได้น่ะครับ ต้องเดินออกเอง)
โรงเตี๊ยมทะเลทราย - 砂漠の宿屋
กลับมาที่โรงเตี๊ยมทะเลทรายอีกครั้ง คุยกับฮอฟแมน แล้วเค้าจะทราบถึงความเป็นมาเป็นไปของการทรยศของเืพื่อน(ที่เกิดจากฝีมือของมอนสเตอร์) และยิ่งเมื่อได้เห็นจิตใจแห่งความเชื่อถือแล้ว ทำให้เชื่อมั่นในพวกเรามาก และจะขอเข้าร่วมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอีกคน พร้อมกับให้เราใช้รถม้า(ม้ามีชื่อว่าแพททริเชีย - パテシア น่ะครับ)ได้อย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้สามารถเดินผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าไปยังดินแดนต่อไป
เมืองแอนนีล - アネイルの町
เดินทางด้วยรถม้าผ่านทะเลทรายลงมาทางทิศใต้จะพบทางช่องเขาออกมา เมื่อผ่านช่องเขาจะเห็นเมืองแอนนึลตั้งอยู่ตั้งหน้า เมื่อเข้าไปจะพบว่าเมืองนี้เป็นเมืองพักผ่อนก่อนและหลังจากการเดินทางผ่านทะเลทรายอันแสนจะทุรกันดาร ที่มีแหล่งน้ำพุร้อน(ออนเซ็น-温泉) ที่ใช้รักษาโรค คืนความหนุ่มสาวได้(ข่าวลือ) และเป็นที่ตั้งของสุสานของ 戦士リバスト นักรบผู้กล้าหาญที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อปกป้องชาวประชา นอกจากนี้แล้วยังมีเกราะของ リバスト ที่หลงเหลือทิ้งไว้ให้ดูเป็นอนุสรณ์ด้วย ชุดเกราะที่ว่าอยู่ในโบสถ์น่ะครับ ปกติเข้าไปดูเองไม่ได้เพราะมีซิสเตอร์ขวางทางอยู่ จะต้องไปร่วมทัวร์เมืองที่จะมีไกด์จัดขึ้น เค้าจะรออยู่หน้าโรงเตี๊ยมใหญ่(จริงๆแล้วแกเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเล็กที่อยู่ถัดไป มาดักรอจับลูกค้าไม่ให้ใช้บริการร้านใหญ่ พาทัวร์เสร็จแล้วก็จะถือโอกาสโฆษณาโรงเตี๊ยมตัวเองไปด้วย (แพงกว่าน่ะครับ อย่าไปหลงกล เพราะผมหลงไปแล้วคิดว่ามีโรงเตี๊ยมอยู่ที่เดียว ในเกมยังจะหลอกกันเลย เวง...) แล้วให้สำรวจเืมืองเพื่อเก็บไอเท็ม ที่สำคัญๆก็ได้แก่ เหรียญเล็ก - ちいさなメタル เมล็ดแห่งพละกำลัง - ちからのたね จากนั้นรอให้ถึงเวลากลางคืน(หรือจะใช้ตะเกียงราตรีก็ได้) แล้วเข้าไปที่สุสานของ リバスト จะพบกับวิญญาณของเค้าที่จะบอกว่าชุดเกราะของเค้า(ที่เคยใช้)นั้นคือชุดเกราะแห่ง นภา-天空のよろい แต่ที่เห็นในโบสถ์นั้นเป็นของปลอม มีคนขโมยแล้วเอาชุดเกราะปลอมมาเปลี่ยนแทน แล้วขอร้องให้เราตามหา เอากลับมา
เมืองโคนันบิวรี่ - コナンベリ-の町
เมืองท่าอันรุ่งเรืองและมีอู่ต่อเรือในตัว ให้รวบรวมข่าวสารภายในเมืองจะได้ยินข่าวของทอลเนโก้ ที่ต้องการจะออกเดินทางไปยังทวีปอื่นด้วยเรือ จึงส่งให้สร้างเรือ เรือก็เสร็จแล้วแต่ทว่ากลับเดินเรือออกไปไม่ได้เนื่อง หอประภาคารใหญ่ที่มีแสงศักดิ์สิืทธิ์ช่วยนำทางในการเดินเรือ กลายเป็นแสงปีศาจทีทำให้มีคลื่นพายุแรงและปรากฏมีมอนสเตอร์ออกมามากมาย ไม่ว่าเรือลำไหนออกเดินทางก็ล่มทุกลำ ดังนั้นทอลเนโก้จึงได้ออกเดินทางไปยังหอประภาคารใหญ่ที่อยู่ทางด้านตะวันออกของเมือง ห่างออกไป เพื่อค้นหาความจริงและแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับเจ้าหญิงแห่งปราสาทเซนต์ไฮม์และพวกที่เดินทางโดยเรือ ออกไปก่อนหน้าความเปลี่ยนแปลงของหอประภาคารใหญ่ (แล้วอย่าลืมเก็บของในอู่ต่อเรือและเรือเป็นอันขาด เพราะถ้าผ่านเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปแล้วจะหายไปทันที เก็บไว้ก่อนดีที่สุด)
หอประภาคารใหญ่ - 大灯台
เดินจากเมืองโคนันบิวรี่ไปทางตะวันออก จะพบกับหอประภาคารใหญ่ ที่ชั้นแรกจะพบกับทอลเนโก้ที่จะขอร้องให้เราช่วยหาเชื้อไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในหอประภาคารนี้ เพื่อนำไปใช้ไล่แสงปีศาจแทนเค้า เนื่องจากมีตัวคนเดียว แถมยังถูกมอนสเตอร์หมายหัวไว้อีกด้วย(ป๊อดนี่หว่า..) แล้วจะขอตัวกลับไปที่เมืองโคนันบิวรี่เพื่อรอฟังข่าวดี(ป๊อดจริงๆด้วย) จากนั้นให้เราขึ้นไปเรื่อยๆ จนในชั้นที่ 4 จะพบหีบสมบัติที่มีเชื้อไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่ แล้วขึ้นต่อไปที่ชั้นบนสุดที่ซึ่งจะพบกับมอนสเตอร์ตัวการที่ทำให้เกิดแสงปีศาจคือ とうだいダイカ- ที่จะมาพร้อมกับสมุนคือ ほのおのせんし วิธีกำจัดคือ กำจัด ほのおのせんしเสียก่อนเพราะว่าสามารถปาลูกไฟโจมตีใส่กลุ่มเราได้ทั้งหมด(ค่อนข้างแ รงด้วย) โดยก่อนอื่นให้ มาเนียใช้เวทมนต์ ラリホ- ใส่ とうだいダイカ-เสียก่อนให้หลับ(จะได้ไม่มายุ่งเป็นอันตราย เพราะโจมตีหนักทีเดียว) แล้วให้ใช้เวทมนต์ ルカニ ลดพลังป้องกันของมัน ลงแล้วเน้นโจมตีไปทีละตัวจนกำจัดได้ ส่วน とうだいダイカ-ที่เหลืออยู่ก็แค่ทำซ้ำ มาเนียใช้เวทมนต์ラリホ-กับルカニ มิเนียเติมพลังชีวิตให้ ผู้กล้ากับฮอฟแมนรุมโจมตี ก็จะสามารถกำจัดลงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แล้วเราจะโยนเชื้อไฟศักดิ์สิืทธิ์เข้าไปยังกระถางไฟที่มีแสงปีศาจลุกโชนอยู่ แล้วแสงศักดิ์สิืืทธิ์จะัขับไล่แสงปีศาจจนสิ้นไป ไฟจากหอประภาคารใหญ่กลับสู่สภาพปกติ การเดินทางด้วยเรือต่อจากนี้ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ
เมืองโคนันบิวรี่ - コナンベリ-の町
แล้วย้อนกลับมาที่เมืองโคนันบิวรี่ จะพบทอลเนโก้รออยู่ที่ประตูทางเข้าอู่ต่อเรือ เพื่อขอเข้าร่วมเป็นเพื่อนเดินทางไปในที่ต่างๆในโลกนี้ด้วย(ไปคนเีดียวไม่รอดซิ) แล้วจะได้ทอลเนโก้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางพร้อมกับเรือ แล้วภาพจะตัดไปที่เรือกำลังออกจากท่า เพื่อมุ่งหน้าสู่ทวีปใหม่ต่อไป เพื่อไปยังเมืองมินทอส ที่มีผู้รอบรู้เกี่ยวกับทะเลมหาสมุทรอยู่(ตามคำบอกของทอลเนโก้)
เมืองมินทอส - ミントスの町
บังคับเรือให้ลงใต้(ตรงดิ่ง)ไปยังทวีปใหม่ แล้วขึ้นฝั่งเดินลงทางใต้อีกนิดจะพบกับเมืองมินทอส เมื่อเข้าสู่เมืองปุ๊ป ฮอฟแมนจะตื่นเต้นดีใจที่ในที่สุดก็มาถึงเมืองนี้ เมืองที่ผู้เฒ่าฮิลตัน-ヒルタン老人ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการค้าขาย เป็นผู้ก่อตั้งและอาศัยอยู่ โดยมีเปิดโรงเรียนสอนวิชาการค้าด้วย( รวมทั้งโรงเตี๊ยม ร้านค้า แหม...ครบวงจร) ดังนั้นฮอฟแมน(ที่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเหมือนกับพ่อ) ก็จะขอตัวแยกทางเพื่ออยู่เรียนวิชาค้าขายที่เมืองนี้กับผู้เฒ่าฮิลตันนั่นเอง(แต่ว่ารถม้ากับแพททริเซีย ยังคงให้เราใช้และดูแลต่อไป) จากนั้นเดินเข้าไปที่โรงเรียน คุยกับคนแก่ที่อยู่หน้ากระดานดำ(ผู้เฒ่าฮิลตัน) แกที่ถามคำถามว่า แกเป็นผู้รอบรู้เกี่ยวทะเลและมหาสมุทรใช่หรือไม่ ให้ตอบว่าไม่ใช่-いいえ ( ถ้าตอบว่าใช่จะโดนแกด่า เพราะว่าแกจะอยากให้ตอบว่าแกเป็นผู้รอบรู้ทุกเรื่องในโลกต่างๆ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องทะเลกับมหาสมุทร เวง....หลงตัวเอง) เมื่อชมกันถึงขนาดนี้แล้ว ผู้เฒ่าฮิลตันจะให้แผนที่สมบติมา - たからのちず (ซึ่งในแผนที่โลกในหน้าจอบน จะมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงปรากฏขึ้นมา ที่นั้นคือที่ซ่อนของสมบัติ แต่ยังเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เพราะมีหุบเขาสูงล้อมรอบไว้หมด) เมื่อไปที่ชั้น 2 ของโรงเตี๊ยม จะพบกับคลิฟท์ - クリフトที่นอนป่วย โดยมีไบร์ด - ブライ คอยเฝ้าไข้อยู่ (แต่ทำไมไม่เห็นเจ้าหญิงอารีน่า-アリ-ナ ล่ะ)เมื่อเข้าไปคุยจะได้ความว่าเจ้าหญิงอารีน่า กำลังออกเดินทางไปหารากต้นพาดีีเกีย - パデキアのねっこสมุนไพรที่รักษาได้ทุกโรค ณ ที่อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国 อันเป็นแหล่งผลิตสำคัญ
อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国
จากเมืองมินทอส เดินลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ จะพบกับเืมืองที่ดูจากภายนอกแล้วดูเล็กๆโทรมๆ นั่นคือ อาณาจักรโซเร็ทต้านั่นเอง เมื่อเข้าไปจะเห็นว่าโทรมจริง เมื่อคุยกับชาวบ้านจะรู้ว่าต้นพาดีเกีย ได้สูญพันธุ์ไปจากอาณาจักรนี้เรียบร้อยแล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทำให้สภาพเศรษฐกิจของอาณาจักรตกต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่พระราชายังต้องออกมาทำงานในไร่นา (แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ขนาดปราสาทเหลือกลายแค่บ้าน 2 ห้อง โหช่างอิงเรื่องจริงจริงๆ) แล้วให้ไปคุยกับพระราชา (จะทำไร่อยู่หน้าพระราชวัง???) จะรู้ว่่าความแห้งแล้่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วทำให้ต้นพาดีเกีย ยืนต้นตายไปหมดสิ้น แต่อาจจะมีเมล็ดต้นพาดีเกีย-パデキアのたねที่พระราชาองค์ก่อนๆ เก็บรักษาไว้ในถ้ำพาดีเกีย - パデキアの洞窟 ความจริงก็อยากเข้าไปสำรวจเอง แต่ทว่ามอนสเตอร์เก่งมากๆ และ ที่สำคัญถ้ามีทหารเพียงพอ(ทั้งอาณาจักรมีทหารอยู่คนเดียวเอง เท่าที่เห็น กรรม...) ส่วนเจ้าหญิงอารีน่านั้นก็มาถามเช่นกัน และล่วงหน้าไปที่ถ้ำก่อนแล้ว(พร้อมกับพรรคพวกที่จ้างมาช่วย)
ถ้ำพาดีเกีย - パデキアの洞窟
จากอาณาจักรโซเร็ทต้า เดินลงใต้มาจะพบถ้ำพาดีเกีย ที่เป็นถ้ำน้ำแข็ง (มีผลให้มอนสเตอร์ข้างในมีความทนทานต่อความเย็น ใช้ความเย็นในการโจมตีได้ด้วย และทนทานต่อความเย็นได้เป็นอย่างดี ทำให้เวทมนต์สายน้ำแข็งความเย็นของไบรด์ไม่ได้ผลดีเอาสักเท่าไหร่ ทางที่ดีควรจัดให้มาเนียที่ถนัดเวทมนต์สายไฟและระเบิด มาร่วมในกลุ่ม หรือ หาดาบทลายมาร - はじゃのけんติดตัวไว้ใช้แทนสิ่งของ มีผลเป็นเวทมนต์ ギラ ที่ได้ผลดีทีเดียว) นอกจากนี้แล้วในถ้ำยังมีลูกเล่นอีกอย่างหนึ่ง คือ พื้นลื่นที่จะถูกกำหนดทิศทางในการเคลื่อนที่แล้ว(สังเกตุจากทิศของลูกศร ชี้ไปทางด้านไหนก็จะลื่นไปทางด้านนั้น) ที่เราต้องอาศัยในการเดินเคลื่อนที่หาทางไปในถ้ำแห่งนี้(แต่ผมใบ้ให้นิดว่า ทางไปจริงๆแล้ว ไม่ได้ใช้ไอ้พื้นลื่นนี้แล้วไปถึงทันที ต้องเดินพื้นธรรมดาครับ) เมื่อแรกที่เข้าไปจะพบกับเจ้าหญิงอารีน่า (กับพรรคพวก)พร้อมกับเห็นฉากพังประตูถ้ำ(ทั้งๆที่ตัวเองมีกุญแจขโมยที่เปิดได้ เวง....บ้าพลังแท้) เมื่อตามไปจนคุยได้ ยังจะมาบอกด่าไบร์ดมาทำอะไรที่นี้ แล้วจะมาหาเมล็ดพาดีเกียกับพวกที่ท่าทางอ่อนแอพวกนี้แล้วจะได้ไหมเนี่ย(อืม...ปากดี) แล้วไล่ไบร์ดให้กลับไปดูแบคลิฟท์ดีกว่า ที่เหลือให้ตัวเองจัดการเอง (แต่ก็จะเห็นแค่เดิินวนๆ อยู่ในชั้นที่ 2 ไม่ได้ไปไหนไกลเลย) กลับมาที่กลุ่มเรา ให้เดินลงไปที่ชั้นที่ 3 เพื่อเก็บเมล็ดพาดีเกียในหีบสมบัติ โดยรวมแล้วไม่ยากครับ งงตอนหาทางเดินกับไอ้พื้นลื่นๆ แค่นั้นแหละครับกับมอนสเตอร์ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆเท่านั้นเอง แต่ให้ระวังกับดักจะมีมอนสเตอร์ หีบกินคน - ひとくいばこ ในหีบสมบัติด้วย(โจมตีแรงมากๆครับ โดนทีเดียวอาจเดี้ยงได้ หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง) ถ้าอย่าไงให้ใช้เวทมนต์ インパス ตรวจดูหีบสมบัติก่อนเปิดก็จะปลอดภัยครับ (โดยถ้าหีบเปล่งแสงสีน้ำเงิน ก็ปลอดภัย ถ้าเป็นสีแดง ก็เป็นมอนสเตอร์ข้างในครับ) แล้ววาร์ปออกกลับไปที่อาณาจักรโซเร็ทต้าอย่างไม่รอช้า
อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国
ตรงไปคุยกับพระราชา เพื่อนำเมล็ดพาดีเกียไปใ้้ห้ ได้รับแล้วพระราชาจะหว่านเพื่อปลูกทันที (ปลูกปุ๊ป โตเลย เร็วเวอร์) แล้วจะได้รับรากพาดีเกียเป็นสิ่งตอนแทน (พระราชาดีใจอย่างมากเพราะว่าจะได้กลับมารวยอีกครั้ง...หึหึหึ)
เมืองมินทอส - ミントスの町
เมื่อได้รับรากพาดีเกียแล้วให้ดิ่งกลับไปทีเมืองมินทอส ไปหาคลิฟท์ที่นอนป่วยรอ(และเจ้าหญิงอารีน่าจะกลับมาแล้วหลังจากเข้าไปหาแล้วไม่เจอ เพราะเราได้ไปก่อน) กดใช้สิ่งของ แล้วเลือกใช้รากพาดีเกียกับคลิฟท์(ต่อหน้า) แล้วคลิฟท์หายกลับมาเป็นปกติดี จากนั้นเจ้าหญิงอารีน่าจะถามไถ่ความเป็นมาของเรา เมื่อรู้ว่าต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือกำจัดจักพรรดิแห่งนรก จึงขอร่วมเดินทางไปด้วย(แต่ที่เหตุผลที่สำคัญกว่าของเธอคือ ยิ่งคนเยอะยิ่งน่าสนุกครึกครื้นต่างหาก) แล้วเราจะได้เจ้าหญิงอารีน่า คลิฟท์ รวมถึงไบร์ด(ที่เข้ามาร่วมก่อนหน้าแล้ว) มาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอย่างสมบูรณ์และเป็นทางการ(รวมถึงกุญแจขโมย-とうぞくのカギ ที่สามารถเปิดประตูสีน้ำเงินที่ล๊อคอยู่ได้) แต่เมื่อจะออกเดินทางต่อไปนั้น กวีพเนจรที่ืืืยืนรออยู่หน้าห้องนั้น จะเข้ามาทักแล้วแล้วเอ่ยขอโทษที่(เสือก)ได้ยินเรื่องทั้งหมด แล้วให้บอกว่ามีนักรบจากปราสาทบาทูแลนด์ที่ชื่อไลอัล - ライアン กำลังออกตามหาผู้กล้าอยู่ แต่ตอนนี้ได้ออกเดินทางไปยังทิศตะวันตกที่ห่างไกล อันเป็นที่ตั้งของปราสาทคิงเลโอแล้ว
ปราสาทคิงเลโอ - キングレオ城
จากทวีปที่เป็นที่ตั้งของเมืองมินทอส ให้ล่องเรือไปทางตะวันตกเรื่อยๆ จนถึงทวีปใหญ่ด้านซ้ายมือ(ของแผนที่) แล้วให้สังเกตุจุดสีแดง อันเป็นสัญลักษณ์แสดงที่ตั้งของหมู่บ้าน เมือง หรือ ปราสาท ให้จอดเรือที่บริเวณที่เป็นจุดสีแดงที่ใกล้กับฝั่งทะเลมากที่สุดของตอนบนจองทวีป จะพบกับปราสาทคิงเลโอ(ตำแหน่งเดียวกับบที่ 4 น่ะครับ) เข้าไปแล้วจะพบว่าปราสาทยังล๊อคด้วยประตูกุญแจเวทมนต์ - まほうのカギ เหมือนเดิม ทำให้เข้าไปด้านในไม่ได้(บทที่ 4 เข้าได้เพราะโอริลใช้วิชาเล่นแปรธาตุ เปิดให้) คุยกับทหารที่เฝ้่าอยู่จะรู้ว่าเพิ่งจะจับตัวไอ้บ้าชือ ไลอัล ที่พยายามจะบุกปราสาทไปขังคุกหมาดๆ และไปที่มุมซ้ายล่างของปราสาทจะพบกวีพเนจรที่ชือ โฮอิมิน - ホイミン (ชื่อคุ้นๆไหมครับ) ที่จะขอร้องให้เราช่วยไลอัลเอามา โดยต้องลอบเข้าไปในปราสาทด้วยกุญแจเวทมนต์ ซึ่งเพื่อนของเค้าที่อยู่หมู่บ้านโคมิซ - コ-ミズ村 รู้ว่าอยู่ที่ใด แล้วจะรอช้าอยู่ไยล่ะ รีบไปเลยดีกว่า
หมู่บ้านโคมิซ - コ-ミズ村
ถ้ายังจำกันได้หมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดของมาเนีย-มิเนียนั้นเอง และ เป็นที่ตั้งของห้องทดลอง(ควบบ้านพัก)และสุสานของพ่อพวกเธอเอ็ดกัล - エドガン นักเล่นแปรธาตุที่ถูกลูกศิษย์ทรยศจนตัวตายไป มาเนีย-มิเนียเริ่มออกผจญภัยด้วยเหตุนี้นี้เอง(เนื้อเรื่องจากบทที่ 4) ให้คุยกับคนในหมู่บ้านจะได้รับการต้อนรับการกลับมาเป็นอย่างดี และได้รับคำบอกว่า มีมอนสเตอร์(สไลม์)อยู่ในหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังให้หมาหาตัวอยู่ รวมถึงคำบอกเล่าเกี่ยวกับแผนการสร้างเมืองในทะเลทรายจากพ่อค้าพเนจรที่มาพักที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้าน จากนั้นให้ไปที่ห้องทดลองใต้ดินของเอ็ดกัล จะพบกับสไลม์ที่พูดได้ตัวหนึ่ง(โฮอิมินบอกว่ามีเพื่อนอยู่ แต่เพื่อนเป็นสไลม์ แล้วจะทำให้คิดได้ว่าโฮอิมินนั้นก็คือสไลม์ที่อยากเป็นมนุษย์ และเป็นเพื่อนร่วมผจญภัยกับไลอัลในบทที่ 1 นั่นเอง จำได้กันไหมล่ะครับ) มันจะบอกว่าเอ็ดกัลนั่นมีห้องทดลองลับอยู่ที่ถ้ำทางตะวันตกของโคมิซ -コ-ミズ西の洞窟 และในนั้นมีกุญแจเวทมนต์อยู่
ถ้ำทางตะวันตกของโคมิซ -コ-ミズ西の洞窟
ออกจากโคมิซ เดินไปทางตะวันตก(ไกลหน่อย)จะพบกับถ้ำ(สถานที่เดียวกับที่ในบทที่ 4 ไปตามหาโอริลนั่นเอง) ให้เข้าไปด้านในจนไปถึงที่เก่าที่พบโอริล ในหีบสมบัติที่เคยเป็นที่เก็บของลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ - せいしゅくのたま(ที่เก็บไปแล้วในบทที่ 4) ให้กดสำรวจอีกที จะพบกับสวิตซ์ที่เปิดบันไดลับสู่ห้องทดลองลับของเอ็ดกัล ในนั้นเองจะมีหีบสมบัติที่เก็บกุญแจเวทมนต์อยู่(โดยกุญแจเวทมนต์จะสามารถเปิด ประตูสีแดงที่ล๊อคอยู่ได้น่ะครับ) เก็บซะแล้วเตรียมตัวไปช่วยไ ลอัล(แหกคุก)กัน...
***แต่ก่อนอื่น ผมแนะนำให้เอากุญแจเวทมนต์ไปเปิดประตูตามเมืองต่างๆที่ผ่านมาเสียก่อน เพื่อเก็บไอเท็ม อาวุธต่างๆ ที่ต้องไปให้ได้คือปราสาทเอ็นดอลครับ ที่บ้านมุมขวาล่างของเมือง เปิดประตูสีแดงขึ้นไปที่ ชั้น 2 จะพบกับร้านขายเครื่องป้องกันลับ(ในตำนาน) ที่จะมีขายชุดเกราะที่ดีที่สุด(ของเพื่อนเราในกลุ่ม 5 คน)คือ ชุดเกราะฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルよろい พลังป้องกัน +95 สามารถลดความเสียหายจากเวทมนต์โจมตีสายหลักๆได้ด้วย ดีอย่างแรงครับ แต่พอดูราคาแล้วจะตกใจ ราคาต่อชุดคือ 35000G ครับ (ถ้าอย่างไงให้ลองเก็บเงินมาซื้อกันให้ได้น่ะครับ ส่วนวิธีเก็บเงินง่ายๆนั้น มีครับ แต่ให้ถึงที่เสียก่อนจะแนะนำให้ได้รู้กัน ไม่งั้นก็ซื้อเครื่องป้องกันอย่างอื่นๆ ทีี่รองๆลงมา เช่นชุดเกราะคมเขี้ยว-やいばのよろい ในราคาย่อมเยาว์ก่อน เพื่อความง่ายในการผจญภัยต่อไปครับ) แล้วถ้าสังเกตุให้ดีในชั้น 1 ห้องข้างๆจะมีห้องเก็บหีบสมบัติอยู่ 3 หีบ โดย 1 ในนั้นจะเป็นหีบที่เก็บอาวุธสุดแกร่งอย่างดาบสองคม-もろはのつるぎ อยู่ แต่ทว่าต้องคำสาปครับ สวมใส่แล้วจะถอดออกเองไม่ได้(ต้องเข้าโบสถ์ ให้บาทหลวงแก้คำสาปให้ถอดออกได้ แต่แพงมากครับ) และที่สำคัญคือ เมื่อใช้โจมตี มอนสเตอร์โดนโจมตีลดเท่าไหร่ 1ใน4นั้น จะกลับมาทำร้ายคนสวมใส่ด้วย(หนักหนาเหมือนกันครับ) แต่ทางเข้าแถวๆนั้น หายังไงก็ไม่หาไม่มี ทางเข้าไม่ได้อยู่แถวบริเวณนั้นหรอกครับ แต่อยู่ที่ทางเดินก่อนเข้าโคลอสเซี่ยมต่างหาก (ใบ้ให้นิดคือ จะหาต้องเปิดประตูสีแดงที่เปิดได้ด้วยกุญแจเวทมนต์ ลองเดินๆหมุนๆหน้าจอดูให้ทั่วน่ะครับ) และในตอนกลางคืนให้แอบเข้ามาในตัวปราสาท ขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่ห้องบรรทม จะพบเจ้าชาย-เจ้าหญิงนอนด้วยกันอยู่(แต่นอนคนละเตียงน่ะครับ อย่าเข้าใจผิด) และห้องข้างๆจะมีพระราชาที่นอนไม่หลับเดินวนไปมากับหีบสมบัติ เมื่อเข้าไปเก็บจะได้พิงค์เลโอตาร์ท-ビンクのレオタ-ド และ ไทด์ตาข่าย-あみダイン อันเป็นเครื่องป้องกันเฉพาะของผู้หญิง(อีกตาพระราชาน่าสงสัย ไม่โรคจิต ก็แต๋วละ)
ปราสาทคิงเลโอ - キングレオ城
ให้มาที่ปราสาทคิงเลโอ ใ้ช้กุญแจเวทมนต์เพื่อเปิดประตู เข้าไปภายในตัวปราสาท แ้ล้วให้เดินไปที่มุมขวาบนของปราสาท(บริเวณเดียวกับในบทที่ 4 ที่เสนาบดีเปิดประตูลับเข้าไปหาพระราชานั่นแหละครับ) จะพบกับไลอัลที่ถูกทหารคุมตัวอยู่ แต่เมื่อพบทางลับเข้าไปหาพระราชาแล้ว ไลอัลก็จะจัดการซัดทหารหงายไป(คือแบบว่าแกล้งถูกจับเพื่อให้รู้ที่อยู่ของหัวหน้าโจรนั่นเองแหละครับ) จากนั้นให้เราเข้าไปคุยกับไลอัล เค้าจะตกใจ(บวกดีใจ)มากๆ ที่พบกับผู้กล้าที่เดินทาง(ฝ่าฝัน)ค้นหามายาวนาน และรูปร่างหน้าต่างก็เหมือนกันที่ซิสเตอร์ที่วิหารทำนายไว้ไม่มีผิดเลย(วิหารทำนายที่เดียวกับในบทที่ 4 ที่ทำนายให้สองพี่น้องมาเนีย-มิเนีย นั้นแหละครับ ถ้าไปคุยแล้วจะรู้ว่าไลอัลได้ผ่านมาแวะก่อนแล้ว) จากนั้นจะพากันเข้าไปในห้องลับที่มีคิงเลโอ-キングレオ อยู่ แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะมีทหารกรูกันจะเข้ามาูสู้ ไลอัลเห็นเข้าจึงเข้าไปสกัดขวางไว้ แล้วรีบให้เราไปจัดการกับคิงเลโอซะ เข้าไปคุยซะ จะตัดเข้าฉากต่อสู้ด้วย แล้วเราก็จะมาเจอศัตรูคู่อาฆาตอีกครั้ง หลังจากที่แพ้อย่างไม่มีท่าในบทที่ 4 โดยคิงเลโอจะโจมตีได้ 2 ครั้งต่อ 1 เทิร์น พ่นน้ำแข็งและให้เวทมนต์คิร่า(ให้ใส่เครื่องป้องกันที่ลดความเสียหายจากลูกไฟจะดีครับ เช่นโล่เหล็ก-てつのたて) วิธีกำจัดก็ให้จัดกลุ่มให้คนที่สามารถใช้เวทมนต์เบโฮอิมิ-ベホイミ ทุกคนมาอยู่ในกลุ่ม อันได้แก่ ผู้กล้า มิเนีย และคลิฟท์ แล้วให้หมั่นเพิ่มพลังชีวิตทุกเทิร์น สลับกับให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้แก่กลุ่มเราทุกคน ไบร์ดใช้เวทมนต์ ルカニ ลดพลังป้องกันของคิงเลโอลงแล้วผู้กล้าโจมตีมันเข้าไปเรื่อยๆ พลังชีวิตคิงเลโอมีประมาณ 900 น่ะครับ เมื่อกำจัดลงได้แล้ว คิงเลโอจะกลับมามีสภาพเป็นปกติและจำอะไรไม่ได้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วให้ไปคุยเสนาบดีที่บอกว่าตอนนี้ バルザック ยังไม่ตายและยังได้ครองปราสาทเซนต์ไฮม์-サントハイム (ปราสาทของเจ้าหญิงอารีน่านั้นเอง)อีกด้วย
ปราสาทเซนต์ไฮม์-サントハイムの城
หาเดินทางขึ้นไปยังทวีปทางเหนือ โดยปราสาทเซนต์ไฮม์จะอยู่ที่ทวีปทางเหนือบริเวณที่อยู่ด้านตะวันตกมากที่สุดน่ะครับ แต่ก่อนที่จะถึงที่ปราสาทเซนต์ไฮม์นั้น จะมีหมู่บ้านริมทะเล-浜辺の村 ที่อยู่บนเกาะใหญ่ซ้ายมือระหว่างทาง ก่อนถึงทวีปทางเหนือ อันเป็นหมู่บ้านลูกหลานโจรสลัดเก่า เมื่อคุยกับชาวบ้านจะรู้ว่าในตอนกลางวันกับกลางคืน พื้นที่ของหมู่บ้านจะแตกต่างกันตามระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงมาแตกต่างกัน(เพราะอยู่ริมทะเลจริงๆ) และข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับถ้ำสมบัติที่เก็บซ่อนสมบัติดีมากมายๆ(อยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลก) ข่าวเกี่ยวกับดาบที่ดีที่สุดในโลก ดาบฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのつるぎ ที่ถูกซ่อนอยู่ในถ้ำสมบัติของโจรสลัด รวมไปถึงทรายแห่งเวลา-時の砂 ที่ช่วยย้อนเวลากลับได้ แต่จุดประสงค์หลักของตอนนี้คือการมาหาซื้ออาวุธเครื ่องป้องกันที่ดีกว่าเพื่อเตรียมพร้อมสู้กับ バルザック รอบ 2 น่ะครับ โดยให้ซื้อชุดประกอบพิธีเวทย์-まほうのほうい ให้แก่คลิฟท์น่ะครับ แต่เมื่อเข้าหมู่บ้านมาในตอนกลางคืน กระแสน้ำขึ้นจะทำให้หมู่บ้านครึ่งล่าง มีน้ำทะเลเข้ามาถึง แต่ทว่า...เกิดเหตุประหลาดคือ ที่พื้นที่แห่งหนึ่งที่น้ำทะเลไม่อาจจะเข้าไปได้ จะต้องมีอะไรอยู่ที่นั้นแน่นอน แต่ตอนนี้น้ำขึ้นอยู่ทำให้ไม่เข้าไปถึงไม่ได้ ฉะนั้นจำตำแหน่งให้ดี แล้วให้ไปสำรวจที่ตำแหน่งนั้นในตอนกลางวัน จะพบกับหินแห่งความแห้ง-かわきのいし จากนั้นล่องเรือต่อไปอีกนิดจะถึงกับทวีปทางเหนือ เลยจากหอคอยแห่งหนึ่ง ไปจะเป็นแผ่นดินที่มีปราสาทอยู่ข้างกับหมู่บ้าน ปราสาทนั้นคือปราสาทเซนต์ไฮม์นั้นเอง (ก่อนเข้าปราสาท ให้เตรียมตัวฟื้นพลังต่างๆ ซื้อสมุนไพรเตรียมไว้ และเซฟให้เรียบร้อยก่อนที่หมู่บ้านซารัน-サランの村 ส่วนการจัดกลุ่มแนะนำให้จัดทั้งคลิฟท์และไบร์ดไว้ในกลุ่มน่ะครับ) เืมื่อพร้อมแล้วก็เข้าไปในปราสาทกันเลยครับ โดยในปราสาทจะกลายเป็นแหล่งมอนสเตอร์ไปหมดแล้ว(ระวังด้วยน่ะครับ เดินหรือคุยแล้วจะเจอและสู้กับมอนสเตอร์ด้วย แ่ต่เมื่อคุยกับมอนสเตอร์แล้วจะรู้ว่าไม่ชอบขี้หน้า バルザック ที่เดิมเป็นคนมาก่อนเท่าไหร่ แต่ติดที่เดธปิซ่าโร่ให้ท้าย เลยต้องทนๆไป) ให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 ท้องพระโรงจะเห็นพระราชาอยู่ นั้นคือ バルザック ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเดธปิซ่าโร่นั่นเอง(ด้วยวิธีการดัดแปลงจากที่ エドカンド ค้นพบมา) คุยแล้วจะสู้ด้วย โดย バルザック ในตอนนี้ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลงไป แข็งแกร่งขึ้นมากทั้งพลังโจมตี พลังป้องกัน โจมตีได้ 2 ครั้งต่อเทิร์นด้วย ใช้เวทมนต์สายน้ำแข็งอย่าง ヒャダルコ โจมตีทั้งกลุ่มใส่เรา (แรงทีเดียวครับ ลดประมาณ 30)ที่เลวที่สุดคือทุกๆเทิร์นพลังจะฟื้นคืนมาเองด้วย(ประมาณ 50 อันนี้เองที่ทำให้ผมสู้กับมันครั้งแรก ล่อไปครึ่งชั่วโมง แถมแพ้อีกต่างหาก โจมตีเท่าไหร่ก็ไม่ตาย ใจเย็นค่อยๆเติมพลัง จนมันพลังฟื้นคืนมาเรื่อยๆ) ให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้แก่กลุ่มเราทุกคน ไบร์ดใช้เวทมนต์ バイキルト(ถ้าได้แล้วน่ะครับ เลเวล 19 ขึ้นไป) เพิ่มพลังโจมตีให้กับตัวโจมตีแรงเช่นเจ้าหญิงอารีน่าหรือผู้กล้า หรือถ้ามีมาเนียในกลุ่มก็ให้ใช้เวทมนต์ メラミ (ถ้าได้แล้วน่ะครับ เลเวล 19 ขึ้นไป) จะปราบได้ง่ายจริงครับ(เมื่อเทียบกับผมที่ยังไม่รู้ว่ามันฟื้นพลังเองได้ และเลเวลยังไม่ถึงพอมีเวทมนต์ใช้) ปราบลงได้แล้วพวกมอนสเตอร์ในปราสาทจะเข้ามาดูแล้วคุยกันว่าจะต้องเอาผลกลับไปรายงานเดธปิซาโร่ว ่าการทดลองการกลายร่างเป็นมอนสเตอร์(ที่มี バルザック เป็นหนูทดลอง) ยังไม่สมบูรณ์ สุดท้ายแล้วยังจำเป็นต้องใช้ปลอกแขนทองคำ-おうごんのうでわ(จำกันได้ไหมครับ ของที่เอาไปแลกตัวประกันในบทที่ 2 ไงครับ) เพื่อให้การกลายร่างสมบูรณ์นั่นเอง แล้วจะพากันหายไปจากปราสาท ให้เดินกลับไปที่ชั้นหนึ่งจะพบกับห้องที่เก็บหีบสมบัติ ที่เมื่อยังไม่ได้ปราบ バルザック นั้น จะมีมอนสเตอร์ขวางทางเราไม่ให้เข้าไปเก็บ ใช้กุญแจเวทมนต์เข้าไปเก็บไอเท็มสำคัญต่อการผจญภัย 2 อย่างคือ ขลุ่ยมาร-あやかしのふえ และ ไม้เท้าแม๊กม่า-マグマのつえ ***ในแถวบริเวณระหว่างปราสาทเซนต์ไฮม์นี้เอง จะมีมอนสเตอร์ที่เรียกว่า มิสเทอรี่ดอลล์-ミステリド-ル อยู่ เมื่อกำจัดได้จะได้รับเงินเป็นจำนวนถึง 300G/ตัว มักจะปรากฏมาเป็นกลุ่ม 2-5 ตัว ตรงนี้เองล่ะครับ ที่จะเป็นที่เก็บเงินไว้จับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้ไพ่ทาร๊อตเงิน-ぎんタロット ของมิเนีย โดยจััดให้มิเนียอยู่ในกลุ่ม ตอนต่อสู้ให้รีบกำจัดมิสเทอรี่ดอลล์เสียก่อน(เพราะไม่งั้นผลจากไพ่ทาร๊อตเงินบางครั้งจะทำให้ศัตรูหายไป แล้วไม่ได้รับทั้งเงิน ทั้งค่าประสบการณ์เลย) แล้วค่อยให้มิเนียใช้ไพ่ทาร๊อตเงินเพื่อสุ่มหยิบไพ่ขึ้นมา แล้วภาวนาให้ได้ไพ่ดวงดาว ほしのカ-ド ซึ่งจะมีผลให้เมื่อจบการต่อสู้จะได้รับค่าประสบการณ์และเงินเป็น 2 เท่าจากปกติ ข้อควรระวังคือ อย่าใช้ไพ่ทาร๊อตในการต่อสู้ 1 ครั้งเกินกว่า 2 ครั้งเด็ดขาด เพราะ เมื่อใช้เป็นครั้งที่ 3 จะหยิบได้ไพ่ต้องห้าม-ひいてはいけないカ-ド ขึ้นมาเสมอ อันมีผลให้กลุ่มเราโดนเวทมนต์ลึกลับที่มีผลเหมือน ザラキ โจมตี ถ้าโชคร้ายก็จะตายหมู่ทันทีครับ ระวังให้ดี ทำอย่างนี้สูงสุดจะได้เงินครั้งละประมาณ 3000G เลยทีเดียว แล้ววิธีนี้ยังประยุกต์ใช้ในการเก็บเลเวลก็ได้น่ะครับ อย่างเช่นเมื่อเจอมอนสเตอร์ตระกูลเมทัลทั้งหลายแหล่ แต่ว่าจะค่อนข้างยากหน่อย เพราะพวกมันเร็ว มักจะหนีไปเสียก่อน)
ปราสาทสแตนเชียร่า-スタンシアラ城
จากนั้นให้ล่องเรือขึ้นไปทางเหนือ ด้านบนซ้ายของแผนที่โลก จะมีเกาะใหญ่อันโดดเดี่ยว บนเกาะจะมีปราสาทสแตนเชียร่า นครหลวงแห่งธารา(ที่ในเมืองจะมีแต่ทางน้ำที่ต้องอาศัยแพเป็นสายทางหลักในการเดินทางในปราสาท) และเป็นที่เล่าลือว่าแต่ก่อนมีการติดต่อกับปราสาทแห่งนภา-天空の城 อันเป็นที่อยู่ของชนเผ่านภาที่มีเทพมังกรเป็นประมุขปกครองอยู่ รวมทั้งปัจจุบันเป็นที่เก็บของหมวกแห่งนภา-てんくうのかぶと แต่เมื่อเข้าไปจะพบว่าปราสาทตกอยู่ในภาวะอันมืดมิด จากการความสะพรึ่งกลัว หมดหวัง(ขนาดบาทหลวง ตกกลางคืนยังนั่งที่ร้านเหล้า ดื่มย้อมใจเลย ทำให้กลางคืนจะเซฟไม่ได้ เวง....) จากการฟื้นคืนขึ้นมาของจักพรรดิแห่งนรก ทำให้พระราชาต้องหาวิธีปลอบขวัญ คืนความร่าเริง ให้แก่ประชาชน ด้วยการประกาศหาผู้ใดที่แสดงการแสดงแล้วทำให้พระราชาหัวเราะได้ จะได้รับรางวัลอย่างงาม ทำให้ผู้คนทั้งในและนอกปราสาท ต่างก็พากันมาต่อแถวลองกัน ถ้างั้นเราก็ขึ้นไปลองมั่งด้วย ที่ชั้น 2 ของปราสาท ให้ต่อแถวเพื่อรอเข้าไปคุยกับพระราชา แต่เมื่อคุยเพื่อโชว์แก๊กแล้วปรากฏว่าฝืด...แป๊ก ถูกไล่ออกมา จากนั้นให้กลับไปที่เมืองใต้ปราสาท คุยกับผู้ชายที่อยู่หน้าบ่อน้ำ จะรู้ว่าที่เมืองมอลบาบาร่า-モンバ-バラ ตอนนี้กำลังมีนักแสดงตลกที่กำลังมาแรง โด่งดังมา ถ้าเป็นเค้าอาจทำให้พระราชาพอใจก็ได้ สุดท้ายคือสำรวจให้ทั่ว (ในบริเวณปราสาทนี้มีเหรียญเล็กอยู่ด้วยกัน ถึง 3 เหรียญน่ะครับ) และอย่าลืมซื้อดาบนิทรา-まどろみのけん ที่จะมีขายเฉพาะกลางคืนเท่านั้น(เจ้าของร้านเป็นคนกลางคืน เปิดขายเฉพาะกลางคืน
เมืองมอลบาร์บาร่า-モンバ-バラの町
ไปยังเมืองมอลบาร์บาร่า (เมืองแรกสุดของบทที่ 4) ให้ไปด้านหลังเวทีของโรงละคร จะพบกับพานอล-パノン นักแสดงตลกที่ำำกำลังได้รับความนิยมสูงสุดของเมือง(ให้ไปใ นตอนกลางวันเท่า่นั้น ถ้าเป็นกลางคืนพานอลจะติดโชว์ คุยกันไม่ได้) จากนั้นให้คุยเพื่อเล่าความและเกลี้ยกล่อมให้พานอลยอมช่วย โดยเค้าจะถามว่าอยากให้ติดตามไปด้วยใช่ไหม ให้ตอบว่าใช่-はい และถามต่อไปว่าการแสดงของเค้าจำเป็นด้วยหรือ ให้ตอบว่าใช่อีก แล้วเค้าจะยอมเข้ากลุ่มเป็นเพื่อนกับเรา
ปราสาทสแตนเชียร่า-スタンシアラ城
ย้อนกลับไปที่ปราสาทสแตนเชียร่าเพื่อเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง ครั้งนี้ให้จัดกลุ่มโดยให้พานอลเป็นหัวแถว(เพื่อที่จะได้คุยกับพระราชาโดยตรง) เมื่อเข้าไปคุยกับพระราชาแล้วพานอลจะพูดว่า ข้าพเจ้าหรือคำพูดของข้าพเจ้านั้นไม่สามารถจะนำความร่าเริงกลับคืนมาสู่ประชาชนและพระองค์ได้หรอก หากแต่เป็นเหล่าผู้กล้าที่ติดตามมาด้านหลังต่างหาก ที่จะปราบปรามจักรพรรดิแห่งนรก นำความสงบสุข ร่าเริงแจ่มใสมาสู่ประชาชน ถ้าหากพระองค์ต้องการอย่างนั้นแล้วก็ ก็ขอให้มอบหมวกแห่งนภาให้แก่ผู้กล้า เพื่อนำไปใช้นำความสงบสุข ความร่าเริงกลับมาเถอะ (โอ้วบาดเหลือเกิน คมเหลือเกิน) หลังจากได้ฟังพระราชาจะได้คิดแล้วยอมมอบหมวกแห่งนภาให้(อันเป็นชิ้นแรก 1 ใน 4 ศัตราวุธแห่งนภา) และได้รับข่าวสารที่ว่าโล่แห่งนภานนั้นอยู่ในความครอบครองของพระราชาแห่งปราสาทบา ทูแลนด์-バトランド城 นั่นเอง
หมู่บ้านอิมูร์ล-イムルの村
ล่องเรือมุ่งหน้าทางทิศตะวันออก เลาะไปตามชายฝั่งด้านบนของทวีปใหญ่ทางเหนือ จนไปเลยผ่านเทือกเขาภูเขา จนถึงบริเวณกลางๆของทวีป จะพบกับหมู่บ้าอิมูร์ล(หมู่บ้านที่เด็กๆหายไปในบทที่ 1) ให้แวะเข้าไปเสียก่อนเพื่อหาข้อมูล แต่ปรากฏว่าได้ยินข่าวแปลกๆว่า คนที่มาเฝ้าที่โรงเตี๊ยมของหมู่บ้าน ตกกลางคืนจะฝันเห็นแต่เรื่องเดียว(ในฝันเจอผู้หญิงแสนสวยด้วย) ฉะนั้นให้ลองไปนอนที่โรงเตี๊ยมสักคืน จะพบกับความฝันที่ว่า มีหญิงสาวอยู่ในหอคอยคนหนึ่งที่ชื่อโรซารี่-ロザリ- กำลังรอคอยใครอยู่สักคน แล้วก็จะปรากฏชายในชุดดำที่ชื่อปิซาโร่-ピサロ ใช้เครื่องดนตรีสักอย่างเกิดเสียงอันไพเราะแล้ว ทำให้ภายในหอคอยได้ แล้วบอกแก่โรซารี่ให้รออีกนิด โลกมนุษย์ใกล้จะล่มสลายแล้ว จากนั้นจะจากไป แล้วจะเห็นโรซารี่อ้อนวอนให้ใครช่วยหยุดปิซาโร่ที ก่อนที่โลกจะล่มสลายลง...
แล้วให้ออกจากหมู่บ้านเดินลงไปทางใต้เพื่อลอดใต้อุโมงค์ข้ามไปยังปราสาทบาทูแลนด์ต่อไป
ปราสาทบาทูแลนด์-バトランド城
ที่นี้เองเป็นบ้านเกิดของไลอัล(เค้าจะได้รับการต้อนรับอย่างดี) จากนั้นไปเข้าเฝ้าพระราชาเพื่อถามเกี่ยวกับโล่แห่งนภา แต่จะพบว่าโล่แห่งนภานั้นถูกมอบเป็นของกำนัลให้แก่พระราชินีแห่งปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城 ซึ่งเป็นดินแดนที่ปกครองของสตรี(โดยสตรี และเพื่อสตรี) เสียตั้งแต่รุ่นปู่ของพระองค์แล้ว(ขี้หลีอ่ะ...) โดยปราสาทการ์เดนบูรก์อยู่ถัดไปทางตะวันออกนี้เอง แต่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเทือกเขา จะเข้าไปได้ต้องอาศััยพลังจากไม้เท้าแม็กม่า-マグマのつえ เพื่อละลายหินผาเข้าไป จากข่าวสารจะรู้ว่าไม้เท้าแม็กม่านั้นอยู่ที่ปราสาทเซนต์ไฮม์(ไม่ต้องบอกก็รู้เพราะเพิ่งมาจากที่นั้น และได้มาเรียบร้อยแล้ว)
ปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城
กลับไปขี้นเรือที่ฝั่งเหนือหมู่บ้านอิมูล แล้วแล่นเรือเลาะชายฝั่ง ผ่านแนวเทือกเขาที่กั้นอีกแนว แล้วลงจากเรือเดินลงต่อเรื่อยมายังปราสาทการ์เดนบูรก์ โดยก่อนถึงปราสาท ฉากจะตัดเข้ามาที่หน้าผา ให้เรากดใช้ไม้เท้าแม๊กม่า (กราฟฟิคอลังการทีเดียว) หินผาจะละลายเปิดทางให้เราเข้าไปยังปราสาทได้ เข้าไปในปราสาท ให้คุยหาข่าวสาร(รวมถึงซื้อเครื่องป้องกันในร้านในปราสา) แล้วไปคุยกับแม่ชีซึ่งกำลังดีใจอยู่หลังได้รับกางเขนเงินจากพระราชินีมาหมาดๆ แล้วให้เข้าไปยังห้องที่อยู่ติดกันทางด้านบน จะพบกวีคนหนึ่งกำลังค้นลิ้นชักในห้อง เพื่อหาอะไรซักอย่าง เมื่อเข้าไปทัก จะถูกบอกให้ลองเปิดลิ้นชักดู แต่พอเราเปิดเท่านั้แหละ แม่ชีจะเปิดเข้ามาเห็นภายดี แล้วกางเขนเงินของเธอจะหายไป ทำให้เธอสงสัยว่าเราคือขโมยที่มาขโมยกางเกนเงินของเธอไป แล้วเราถูกนำตัวไปเฝ้าพระราชินี เพื่อทำการตัดสินโทษ โดยจะตั้งคำถามแก่ถามเราว่าเราเป็นขโมยใช่หรือไม่ ให้ตอบปฏิเสธ-いいえ และ ถามไปอีกว่ารู้ตัวคนร้ายที่แท้จริงใช่ไหม ให้ตอบว่าใช่-はい แล้วพระราชินีจะยอมให้เราไปตามจับคนร้ายที่แท้จริงมาเพื่อพ ิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องทิ้งเพื่อนไว้ 1 คน(ในคุก) เพื่อเป็นตัวประกัน (จะทิ้งใครไว้ก็ได้ เพราะสามารถเปลี่ยนตัวออกมาได้กับผู้คุ้มคุก) แล้วหาข่าวสารเพิ่มเติมจะรู้ว่าทางใต้ของปราสาทจะมีถ้ำอยู่ ที่นั่นอาจเป็นที่ซ่อนตัวของคนร้ายก็เป็นได้ และสุดท้ายก่อนออกจากปราสาท ให้สำรวจที่หลังบันไดทางขึ้นไปที่ท้องพระโรง จะพบกับบันไดลงไปชั้นใต้ดิน(เข้าใจซ่อนน่ะ) จะพบกับหีบสมบัติที่เก็บกงเล็บข้อมือเพลิง-ほのおのつめ อาวุธที่ดีของเจ้าหญิงอารีน่า(รายละเีอียดดูในหัวข้อ 新聞男 : Dragon Quest IV Walkthrough : อาวุธ เครื่องป้องกันและ เครื่องประดับครับ)
ถ้ำทางใต้ของการ์เดนบูร์ก-ガ-デンブルグ南の洞窟
เดินจากปราสาทการ์เดนบูร์ก ลงไปทางใต้จะพบถ้ำ เดินเข้าไปถึงชั้นล่างสุด(ชั้นใต้ดินที่ 3) จะพบกับแหล่งกบดานซ่อนตัวของหัวขโมยบาโกต้า-とうぞくバコタ ที่เป็นตัวขโมยกางเขนเงินไปแล้วหลอกให้เราไปเป็นแพะรับบาป เมื่อเข้าไปคุยด้วย มันจะเริ่มหนี(ด้วยการวิ่งวนๆไปรอบๆห้องก่อน แล้วค่อยหนีออกไป) ให้เราตามไปคุยอีกที มันจะหันกลับมาสู้ด้วย (ถ้าปล่อยให้หนีไปได้ จะต้องกลับเข้ามาใหม่ต้องแต่เริ่ม เพื่อจะเจออีกที เสียเวลาครับ โดนมาแล้ว) บาโกต้าปราบไม่ยากครับ โจมตีก็ดาดๆ ใช้เวทมนต์เฮียดาลโก้ที่แรงหน่อยเท่านั้นเอง ให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト ไบร์ดใช้เวทมนต์ バイキルト และルカニ (สูตรประจำของผม) โจมตีเรื่อยๆก็เรียบร้อยครับ เมื่อปราบมันได้แล้วจะปรากฏนักรบหญิงของปราสาทการ์เดนบูรก์(ที่พระราชินีส่งให้ตามสะกดรอยเรามา ไม่ไว้ใจว่างั้นเหอะ) มาุคุมบาโกต้ากลับไป แล้วบอกเราว่ารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เราบริสุทธิ์ ฉะนั้นให้กลับไปเฝ้าพระราชินี (ในห้องของบาโกต้าจะมีเครื่องประดับ บันดาน่าแห่งสายลมพริ้ว-しっぷうのバンダナ ซ่อนอยู่ อย่าลืมเก็บน่ะครับ)
ปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城
กลับ ไปเ้ข้าเฝ้าพระราชินีแล้วจะได้รับกุญแจสุดท้าย-さいごのカギ ไว้เพื่อไขช่วยเพื่อนให้ออกจากคุกได้ (และแน่นอนครับ ถึงตอนนี้แล้วเราจะสามารถไขประตูที่ล๊อคอยู่ได้ทุกบานแล้ว) จากนั้นไปที่ห้องใต้ดินของปราสาท(ที่ไม่ได้ซ่อน) ที่มีหีบสมบัติในห้องประตูเหล็กล๊อค ล้อมรอบด้วยรูปปั้นอยู่ เปิดประตูด้วยกุญแจสุดท้าย และเก็บโล่แห่งนภา-てんくうのたて ศัตราวุธแห่งนภาชิ้นที่ 2 (ให้ผู้กล้าใส่น่ะครับ เพราะใส่ได้คนเดียว และเป็นเครื่องป้องกันที่ดีมากๆ)
***จากนั้นก่อนจะเริ่มผจญภัยต่อไป เ่ช่นเดียวกันกับตอนที่ได้กุญแจเวทมนต์น่ะครับ ให้ย้อนกลับไปยังหมู่้้บ้าน เมือง และปราสาทที่สามารถเข้าไปถึงได้แล้วในตอนนี้ ทำการสำรวจอีกครั้ง เพื่อเปิดประตูที่ยังไม่ได้เปิดให้หมด ซึ่งมีแต่ไอเท็มดีอยู่ทั้งนั้น ทั้งเหรียญเล็ก-小さなメタル อาวุธต่างๆเช่น คมเขี้ยวแห่งน้ำแข็ง- こおりのやいば ดาบพิฆาตสิ้น-みなごろしのけん เป็นต้น เก็บให้ได้น่ะครับ นอกจากนี้แล้วยังมีหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำทางใต้ของหมู่บ้านฟรีนอล-フレノ-ルの村(ถ้ำที่เก็บปลอกแขนทองคำ ไปไถ่ตัวเจ้าหญิงตัวปลอมคืนมา) ให้เดินไปยังหีบสมบัติที่เป็นหีบที่เก็บ ปลอกแขนทองคำแล้วกดสำรวจอีกครั้้ง (เืลือกกดสวิืทซ์ด้วย-はい)จะพบกับสวิทซ์เปิดบันไดลับ ลงไปยังห้องเก็บหีบสมบัติที่เป็นที่เก็บของไม้เท้าสายฟ้า-いかずちのつえ(จำเป็นต้อ งมีกุญแจสุดท้ายในการเปิดประตูห้องสมบัติก่่อน)
ปราสาทพระราชาแห่งเหรียญ -メタル王の城
จากปราสาทการ์เดนบูรก์ล่องเรือต่อมาทางตะวันออก เลียบชายฝั่งทะเลทางบนของทวีปเรื่อยมา จนกระทั้งมาสุดปลายทวีปด้านตะวันออกที่มีแหลมยื่นไปในทะเลคล้ายก้ามปู และมีปราสาทบนเกาะเล็กตั้งตรงกลางอยู่ในอ่าวของแหลมก้ามปูนั้น ปราสาทนั้นคือปราสาทพระราชาแห่งเหรียญ
ในชั้นที่ 1 จะพบกับพระราชาแห่งเหรียญผู้ชื่นชมในการสะสมเหรียญเล็กต่างๆ-小さなメタル มากกว่าสิ่งใด หากมีผู้นำเหรียญเล็กมาถวายจะได้รับรางวัลตอบแทน(อันล้ำค่า)ตามจำนวนเหรียญที่นำมา ฉะนั้นที่นี้เองจะเป็นที่นำเอาเหรีญเล็กที่ได้จากที่ต่างๆนั้นเอง โดยมีรายละเอียดของรางวัลตอบแทนดังนี้(จำนวนเหรียญคือจำนวนที่เอามาให้ทบไปเรื่อยๆ ส่วนคุณสมบัติของอาวุธ เครื่องป้องกันและเครื่องประดับที่แลกได้นั้นดูในหัวข้อ 新聞男 : Dragon Quest IV Walkthrough : อาวุธ เครื่องป้องกันและ เครื่องประดับ)
15 เหรียญ แหวนแห่งพลัง-ちからのゆびわ
20 เหรียญ รูปี้พิทักษ์-まもりのルビ-
25 เหรียญ เมจิคัลสเกิต-マジカルスカ-ト
30 เหรียญ ไม้เท้าทัณฑ์แห่งสวรรค์-てんばつのうえ
34 เหรียญ ปลอกแขนเมกาซัล-メガザルのうでわ
38 เหรียญ ดาบแห่งปาฏิหารย์-きせきのつるぎ
43 เหรียญ หมวกแห่งความสุขสันต์-しあわせのぼうし
47 เหรียญ ปลอกแขนจอมพลัง-ごうけつのうでわ
52 เหรียญ โล่ฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのたて
60 เหรียญ แส้แห่งกริงแฮม-グリンガムのム เป็นไปได้ล่ะเมื่อเก็บเหรียญเล็กได้ตามจำนวนที่แลกของได้แล้ว อย่าลืมและอย่ารอช้าที่จะมาแลก เพราะว่าของสุดยอดทั้งนั้น จะช่วยให้การผจญภัยง่ายและน่าสนใจมากขึ้น พยายามเก็บมาแลกให้ครบทุกอย่างน่ะครับ
ส่วนในชั้นบนนั้นจะเป็นที่ตั้งของประตูเดินทาง-旅の扉 ที่สามารถวาร์ปไปยังดินแดนอื่นได้(แต่ตอนนี้ยังไม่มีธุระอะไรกับมันน่ะครับ) และชั้นใต้ดินนั้นจะเป็นโรงเตี๊ยม
วิหารถ้ำทะเลร้อง-海鳴りのほこら
ตั้งอยู่ด้านบนขอปราสาทพระราชาแห่งเหรียญพอดี เป็นวิหารในถ้ำที่มีสายทางน้ำผ่านอยู่ ต้องอาศัยแพเพื่อเข้าไปและสำรวจถ้ำ โดยมีเรื่องเล่าขานกันว่ามีเครื่่องป้องกันในตำนานอันส่องแสงเจิดจ้า หลับไหลอยู่ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำ รอคอยการพบกับผู้กล้าที่แท้จริง ให้สำรวจถ้ำให้ครบทุกส่วนครับ เพราะว่าในหีบสมบัติทุกอันมีเหรียญเล็กทั้งนั้นเลย เมื่อเข้้าไปถึงชั้นล่างสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บชุดเกราะแห่งนภา-てんくうのよろい ศัตราวุธแห่งนภาชิ้นที่ 3 (ให้ระวังมอนสเตอร์ในวิหารนี้ด้วยน่ะครับ เพราะว่าเก่งขึ้นมากกว่าที่ผ่านมาเหลือเกิน โดยเฉพาะตัวที่ชื่อ プレシオドン ให้ดีน่ะครับ เพราะว่ามีพลังชีวิตสูงมากประมาณ 400 และ โจมตีหนักเหลือเกิน ถ้าำไงให้เพิ่มพลัีงป้องกันของกลุ่มเราไว้ก่อนด้วยเวทมนต์ スカルト แล้วจู่โจมเน้นไปที่มันเสียก่อน)
หมู่บ้านโรซารี่ฮิล-ロザリ-ヒルの村
หมู่บ้านของพวกฮอพบิต-ホビット(เผ่าพันธุ์ของตัวเอกในเรื่องลอร์ด ออฟ เดอะ ริงก์นั่นแหละครับ) ที่แสนจะเงียบสงบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่โดดเดี่ยวจากโลกภายนอก(ทวีปใหญ่ขวามือน่ะครับ จะต้องล่องเรือเลาะตามชายฝั่งมาเรื่อย จะเห็นทางแม่น้ำ ที่สามารถล่องเรือเข้าไปด้านในทวีปได้ ไปตามเ้ส้นทางน้ำนั่นแหละครับ แล้วจะพบกับหมู่บ้านอยู่ด้านขวามือ หรือ ถ้าดูจากแผนที่โลกจะอยู่เยื้องล่างมาขวาล่างนิดๆจากทะเลทรายน่ะครับ หวังว่าจะหาเจอกันไม่ยากนัก) ในหมู่บ้านนี้เองมีชนเผ่่าต่างๆ(ฮอพบิต มอนสเตอร์ สัตว์ มนุษย์)อยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนก็สามารถที่จะสื่อสารกันรู้เรื่อง(รวมทั้งสัตว์ด้วย ลองคุยกับหมาดู) ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าหมู่้บ้านนี้เคยเป็นที่อยู่ของชนเผ่ามารมาก่อน(คงได้รับอิืทธิพลบางอย่างมา) โดยมีหอคอยกลางหมู่บ้านเหลือทิ้งไว้ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวที่แพร่กระจายออกไปเกี่ยวกับอัญมณีอันทรงค่ารู ปี้หยาดน้ำตา-涙のルビ- อันเกิดได้จากน้ำตาของหญิงชนเผ่าเอลฟ์ ทำให้มนุษย์ผู้โลภมาก หลั่งไหลพากันมาเพื่อแสวงหาและกลั่นแกล้งเพื่อให้ได้รูปี้หยาดน้ำตามา ในหมู่บ้านนี้จะมีอาวุธ เครื่องป้องกันดีๆมากมายขายอยู่ ที่จะต้องซื้อ(บังคับเลยล่ะครับ) ก็คือคิลเลอร์เพียซ์-キラ-ピアス อาวุธสำหรับผู้หญิง(แต่ทำไม ผู้กล้าหญิงใส่ไม่ได้ก็ไม่รู้) ที่สวมใส่แล้วทำให้สามารถโจมตีธรรมดาได้ 2 ครั้งติดต่อกัน(ไม่เกี่ยวกับการใช้เวทมนต์ ใช้ไอเท็มน่ะครับ อย่าเข้าใจผิด) อาจจะเพิ่มพลังการโจมตีเพียงแค่ 5 เท่านั้น แต่ลองคิดดูว่าถ้าให้เจ้าหญิงอารีน่าใส่ ที่ปกติแล้วกำลังความแข็งแรงก็สูงอยู่แล้ว โจมตีได้ 2 ครั้งต่อกัน แล้วบางครั้งยังติดเป็นการโจมตีแบบรวบรวมสมาธิ-会心の一撃 ที่ทำให้ความเสียหายเป็น 2 เท่าอีก(อาจได้เบิ้ลทั้ง 2 ครั้งเลยก็ได้ ถ้าเลเวลสูงๆน่ะครับ) รวมทั้งอาวุธ เครื่องป้องกันในซี่ี่รี่ย์ดราก้อนด้วย อันได้แก่ ดราก้อนคิลเลอร์-ドラゴンキラ- ที่ทำให้เมื่อโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์มังกร จะสร้างความเสียหาย 1.5 เท่า้ และดราก้อนเมล-ドラゴンメイル ลดความเสียหายจากลูกไฟ และลมหิมะลงถึง 20 หน่วย(ให้ซื้อเก็บไว้ เวลาเจอพวกมอนสเตอร์พวกมังกร หรือที่พ่นไฟ พ่นน้ำแข็งก็ให้เปลี่ยนมาใส่ จะช่วยได้มากๆๆๆๆเลยครับ ตาแก่ที่ขายของก็วิ่งรอกทั้งร้านอาวุธ ร้านเครื่องป้องกัน ร้านไอเท็ม แถมยังควบเป็นบาทหลวงอีก ฮาครับ) แล้วให้ไปสำรวจหอคอยในหมู่บ้านนั้น จะพบกับฮอพบิตในห้องหนึ่ง(ตัวหอคอยก็มีหลายชั้นแต่ไม่มีบันไดทางขึ้นแหะ) บอกว่าปิซาโร่เป็นคนสร้างหอคอยแห่งนี้และรู้ว่าทางขึ้นอยู่ไหน คุ้นๆ รูปร่างหน้าตาหอคอยนี้บ้างไหมครับ... มันคือหอคอยที่ปรากฏในความฝันตอนที่พักโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านอิมูลนั้นเอง (แล้วผู้หญิงในความฝันคนนั้นล่ะ) แล้วให้รอจนตกกลางคืนแล้วเข้ามาอีกที ที่หน้าต่างชั้นบนของหอคอยจะปรากฏหญิงสาวคนหนึ่ง(อันมีสีหน้าโศกเศร้า) ถ้าเราจำรายละเอียดความผันได้จะจำได้ว่าผู้ชายที่เข้าไปในหอคอยได้นั้น ได้บรรเลงเครื่องดนตรีอะไรสักอย่างให้เกิดเสียง แล้วจึงเข้าไปในหอคอยได้ และไอเท็มที่น่าจะทำให้เกิดเสียงที่เรามีอยู่แล้วยังไม่ได้ใช้ทำอะไรก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ ขลุ่ยมาร-あやかしのふえ ให้ใช้ขลุ่ยมารที่พื้นส่วนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม เมื่อเป่าแล้วพื้นที่เลื่อนลงไป(เป็นเหมือนลิฟท์ กลไกแบบเดียวกับถ้ำทางตะวันตกของหมู่บ้านโคมิซ ในบทที่4) จากนั้นให้ขึ้นบันไดไปยังชั้นสูงสุดของหอคอยจะพบกับห้องใหญ่ แต่ทว่าที่มีปิซาโร่ไนท์-ピサロナイト ขวางทางเฝ้าคุ้มกันอยู่ คุยแล้วจะรู้ว่าได้รับคำสั่งให้เฝ้าอยู่ ไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้าไปได้ แล้วจะสู้กับเรา ลำพังการโจมตีของปิซาโร่ไนท์นั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ว่ามันมีพลังชีวิตที่สูงทีเดียว และโจมตีหนักมาก และให้ระวังมันใช้ลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ-せいしゅくのたま ทำให้เราไม่สามารถใช้เวทมนต์ใดๆได้เลย ซ้ำร้ายมันยังเรียกพวกได้ด้วย โดยจะเรียกไอซ์คอนดอร์-アイスコンドル ที่พ่นน้ำแข็งโจมตีเราทั้งกลุ่มและการโจมตีแบบเคียดแค้น-痛恨の一撃 ที่แรงมากครับ ฉะนั้นเตรียมสมุนไพรและไอเท็มที่ใช้ต่างสิ่งของแล้วมีผลเหมือนการใช้เวทมนต์ไว้ด้วย หรือ ให้รีบใช้เวทมนต์ ピオラム เพื่อเพิ่มความเร็วให้แก่พวก และเวทมนต์ スカルト เพิ่มพลังป้องกันไว้เสียแต่เนิ่นน่ะครับ แล้วถ้าหากมีเวลาเหลือเฟือให้เวทมนต์ バイキルト เพิ่มพลังโจมตีไว้ด้วยก็จะ้ดีมาก แล้วถ้าำไอซ์คอนดอร์ถูกเรียกออกมาให้รีบกำจัดมันทิ้งซะก่อน (เพราะว่ามันจะโจมตีกลุ่มใส่เราและถ้าปิซาโร่ตายเสียก่อน เมื่อจบการต่อสู้จะไม่ได้รับลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ ซึ่งน่าเสียดายมากครับ) จากนั้นให้ผ่านเข้าไปในห้องเืพื่อคุยกับโรซารี่-ロザリ- เอลฟ์สาวแสนสวย เธอจะเล่าความเป็นไประหว่างเธอกับปิซาโร่(สรุปง่ายๆคือ เป็นกิ๊กกันว่างั้นเถอะครับ) และ เพราะว่า่มนุษย์เริ่มเข้ามาหวังที่จะได้รูปี้หยาดน้ำตา ทำให้เธอและเอลฟ์ถูกขำเหงรังแก เพื่อช่วยเธอปิซาโร่จึงกลายเป็นเดธปิซาโร่ จักพรรดิแห่งนรกเพื่อทำลายล้างมนุษย์เผ่าพันธุ์อันแสนโหดร้ายให้สิ้นไปจากโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้โรซารี่เป็นทุกข์ใจมาก มนุษย์ได้รับความทรมาณก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ แล้วเธอจะขอร้องให้ช่วยหยุดปิซาโร่ที
ถ้ำน้ำตก-滝の流れる洞窟
ถัดจากหมู่บ้านโรซารี่ฮิลไปทางขวามือบนแผนที่โลก(แต่การจะเข้าถึงนั้นจะต้องมาจากฝั่งทะเล โดยให้ล่องเรือจนมาถึงตำแหน่งที่ตรงกับที่ตั้งของหมู่บ้านโรซารี่ฮิล แล้วเดินเข้ามายังถ้ำด้วยรถม้า) จะเป็นที่ตั้งของถ้ำแห่งหนึ่งที่ภายในมีน้ำตกใหญ่ไหลผ่านอยู่ ซึ่งมีคำล่ำลือกันไว้ว่าเป็นที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ ผู้ครอบครองย่านทะเลใหญ่ในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับข่าวสารที่ได้จากหมู่บ้านริมทะเล(บนเกาะใหญ่ทางซ้ายมือของแผนที่ ที่แวะไปก่อนไปยังปราสาทเซนต์ไฮม์) ซึ่งจะเป็นที่ซ่อนของดาบที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของเกม คือดาบฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのつるぎ เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับบันไดที่ถูกน้ำจากน้ำตกท่วมขังอยู่ ให้โยน(กดใช้)หินแห่งความแห้ง-かわきのいし(ที่ได้มาจากหมู่บ้านริมทะเล) ตรงหน้าบันได จะทำน้ำที่อยู่รอบบันไดหายไป และเปิดทางให้เราไปยังบันไดเพื่อลงไปยังชั้นต่อไปได้ ในชั้นที่ 2 นั้นจะต้องใช้กุญแจเวทมนต์มาเปิดประตูในชั้นแรก(ประตูสีแดง) แล้วจะพบกับหีบสมบัติที่มีทรายแห่งเวลา-ときのすな อันเป็นไอเท็มที่เมื่อใช้ในฉากการต่อสู้จะทำให้ย้อนกลับไปเริ่มต่อสู้ใหม่อีกครั้ง(ไว้ใช้ในการสู้กับบอส เมื่อเพลี่ยพล้ำ หรือ อยากจะต่อสู้ใหม่ในสภาพเดิม) ต่อจากนั้นก็จะต้องใช้กุญแจสุดท้าย เพื่อเปิดประตูเหล็ก ลงบันไดไปในชั้นต่อไป (ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถมาเก็บทรายแห่งเวลาได้ตั้งแต่ทันทีที่ได้กุญแจเวทมนต์เลย แต่ว่ากว่าจะมาถึงก็ลำบากอยู่พอสมควรเหมือนกันน่ะครับ ถ้าอย่างไงก็ลองกันดูน่ะครับ แต่อย่าฝืน) และเมื่อลงไปยังชั้นล่างสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บดาบฮะกุเรเมทัลไว้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีอย่างมากแล้ว ยังสามารถโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์เมทัล(ที่ให้ค่าประสบการณ์สูงอย่างมาก) พลังชีวิตลดได้ครั้งละ 2 (อาวุธชนิดอื่น ไม่ว่าดีแค่ไหนก็ลดแค่ 1) ซึ่งต่อไปจะมีประโยชน์มากในการเก็บเลเวลครับ ในดันเจี๊ยนต่อไป
สุสานราชวงศ์ - 王家の墓
สถานที่ตั้งอยู่ทางใต้ที่แหลมของทางใต้ของปราสาทเอ็นดอล(นั่งเรือลงมาจากปราสาทเอ็นดอลได้เลยครับ) จุดมุ่งหมายหลักของการเข้ามาที่นี้คือการเก็บเอาไอเท็มสำคัญ คือ ไม้เท้าแปลงร่าง-へんげのつえ เพื่อใช้ในการแปลงร่างตัวเองเข้าไปสืบความลับในฐานที่ตั้งของมอนสเตอร์เดธพาเลซ-デスパレス แต่ความสำคัญที่แท้จริงของสุสานราชวงศ์คือ เป็นสถานที่ไว้สำหรับเก็บเลเวลที่ขึ้นชื่อที่สุดในตระกูลเกมดราก้อนเควสเลยล่ะครับ เพราะว่ามีอัตราการปรากฏของฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルที่สูงมาก(เมื่อกำจัดได้จะให้ ค่าประสบการณ์ 10050/ตัว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นมอนสเตอร์ที่ให้ค่าประสบการณ์สูงที่สุดในเกมก็ตาม อันดับ 1 คือแพลทติน่าคิง-プラチナキングให้ 65000/ตัว เมทัลคิง-メタルキング ให้30010/ตัว แต่ทว่าเจอได้ยากแล้วถ้าเ
ดราก้อนเควสโฟร์ - เหล่าผู้ถูกชี้นำ
บทที่ 5 - 第5章
導かれし者たち - เหล่าผู้ถูกชี้นำ
หมู่บ้านน้อยกลางหุบเขา-山奥の村
ในหมู่บ้านน้อยกลางหุบเขาที่ห่างไกลจากชุมชนอื่น ไม่มีคนรู้จัก ไม่มีใครเข้าออกไปมาหาสู่ ตัดขาดจากโลกภายนอกและไม่มีแม้แต่ชื่อเรียกขาน อันเป็นที่อยู่ของเรา(ผู้กล้า) เพื่อให้ดูแลและเลี้ยงดูเราให้เราเป็นผู้กล้า เพื่อต่อต้านกับจักพรรดิแห่งนรกที่ตื่นขึ้นมา ตามคำพยากรณ์
เริ่มจากที่บ้านของเรา แม่เราจะเรียกเราให้เอาข้าวกล่อง-おべんとう ไปให้พ่อ เมื่อเรารับข้าวกล่องแล้วให้เอาไปให้พ่อซะ(แกนั่งตกปลาอยู่ที่แม่น้ำ ตอนบนของหมู่บ้าน) แล้วให้เิดินไปคุยกับคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะที่โรงเตี๊ยม จะพบกับคนชุดดำแปลกหน้า ที่เป็นกวีพเนจรที่หลงทางมา แล้วเจ้าของโรงเตี๊ยมไปเจอแล้วช่วยมาพอดี เมื่อคุยกับคนทั้งหมู่บ้านแล้วให้กลับไปที่บ้านเพื่อเตรียมกินข้าว แต่แล้วเมื่อจะเริ่มกิน ก็มีเสียงร้องบอกว่ามีมอนสเตอร์จำนวนมากบุกเข้ามาที่หมู่บ้าน แล้วจะมีคนพาเราหนีไป เพราะว่าเรายังไม่พร้อมที่จะสู้ แล้วอาจารย์ฝึกดาบเราจะมารับเราต่อ ก่อนเข้าไปในห้องเก็บของหมู่บ้านจะคุยกับพ่อที่จะบอกว่า แกไม่ใช่พ่อแท้ๆของเรา(เริ่มน้ำเน่าแล้ว...) แล้วพาไปที่ห้องเก็บของหมู่บ้าน(ที่แรกสุดที่เราฝึกดาบตอนปฐมบทนั้นแหละครับ) แล้วอาจารย์จะเปิดห้องลับให้เราเข้าไปหลบ และมอบสารานุกรมภาพมอนสเตอร์-モンスタ-図鑑 (ซึ่งถ้ารวบรวมได้ครบทุกตัวแล้ว จะได้รับของรางวัลเป็นเหรียญคาสิโน 300000 เหรียญครับ แต่ทว่ากว่าจะครบก็ต้องเล่นอย่างน้อยให้เคลียร์สมบูรณ์ 1 รอบเสียก่อน ไม่ง่ายครับ)ให้ ก่อนที่จะออกไปเพื่อสู้กับมอนสเตอร์ เราจะได้ยินเสียงการต่อสู้สักพัก แล้วซินเซีย-シンシア เพื่อนเราจะเข้ามาหาแล้ว ใช้เวทมนต์ モシャス แปลงตัวเองให้เป็นเรา เพื่อตบตามอนสเตอร์ แต่สุดท้าย...เราจะได้ยินเสียงมอนสเตอร์รายงานต่อเดธปิซาโร่-デスピサロ ว่าได้จัดการผู้กล้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนพากันถอนตัวไป ให้เดินขึ้นไปยังหมู่บ้านจะพบว่าหมู่บ้านทั้งหมดถูกทำลายสิ้น ไม่หลงเหลือผู้คนและสภาพเดิมแม้แต่น้อย แล้วเราก็จะแบกความช้ำใจออกจากหมู่บ้านไป....
บ้านคนตัดฟืน-きこりのいえ
เดินลงมาจากหมู่บ้านเราที่ถูกทำลายลงไป ทางใต้เล็กน้อยจะพบกับบ้านที่สร้างจากท่อนซุง เมื่อเ้ข้าไปจะพบกับคนตัดฟืนที่แกไม่ค่อยชอบสุงสิงกับชาวบ้านสักเท่าไหร่ ดูจากคำพูดของแกที่ไล่เราออกไป ให้พ้นๆ แต่ใจจริงแล้วแกเป็นคนดี(ปากร้ายใจดี) เพราะเมื่อเราพลังชีวิตลดจะสามารถมานอนพักฟื้นคืนพลังชีวิตให้เต็มได้ฟรี(ไม่ต้องเสียเงินไปนอนโรงเตี๊ยม) และอย่าลืมที่จะเก็บไอเท็มด้วย โดยเฉพาะที่หน้าป้ายสุสาน(ตรงที่มีแสงกระพริบ) จะมีผลแห่งชีวิต-いのちのみซ่อนอยู่ สำรวจแล้วจะได้มา รวมถึงชุดเกราะหนัง-かわのよろい ที่อยู่ในตู้ลิ้นชักในบ้าน
ปราสาทบรังก้า-ブランカ城
เดินลงมาอีกเล็กน้อยจากบ้านคนตัดไม้ ก็จะเป็นปราสาทเล็กๆ ที่ชื่อว่าปราสาทบรังก้า ในที่นี้จะพบข่าวสารต่างๆมากมายเกี่ยวกับปราสาท エンド-ル ไล่ตั้งแต่การจัดพิธีอภิเษกระหว่างเจ้าชาย リック ของปราสาท ボンモ-ル กับเจ้าหญิง モニカ แห่งปราสาท エンド-ル ข่าวหมอดูที่แม่น นักเต้นรำอันโด่งดัง และที่สำคัญที่สุดคือการฟื้นคืนกลับมาของจักรพรรดิแห่งนรก (ตอนเดินเข้าไปถึง จะเห็นแถวคนเดิน คือคนที่อาสาจะไปปราบจักรพรรดิแห่งนรกนั้นเอง) ในปราสาทนี้ไม่มีอะไรต่อเนื้อเรื่องน่ะครับ แค่เป็นที่พักระหว่างทางจะไปปราสาท エンド-ル เท่านั้น
ปราสาทเอ็นดอล-エンド-ル城
เดินจากปราสาทบรังก้าไปทางทิศตะวันตกใต้ จะพบกับอุโมงค์เพื่อลอดทะเลไปสู่อีกทวีปหนึ่ง(อุโมงค์ที่ทอลเนโก้ออกเงินขุดนั้นเองจนเสร็จนั้นเอง) ที่อุโมงค์นี้เอง ถ้าโชคดีเราจะเป็นคนที่ 1000 ที่ใช้อุโมงค์นี้ จะได้รับเหรียญคาสิโน มีค่า 2000G(200 เหรียญคาสิโน) ไปเอาที่คาสิโนทีหลัง(ฉะนั้นก่อนเข้าให้เซฟกลางคัน-ちゅうだんไว้ก่อนน่ะคร ับ ถ้าไม่ได้ก็โหลดใหม่ จนกว่าจะได้น่ะครับ) ลอดผ่านอุโมงค์ไปแล้วขึ้นยังพื้นดิน เดินไปทางตะวันตกอีกนิด จะพบกับปราสาทเอ็นดอล ที่นี้เองเราจะพบกับมิเนีย-ミネア ที่รับทำนายโชคชะตาอยู่ที่หน้าร้านของทอลเนโก้ ให้เข้าไปคุย เสีย 10G เพื่อให้ทำนายให้เรา เมื่อทำนายแล้วเธอจะบอกว่าเธอเห็นแสง 7 สีที่ถูกชักนำมาขับไล่ความมืดมิด และจะรู้ได้ว่าเราคือผู้กล้าที่เธอกำลังตามหาอยู่ แล้วจะเข้ามาเป็นเพื่อนในกลุ่มด้วย(ถึงตรงนี้ของที่เก็บได้จากบทของมิเนียมาเนีย จะมารวมกับสิ่งของที่มีอยู่ แต่เงินไม่ได้ติดมาด้วยน่ะครับ เพราะงั้นก่อนจบเนื้อเรื่องในบทให้ซื้อไอเท็มเก็บไว้แทนเงิน) จากนั้นเธอจะบอกว่าให้ไปหามาเนีย-マ-ニア พี่สาวของเธอตอนนี้่น่าจะกำลังอยู่ที ่คาสิโน ให้ไปที่คาสิโน(ชั้นใต้ดินของโรงเตี๊ยม) จะพบกับมาเนียที่กำลังเพลินกับการเล่นสล๊อคแมชชีนอยู่(เข้าไปทักจะถูกด่าว่าเกะกะอีกด้วย ติดการพนันนี่หว่า เงินที่มิเนียหาได้จากการทำนายก็เอามาเล่นหมด ซึ้ง...) เมื่อคุยด้วยแล้วมิเนียจะเล่าเรื่องราวให้ฟัง แล้วมาเนียจะเข้าร่วมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางด้วยอีกคน แล้วมิเนียจะบอกผลทำนายว่าต่อไป ให้ไปทางทิศตะวันออก (หลังจากที่ได้มาเนีย มิเนียเป็นเพื่อนร่วมเดินทางแล้ว ก่อนที่จะออกเดินทางผจญภัยในตอนต่อไป ให้เก็บเลเวล ให้แก่ผู้กล้าเสียก่อนน่ะครับ โดยให้จัดลำดับในกลุ่มให้ผู้กล้าอยู่ในลำดับหลังสุด เพื่อให้โดนโจมตีจากมอนสเตอร์ได้ยาก แล้วให้มิเนีย มาเนียใช้เวทมนต์โจมตีกลุ่มต่างๆเช่น バギ ギラ หรือ イオ จะช่วยเก็บเลเวลได้เร็วมาก และซื้ออาวุธ-เครื่องป้องกันให้พร้อมด้วย โดยอย่าลืมซื้อ โล่เหล็ก - てつのたてเด็ดขาดเพราะว่าช่วยลดความเสียหายจากลูกไฟที่มอนสเตอร์ปล่อยมาได้ และห าซื้อดาบเหล็กกล้า - はがねのつるぎ ได้ที่ปราสาทบอนมอลล์ - ボンモ-ル ที่อยู่ทางเหนือของปราสาทเอ็นดอลก็ได้น่ะครับ ที่อื่นที่ไปได้ตอนนี้ยังไม่มีขาย มีที่เดียว)
โรงเตี๊ยมทะเลทราย - 砂漠の宿屋
จากปราสาทเอ็นดอล ให้ย้อนกลับไปที่ปราสาทบรังก้า(จะใช้เวทมนต์ ル-ラ วาร์ปไปเลยก็ได้น่ะครับ) แล้วเดินไปทางทิศตะวันออก ไปจะพบกับสถานที่ที่อยู่ระหว่างภูเขา ก่อนเข้าทะเลทราย เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับโรงเตี๊ยม คุยกับคนข้างในจะรู้ว่าหากต้องการที่จะข้ามทะเลทรายที่กว้างใหญ่ อันยากลำบาก ต่อไปจำเป็นจะต้องมีรถม้าเป็นพาหนะ และในโรงเตี๊ยมจะมีคนที่ชือฮอฟแมน-ホフマン ที่เป็นลูกชายของเจ้าของโรงเตี๊ยมที่เป็นเจ้าของรถม้าอยู่ แต่เมื่อคุยกับเค้าแล้วเค้ากำลังเสียใจ+โกรธอย่างแรงกับการหักหลัง หนีกลับทิ้งไป ของเพื่อนจากการผจญภัยในถ้ำแห่งการทรยศ - 裏切り洞窟 แล้วไม่ยอมที่จะเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง และให้ความร่วมมือกับใครอีกต่อไป (ซวยแล้ว) เพื่อให้ทราบความให้กระจ่าง เราจำต้องไปที่ถ้ำแห่งการทรยศ ที่อยู่ทางทิศตะวันออกออกไปเล็กน้อยเอง
ถ้ำแห่งการทรยศ - 裏切り洞窟
ในถ้ำนี้จะมีประตูเลื่อนหิน กำแพงที่จำเป็นต้องอาศัยแรงของคน 3 คนถึงจะเปิดและพังลง เพื่อเปิดทางให้ไปต่อไปได้ แต่เมื่อเข้าไปได้ในถ้ำได้ไม่เท่าไหร่ มาเนียกับมิเนียจะตกหลุมกับดัก พลัดหลงกับเราไป ทำให้เราต้องผจญภัยในถ้ำนี้คนเดียว รวมถึงตามหาพวกเธอด้วย(ในทางที่คนเดียวสามารถไปได้ เพราะฉะนั้นก่อนเข้ามาให้เก็บเลเวลให้กับผู้กล้าอีกนิด เพื่อความง่ายในการผจญภัยน่ะครับ) เดินตามหาสักพักจะพบพวกเธอ แต่แล้วเมื่อตามไปจนทัน จะพบว่าเป็นมอนสเตอร์แปลงตัวมา (ベロベロ 2 ตัว) และเมื่อกำจัดลงไปได้แล้ว ก็จะไปพบกับพวกเธอซึ่งกำลังถูกมอนเสเตอร์ไล่ตามหลังอยู่ เมื่อจะเข้าไปช่วยก็ปรากฏว่ากลับกลายเป็นศัตรูแปลงมาอีกเช่นกัน ในคราวนี้ต้องสู้กับศัตรูถึง 4 ตัวด้วยกัน (แต่ว่าอย่าืลืมว่าชื่อของถ้ำนี้คือ ถ้ำแห่งการทรยศครับ) อันได้แก่ うらぎりこぞう และ きゅうけつこうもり อย่างละ 2 ตัว ซึ่งเป็นบอสของถ้ำนี้ด้วย วิธีปราบก็ไม่ยากครับ โจมตีไปเรื่อยๆ ใส่ うらぎりこぞう ให้กำจัดให้หมดเสียก่อน เพราะว่าสามารถพ่นไฟ และโจมตีแรงกว่า きゅうけつこうもり ถ้ามีโล่เหล็กแล้วลูกไฟก็ไม่ต้องกลัวครับ ยิ่งถ้าสวมชุดเกราะเหล็กแล้วยิ่งสบายใหญ่ แต่ให้หมั่นเติืมพลังชีวิตด้วย ホイミ (หรือ ベホイミ น่าจะถึงเลเวลที่ได้เวทมนต์นี้แล้ว) เมื่อกำจัดลงแล้ว ขึ้นบันไดจะไปพบกับมาเนีย-มิเนีย(อีกล่ะ...) แต่คราวนี้ตัวจริงเสียงจริงครับ ซึ่งเราจะถูกตั้งคำถามให้ตอบเพื่อทดสอบว่าเป็นตัวจริงหรือเปล่า คำถามคือ คนที่เราเจอที่คาสิโนนั้นคือมิเนีย ใช่-はいหรือไม่-いいえ? (คำตอบดูจากเนื้อเรื่องที่อยู่ข้างบนครับ) หากตอบคำถามได้ถูกก็จะได้พวกเธอกลับมาเป็นเพื่อนเดินทางอีกครั้ง(แต่ไม่วายที่จะระแวงซึ่งกันและกันอยู่ คงไปเจอมอนสเตอร์ปลอมตัวมาหลอกเหมือนกัน) เมื่อได้เพื่อนกลับคืนมาแล้วก็จะสามารถที่เปิดประตูหรือทำลายกำแพงกั้นลงได้ จึงสามารถเดินไปในทางใหม่ได้ เมื่อเดินเข้าไปที่ชั้นในสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บอัญมณีที่ชื่อ จิตใจแห่งความเชื่อถือ - しんじるこころ ที่ส่องประกายสีที่เมื่อมองแล้วหัวใจเกิดความเชื่อถือเชื่อมั่นในสิ่งต่างๆ ทำให้พวกเรากลับมาเชื่อมั่นเชื่อใจซึ่งกันและกันดังเดิม แล้วออกจากถ้ำไป(ในถ้ำนี้ใช้เวทมนต์ リレミト เพื่อวาร์ปออกทันทีไม่ได้น่ะครับ ต้องเดินออกเอง)
โรงเตี๊ยมทะเลทราย - 砂漠の宿屋
กลับมาที่โรงเตี๊ยมทะเลทรายอีกครั้ง คุยกับฮอฟแมน แล้วเค้าจะทราบถึงความเป็นมาเป็นไปของการทรยศของเืพื่อน(ที่เกิดจากฝีมือของมอนสเตอร์) และยิ่งเมื่อได้เห็นจิตใจแห่งความเชื่อถือแล้ว ทำให้เชื่อมั่นในพวกเรามาก และจะขอเข้าร่วมเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอีกคน พร้อมกับให้เราใช้รถม้า(ม้ามีชื่อว่าแพททริเชีย - パテシア น่ะครับ)ได้อย่างอิสระ ซึ่งจะทำให้สามารถเดินผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้าไปยังดินแดนต่อไป
เมืองแอนนีล - アネイルの町
เดินทางด้วยรถม้าผ่านทะเลทรายลงมาทางทิศใต้จะพบทางช่องเขาออกมา เมื่อผ่านช่องเขาจะเห็นเมืองแอนนึลตั้งอยู่ตั้งหน้า เมื่อเข้าไปจะพบว่าเมืองนี้เป็นเมืองพักผ่อนก่อนและหลังจากการเดินทางผ่านทะเลทรายอันแสนจะทุรกันดาร ที่มีแหล่งน้ำพุร้อน(ออนเซ็น-温泉) ที่ใช้รักษาโรค คืนความหนุ่มสาวได้(ข่าวลือ) และเป็นที่ตั้งของสุสานของ 戦士リバスト นักรบผู้กล้าหาญที่ต่อสู้กับมอนสเตอร์เพื่อปกป้องชาวประชา นอกจากนี้แล้วยังมีเกราะของ リバスト ที่หลงเหลือทิ้งไว้ให้ดูเป็นอนุสรณ์ด้วย ชุดเกราะที่ว่าอยู่ในโบสถ์น่ะครับ ปกติเข้าไปดูเองไม่ได้เพราะมีซิสเตอร์ขวางทางอยู่ จะต้องไปร่วมทัวร์เมืองที่จะมีไกด์จัดขึ้น เค้าจะรออยู่หน้าโรงเตี๊ยมใหญ่(จริงๆแล้วแกเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเล็กที่อยู่ถัดไป มาดักรอจับลูกค้าไม่ให้ใช้บริการร้านใหญ่ พาทัวร์เสร็จแล้วก็จะถือโอกาสโฆษณาโรงเตี๊ยมตัวเองไปด้วย (แพงกว่าน่ะครับ อย่าไปหลงกล เพราะผมหลงไปแล้วคิดว่ามีโรงเตี๊ยมอยู่ที่เดียว ในเกมยังจะหลอกกันเลย เวง...) แล้วให้สำรวจเืมืองเพื่อเก็บไอเท็ม ที่สำคัญๆก็ได้แก่ เหรียญเล็ก - ちいさなメタル เมล็ดแห่งพละกำลัง - ちからのたね จากนั้นรอให้ถึงเวลากลางคืน(หรือจะใช้ตะเกียงราตรีก็ได้) แล้วเข้าไปที่สุสานของ リバスト จะพบกับวิญญาณของเค้าที่จะบอกว่าชุดเกราะของเค้า(ที่เคยใช้)นั้นคือชุดเกราะแห่ง นภา-天空のよろい แต่ที่เห็นในโบสถ์นั้นเป็นของปลอม มีคนขโมยแล้วเอาชุดเกราะปลอมมาเปลี่ยนแทน แล้วขอร้องให้เราตามหา เอากลับมา
เมืองโคนันบิวรี่ - コナンベリ-の町
เมืองท่าอันรุ่งเรืองและมีอู่ต่อเรือในตัว ให้รวบรวมข่าวสารภายในเมืองจะได้ยินข่าวของทอลเนโก้ ที่ต้องการจะออกเดินทางไปยังทวีปอื่นด้วยเรือ จึงส่งให้สร้างเรือ เรือก็เสร็จแล้วแต่ทว่ากลับเดินเรือออกไปไม่ได้เนื่อง หอประภาคารใหญ่ที่มีแสงศักดิ์สิืทธิ์ช่วยนำทางในการเดินเรือ กลายเป็นแสงปีศาจทีทำให้มีคลื่นพายุแรงและปรากฏมีมอนสเตอร์ออกมามากมาย ไม่ว่าเรือลำไหนออกเดินทางก็ล่มทุกลำ ดังนั้นทอลเนโก้จึงได้ออกเดินทางไปยังหอประภาคารใหญ่ที่อยู่ทางด้านตะวันออกของเมือง ห่างออกไป เพื่อค้นหาความจริงและแก้ไขปัญหานี้ นอกจากนี้ยังมีข่าวเกี่ยวกับเจ้าหญิงแห่งปราสาทเซนต์ไฮม์และพวกที่เดินทางโดยเรือ ออกไปก่อนหน้าความเปลี่ยนแปลงของหอประภาคารใหญ่ (แล้วอย่าลืมเก็บของในอู่ต่อเรือและเรือเป็นอันขาด เพราะถ้าผ่านเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปแล้วจะหายไปทันที เก็บไว้ก่อนดีที่สุด)
หอประภาคารใหญ่ - 大灯台
เดินจากเมืองโคนันบิวรี่ไปทางตะวันออก จะพบกับหอประภาคารใหญ่ ที่ชั้นแรกจะพบกับทอลเนโก้ที่จะขอร้องให้เราช่วยหาเชื้อไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ซ่อนอยู่ในหอประภาคารนี้ เพื่อนำไปใช้ไล่แสงปีศาจแทนเค้า เนื่องจากมีตัวคนเดียว แถมยังถูกมอนสเตอร์หมายหัวไว้อีกด้วย(ป๊อดนี่หว่า..) แล้วจะขอตัวกลับไปที่เมืองโคนันบิวรี่เพื่อรอฟังข่าวดี(ป๊อดจริงๆด้วย) จากนั้นให้เราขึ้นไปเรื่อยๆ จนในชั้นที่ 4 จะพบหีบสมบัติที่มีเชื้อไฟศักดิ์สิทธิ์อยู่ แล้วขึ้นต่อไปที่ชั้นบนสุดที่ซึ่งจะพบกับมอนสเตอร์ตัวการที่ทำให้เกิดแสงปีศาจคือ とうだいダイカ- ที่จะมาพร้อมกับสมุนคือ ほのおのせんし วิธีกำจัดคือ กำจัด ほのおのせんしเสียก่อนเพราะว่าสามารถปาลูกไฟโจมตีใส่กลุ่มเราได้ทั้งหมด(ค่อนข้างแ รงด้วย) โดยก่อนอื่นให้ มาเนียใช้เวทมนต์ ラリホ- ใส่ とうだいダイカ-เสียก่อนให้หลับ(จะได้ไม่มายุ่งเป็นอันตราย เพราะโจมตีหนักทีเดียว) แล้วให้ใช้เวทมนต์ ルカニ ลดพลังป้องกันของมัน ลงแล้วเน้นโจมตีไปทีละตัวจนกำจัดได้ ส่วน とうだいダイカ-ที่เหลืออยู่ก็แค่ทำซ้ำ มาเนียใช้เวทมนต์ラリホ-กับルカニ มิเนียเติมพลังชีวิตให้ ผู้กล้ากับฮอฟแมนรุมโจมตี ก็จะสามารถกำจัดลงได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แล้วเราจะโยนเชื้อไฟศักดิ์สิืทธิ์เข้าไปยังกระถางไฟที่มีแสงปีศาจลุกโชนอยู่ แล้วแสงศักดิ์สิืืทธิ์จะัขับไล่แสงปีศาจจนสิ้นไป ไฟจากหอประภาคารใหญ่กลับสู่สภาพปกติ การเดินทางด้วยเรือต่อจากนี้ก็จะไม่มีปัญหาใดๆ
เมืองโคนันบิวรี่ - コナンベリ-の町
แล้วย้อนกลับมาที่เมืองโคนันบิวรี่ จะพบทอลเนโก้รออยู่ที่ประตูทางเข้าอู่ต่อเรือ เพื่อขอเข้าร่วมเป็นเพื่อนเดินทางไปในที่ต่างๆในโลกนี้ด้วย(ไปคนเีดียวไม่รอดซิ) แล้วจะได้ทอลเนโก้เป็นเพื่อนร่วมเดินทางพร้อมกับเรือ แล้วภาพจะตัดไปที่เรือกำลังออกจากท่า เพื่อมุ่งหน้าสู่ทวีปใหม่ต่อไป เพื่อไปยังเมืองมินทอส ที่มีผู้รอบรู้เกี่ยวกับทะเลมหาสมุทรอยู่(ตามคำบอกของทอลเนโก้)
เมืองมินทอส - ミントスの町
บังคับเรือให้ลงใต้(ตรงดิ่ง)ไปยังทวีปใหม่ แล้วขึ้นฝั่งเดินลงทางใต้อีกนิดจะพบกับเมืองมินทอส เมื่อเข้าสู่เมืองปุ๊ป ฮอฟแมนจะตื่นเต้นดีใจที่ในที่สุดก็มาถึงเมืองนี้ เมืองที่ผู้เฒ่าฮิลตัน-ヒルタン老人ผู้ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเทพเจ้าแห่งการค้าขาย เป็นผู้ก่อตั้งและอาศัยอยู่ โดยมีเปิดโรงเรียนสอนวิชาการค้าด้วย( รวมทั้งโรงเตี๊ยม ร้านค้า แหม...ครบวงจร) ดังนั้นฮอฟแมน(ที่ฝันว่าจะเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมเหมือนกับพ่อ) ก็จะขอตัวแยกทางเพื่ออยู่เรียนวิชาค้าขายที่เมืองนี้กับผู้เฒ่าฮิลตันนั่นเอง(แต่ว่ารถม้ากับแพททริเซีย ยังคงให้เราใช้และดูแลต่อไป) จากนั้นเดินเข้าไปที่โรงเรียน คุยกับคนแก่ที่อยู่หน้ากระดานดำ(ผู้เฒ่าฮิลตัน) แกที่ถามคำถามว่า แกเป็นผู้รอบรู้เกี่ยวทะเลและมหาสมุทรใช่หรือไม่ ให้ตอบว่าไม่ใช่-いいえ ( ถ้าตอบว่าใช่จะโดนแกด่า เพราะว่าแกจะอยากให้ตอบว่าแกเป็นผู้รอบรู้ทุกเรื่องในโลกต่างๆ ไม่จำกัดเฉพาะเรื่องทะเลกับมหาสมุทร เวง....หลงตัวเอง) เมื่อชมกันถึงขนาดนี้แล้ว ผู้เฒ่าฮิลตันจะให้แผนที่สมบติมา - たからのちず (ซึ่งในแผนที่โลกในหน้าจอบน จะมีเครื่องหมายกากบาทสีแดงปรากฏขึ้นมา ที่นั้นคือที่ซ่อนของสมบัติ แต่ยังเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เพราะมีหุบเขาสูงล้อมรอบไว้หมด) เมื่อไปที่ชั้น 2 ของโรงเตี๊ยม จะพบกับคลิฟท์ - クリフトที่นอนป่วย โดยมีไบร์ด - ブライ คอยเฝ้าไข้อยู่ (แต่ทำไมไม่เห็นเจ้าหญิงอารีน่า-アリ-ナ ล่ะ)เมื่อเข้าไปคุยจะได้ความว่าเจ้าหญิงอารีน่า กำลังออกเดินทางไปหารากต้นพาดีีเกีย - パデキアのねっこสมุนไพรที่รักษาได้ทุกโรค ณ ที่อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国 อันเป็นแหล่งผลิตสำคัญ
อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国
จากเมืองมินทอส เดินลงมาทางตะวันออกเฉียงใต้ จะพบกับเืมืองที่ดูจากภายนอกแล้วดูเล็กๆโทรมๆ นั่นคือ อาณาจักรโซเร็ทต้านั่นเอง เมื่อเข้าไปจะเห็นว่าโทรมจริง เมื่อคุยกับชาวบ้านจะรู้ว่าต้นพาดีเกีย ได้สูญพันธุ์ไปจากอาณาจักรนี้เรียบร้อยแล้วเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทำให้สภาพเศรษฐกิจของอาณาจักรตกต่ำลงเรื่อยๆ จนถึงขั้นที่พระราชายังต้องออกมาทำงานในไร่นา (แต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา ขนาดปราสาทเหลือกลายแค่บ้าน 2 ห้อง โหช่างอิงเรื่องจริงจริงๆ) แล้วให้ไปคุยกับพระราชา (จะทำไร่อยู่หน้าพระราชวัง???) จะรู้ว่่าความแห้งแล้่งเมื่อ 5 ปีที่แล้วทำให้ต้นพาดีเกีย ยืนต้นตายไปหมดสิ้น แต่อาจจะมีเมล็ดต้นพาดีเกีย-パデキアのたねที่พระราชาองค์ก่อนๆ เก็บรักษาไว้ในถ้ำพาดีเกีย - パデキアの洞窟 ความจริงก็อยากเข้าไปสำรวจเอง แต่ทว่ามอนสเตอร์เก่งมากๆ และ ที่สำคัญถ้ามีทหารเพียงพอ(ทั้งอาณาจักรมีทหารอยู่คนเดียวเอง เท่าที่เห็น กรรม...) ส่วนเจ้าหญิงอารีน่านั้นก็มาถามเช่นกัน และล่วงหน้าไปที่ถ้ำก่อนแล้ว(พร้อมกับพรรคพวกที่จ้างมาช่วย)
ถ้ำพาดีเกีย - パデキアの洞窟
จากอาณาจักรโซเร็ทต้า เดินลงใต้มาจะพบถ้ำพาดีเกีย ที่เป็นถ้ำน้ำแข็ง (มีผลให้มอนสเตอร์ข้างในมีความทนทานต่อความเย็น ใช้ความเย็นในการโจมตีได้ด้วย และทนทานต่อความเย็นได้เป็นอย่างดี ทำให้เวทมนต์สายน้ำแข็งความเย็นของไบรด์ไม่ได้ผลดีเอาสักเท่าไหร่ ทางที่ดีควรจัดให้มาเนียที่ถนัดเวทมนต์สายไฟและระเบิด มาร่วมในกลุ่ม หรือ หาดาบทลายมาร - はじゃのけんติดตัวไว้ใช้แทนสิ่งของ มีผลเป็นเวทมนต์ ギラ ที่ได้ผลดีทีเดียว) นอกจากนี้แล้วในถ้ำยังมีลูกเล่นอีกอย่างหนึ่ง คือ พื้นลื่นที่จะถูกกำหนดทิศทางในการเคลื่อนที่แล้ว(สังเกตุจากทิศของลูกศร ชี้ไปทางด้านไหนก็จะลื่นไปทางด้านนั้น) ที่เราต้องอาศัยในการเดินเคลื่อนที่หาทางไปในถ้ำแห่งนี้(แต่ผมใบ้ให้นิดว่า ทางไปจริงๆแล้ว ไม่ได้ใช้ไอ้พื้นลื่นนี้แล้วไปถึงทันที ต้องเดินพื้นธรรมดาครับ) เมื่อแรกที่เข้าไปจะพบกับเจ้าหญิงอารีน่า (กับพรรคพวก)พร้อมกับเห็นฉากพังประตูถ้ำ(ทั้งๆที่ตัวเองมีกุญแจขโมยที่เปิดได้ เวง....บ้าพลังแท้) เมื่อตามไปจนคุยได้ ยังจะมาบอกด่าไบร์ดมาทำอะไรที่นี้ แล้วจะมาหาเมล็ดพาดีเกียกับพวกที่ท่าทางอ่อนแอพวกนี้แล้วจะได้ไหมเนี่ย(อืม...ปากดี) แล้วไล่ไบร์ดให้กลับไปดูแบคลิฟท์ดีกว่า ที่เหลือให้ตัวเองจัดการเอง (แต่ก็จะเห็นแค่เดิินวนๆ อยู่ในชั้นที่ 2 ไม่ได้ไปไหนไกลเลย) กลับมาที่กลุ่มเรา ให้เดินลงไปที่ชั้นที่ 3 เพื่อเก็บเมล็ดพาดีเกียในหีบสมบัติ โดยรวมแล้วไม่ยากครับ งงตอนหาทางเดินกับไอ้พื้นลื่นๆ แค่นั้นแหละครับกับมอนสเตอร์ที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ๆเท่านั้นเอง แต่ให้ระวังกับดักจะมีมอนสเตอร์ หีบกินคน - ひとくいばこ ในหีบสมบัติด้วย(โจมตีแรงมากๆครับ โดนทีเดียวอาจเดี้ยงได้ หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง) ถ้าอย่าไงให้ใช้เวทมนต์ インパス ตรวจดูหีบสมบัติก่อนเปิดก็จะปลอดภัยครับ (โดยถ้าหีบเปล่งแสงสีน้ำเงิน ก็ปลอดภัย ถ้าเป็นสีแดง ก็เป็นมอนสเตอร์ข้างในครับ) แล้ววาร์ปออกกลับไปที่อาณาจักรโซเร็ทต้าอย่างไม่รอช้า
อาณาจักรโซเร็ทต้า - ソレッタ国
ตรงไปคุยกับพระราชา เพื่อนำเมล็ดพาดีเกียไปใ้้ห้ ได้รับแล้วพระราชาจะหว่านเพื่อปลูกทันที (ปลูกปุ๊ป โตเลย เร็วเวอร์) แล้วจะได้รับรากพาดีเกียเป็นสิ่งตอนแทน (พระราชาดีใจอย่างมากเพราะว่าจะได้กลับมารวยอีกครั้ง...หึหึหึ)
เมืองมินทอส - ミントスの町
เมื่อได้รับรากพาดีเกียแล้วให้ดิ่งกลับไปทีเมืองมินทอส ไปหาคลิฟท์ที่นอนป่วยรอ(และเจ้าหญิงอารีน่าจะกลับมาแล้วหลังจากเข้าไปหาแล้วไม่เจอ เพราะเราได้ไปก่อน) กดใช้สิ่งของ แล้วเลือกใช้รากพาดีเกียกับคลิฟท์(ต่อหน้า) แล้วคลิฟท์หายกลับมาเป็นปกติดี จากนั้นเจ้าหญิงอารีน่าจะถามไถ่ความเป็นมาของเรา เมื่อรู้ว่าต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือกำจัดจักพรรดิแห่งนรก จึงขอร่วมเดินทางไปด้วย(แต่ที่เหตุผลที่สำคัญกว่าของเธอคือ ยิ่งคนเยอะยิ่งน่าสนุกครึกครื้นต่างหาก) แล้วเราจะได้เจ้าหญิงอารีน่า คลิฟท์ รวมถึงไบร์ด(ที่เข้ามาร่วมก่อนหน้าแล้ว) มาเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอย่างสมบูรณ์และเป็นทางการ(รวมถึงกุญแจขโมย-とうぞくのカギ ที่สามารถเปิดประตูสีน้ำเงินที่ล๊อคอยู่ได้) แต่เมื่อจะออกเดินทางต่อไปนั้น กวีพเนจรที่ืืืยืนรออยู่หน้าห้องนั้น จะเข้ามาทักแล้วแล้วเอ่ยขอโทษที่(เสือก)ได้ยินเรื่องทั้งหมด แล้วให้บอกว่ามีนักรบจากปราสาทบาทูแลนด์ที่ชื่อไลอัล - ライアン กำลังออกตามหาผู้กล้าอยู่ แต่ตอนนี้ได้ออกเดินทางไปยังทิศตะวันตกที่ห่างไกล อันเป็นที่ตั้งของปราสาทคิงเลโอแล้ว
ปราสาทคิงเลโอ - キングレオ城
จากทวีปที่เป็นที่ตั้งของเมืองมินทอส ให้ล่องเรือไปทางตะวันตกเรื่อยๆ จนถึงทวีปใหญ่ด้านซ้ายมือ(ของแผนที่) แล้วให้สังเกตุจุดสีแดง อันเป็นสัญลักษณ์แสดงที่ตั้งของหมู่บ้าน เมือง หรือ ปราสาท ให้จอดเรือที่บริเวณที่เป็นจุดสีแดงที่ใกล้กับฝั่งทะเลมากที่สุดของตอนบนจองทวีป จะพบกับปราสาทคิงเลโอ(ตำแหน่งเดียวกับบที่ 4 น่ะครับ) เข้าไปแล้วจะพบว่าปราสาทยังล๊อคด้วยประตูกุญแจเวทมนต์ - まほうのカギ เหมือนเดิม ทำให้เข้าไปด้านในไม่ได้(บทที่ 4 เข้าได้เพราะโอริลใช้วิชาเล่นแปรธาตุ เปิดให้) คุยกับทหารที่เฝ้่าอยู่จะรู้ว่าเพิ่งจะจับตัวไอ้บ้าชือ ไลอัล ที่พยายามจะบุกปราสาทไปขังคุกหมาดๆ และไปที่มุมซ้ายล่างของปราสาทจะพบกวีพเนจรที่ชือ โฮอิมิน - ホイミン (ชื่อคุ้นๆไหมครับ) ที่จะขอร้องให้เราช่วยไลอัลเอามา โดยต้องลอบเข้าไปในปราสาทด้วยกุญแจเวทมนต์ ซึ่งเพื่อนของเค้าที่อยู่หมู่บ้านโคมิซ - コ-ミズ村 รู้ว่าอยู่ที่ใด แล้วจะรอช้าอยู่ไยล่ะ รีบไปเลยดีกว่า
หมู่บ้านโคมิซ - コ-ミズ村
ถ้ายังจำกันได้หมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดของมาเนีย-มิเนียนั้นเอง และ เป็นที่ตั้งของห้องทดลอง(ควบบ้านพัก)และสุสานของพ่อพวกเธอเอ็ดกัล - エドガン นักเล่นแปรธาตุที่ถูกลูกศิษย์ทรยศจนตัวตายไป มาเนีย-มิเนียเริ่มออกผจญภัยด้วยเหตุนี้นี้เอง(เนื้อเรื่องจากบทที่ 4) ให้คุยกับคนในหมู่บ้านจะได้รับการต้อนรับการกลับมาเป็นอย่างดี และได้รับคำบอกว่า มีมอนสเตอร์(สไลม์)อยู่ในหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังให้หมาหาตัวอยู่ รวมถึงคำบอกเล่าเกี่ยวกับแผนการสร้างเมืองในทะเลทรายจากพ่อค้าพเนจรที่มาพักที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้าน จากนั้นให้ไปที่ห้องทดลองใต้ดินของเอ็ดกัล จะพบกับสไลม์ที่พูดได้ตัวหนึ่ง(โฮอิมินบอกว่ามีเพื่อนอยู่ แต่เพื่อนเป็นสไลม์ แล้วจะทำให้คิดได้ว่าโฮอิมินนั้นก็คือสไลม์ที่อยากเป็นมนุษย์ และเป็นเพื่อนร่วมผจญภัยกับไลอัลในบทที่ 1 นั่นเอง จำได้กันไหมล่ะครับ) มันจะบอกว่าเอ็ดกัลนั่นมีห้องทดลองลับอยู่ที่ถ้ำทางตะวันตกของโคมิซ -コ-ミズ西の洞窟 และในนั้นมีกุญแจเวทมนต์อยู่
ถ้ำทางตะวันตกของโคมิซ -コ-ミズ西の洞窟
ออกจากโคมิซ เดินไปทางตะวันตก(ไกลหน่อย)จะพบกับถ้ำ(สถานที่เดียวกับที่ในบทที่ 4 ไปตามหาโอริลนั่นเอง) ให้เข้าไปด้านในจนไปถึงที่เก่าที่พบโอริล ในหีบสมบัติที่เคยเป็นที่เก็บของลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ - せいしゅくのたま(ที่เก็บไปแล้วในบทที่ 4) ให้กดสำรวจอีกที จะพบกับสวิตซ์ที่เปิดบันไดลับสู่ห้องทดลองลับของเอ็ดกัล ในนั้นเองจะมีหีบสมบัติที่เก็บกุญแจเวทมนต์อยู่(โดยกุญแจเวทมนต์จะสามารถเปิด ประตูสีแดงที่ล๊อคอยู่ได้น่ะครับ) เก็บซะแล้วเตรียมตัวไปช่วยไ ลอัล(แหกคุก)กัน...
***แต่ก่อนอื่น ผมแนะนำให้เอากุญแจเวทมนต์ไปเปิดประตูตามเมืองต่างๆที่ผ่านมาเสียก่อน เพื่อเก็บไอเท็ม อาวุธต่างๆ ที่ต้องไปให้ได้คือปราสาทเอ็นดอลครับ ที่บ้านมุมขวาล่างของเมือง เปิดประตูสีแดงขึ้นไปที่ ชั้น 2 จะพบกับร้านขายเครื่องป้องกันลับ(ในตำนาน) ที่จะมีขายชุดเกราะที่ดีที่สุด(ของเพื่อนเราในกลุ่ม 5 คน)คือ ชุดเกราะฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルよろい พลังป้องกัน +95 สามารถลดความเสียหายจากเวทมนต์โจมตีสายหลักๆได้ด้วย ดีอย่างแรงครับ แต่พอดูราคาแล้วจะตกใจ ราคาต่อชุดคือ 35000G ครับ (ถ้าอย่างไงให้ลองเก็บเงินมาซื้อกันให้ได้น่ะครับ ส่วนวิธีเก็บเงินง่ายๆนั้น มีครับ แต่ให้ถึงที่เสียก่อนจะแนะนำให้ได้รู้กัน ไม่งั้นก็ซื้อเครื่องป้องกันอย่างอื่นๆ ทีี่รองๆลงมา เช่นชุดเกราะคมเขี้ยว-やいばのよろい ในราคาย่อมเยาว์ก่อน เพื่อความง่ายในการผจญภัยต่อไปครับ) แล้วถ้าสังเกตุให้ดีในชั้น 1 ห้องข้างๆจะมีห้องเก็บหีบสมบัติอยู่ 3 หีบ โดย 1 ในนั้นจะเป็นหีบที่เก็บอาวุธสุดแกร่งอย่างดาบสองคม-もろはのつるぎ อยู่ แต่ทว่าต้องคำสาปครับ สวมใส่แล้วจะถอดออกเองไม่ได้(ต้องเข้าโบสถ์ ให้บาทหลวงแก้คำสาปให้ถอดออกได้ แต่แพงมากครับ) และที่สำคัญคือ เมื่อใช้โจมตี มอนสเตอร์โดนโจมตีลดเท่าไหร่ 1ใน4นั้น จะกลับมาทำร้ายคนสวมใส่ด้วย(หนักหนาเหมือนกันครับ) แต่ทางเข้าแถวๆนั้น หายังไงก็ไม่หาไม่มี ทางเข้าไม่ได้อยู่แถวบริเวณนั้นหรอกครับ แต่อยู่ที่ทางเดินก่อนเข้าโคลอสเซี่ยมต่างหาก (ใบ้ให้นิดคือ จะหาต้องเปิดประตูสีแดงที่เปิดได้ด้วยกุญแจเวทมนต์ ลองเดินๆหมุนๆหน้าจอดูให้ทั่วน่ะครับ) และในตอนกลางคืนให้แอบเข้ามาในตัวปราสาท ขึ้นไปที่ชั้น 2 ที่ห้องบรรทม จะพบเจ้าชาย-เจ้าหญิงนอนด้วยกันอยู่(แต่นอนคนละเตียงน่ะครับ อย่าเข้าใจผิด) และห้องข้างๆจะมีพระราชาที่นอนไม่หลับเดินวนไปมากับหีบสมบัติ เมื่อเข้าไปเก็บจะได้พิงค์เลโอตาร์ท-ビンクのレオタ-ド และ ไทด์ตาข่าย-あみダイン อันเป็นเครื่องป้องกันเฉพาะของผู้หญิง(อีกตาพระราชาน่าสงสัย ไม่โรคจิต ก็แต๋วละ)
ปราสาทคิงเลโอ - キングレオ城
ให้มาที่ปราสาทคิงเลโอ ใ้ช้กุญแจเวทมนต์เพื่อเปิดประตู เข้าไปภายในตัวปราสาท แ้ล้วให้เดินไปที่มุมขวาบนของปราสาท(บริเวณเดียวกับในบทที่ 4 ที่เสนาบดีเปิดประตูลับเข้าไปหาพระราชานั่นแหละครับ) จะพบกับไลอัลที่ถูกทหารคุมตัวอยู่ แต่เมื่อพบทางลับเข้าไปหาพระราชาแล้ว ไลอัลก็จะจัดการซัดทหารหงายไป(คือแบบว่าแกล้งถูกจับเพื่อให้รู้ที่อยู่ของหัวหน้าโจรนั่นเองแหละครับ) จากนั้นให้เราเข้าไปคุยกับไลอัล เค้าจะตกใจ(บวกดีใจ)มากๆ ที่พบกับผู้กล้าที่เดินทาง(ฝ่าฝัน)ค้นหามายาวนาน และรูปร่างหน้าต่างก็เหมือนกันที่ซิสเตอร์ที่วิหารทำนายไว้ไม่มีผิดเลย(วิหารทำนายที่เดียวกับในบทที่ 4 ที่ทำนายให้สองพี่น้องมาเนีย-มิเนีย นั้นแหละครับ ถ้าไปคุยแล้วจะรู้ว่าไลอัลได้ผ่านมาแวะก่อนแล้ว) จากนั้นจะพากันเข้าไปในห้องลับที่มีคิงเลโอ-キングレオ อยู่ แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะมีทหารกรูกันจะเข้ามาูสู้ ไลอัลเห็นเข้าจึงเข้าไปสกัดขวางไว้ แล้วรีบให้เราไปจัดการกับคิงเลโอซะ เข้าไปคุยซะ จะตัดเข้าฉากต่อสู้ด้วย แล้วเราก็จะมาเจอศัตรูคู่อาฆาตอีกครั้ง หลังจากที่แพ้อย่างไม่มีท่าในบทที่ 4 โดยคิงเลโอจะโจมตีได้ 2 ครั้งต่อ 1 เทิร์น พ่นน้ำแข็งและให้เวทมนต์คิร่า(ให้ใส่เครื่องป้องกันที่ลดความเสียหายจากลูกไฟจะดีครับ เช่นโล่เหล็ก-てつのたて) วิธีกำจัดก็ให้จัดกลุ่มให้คนที่สามารถใช้เวทมนต์เบโฮอิมิ-ベホイミ ทุกคนมาอยู่ในกลุ่ม อันได้แก่ ผู้กล้า มิเนีย และคลิฟท์ แล้วให้หมั่นเพิ่มพลังชีวิตทุกเทิร์น สลับกับให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้แก่กลุ่มเราทุกคน ไบร์ดใช้เวทมนต์ ルカニ ลดพลังป้องกันของคิงเลโอลงแล้วผู้กล้าโจมตีมันเข้าไปเรื่อยๆ พลังชีวิตคิงเลโอมีประมาณ 900 น่ะครับ เมื่อกำจัดลงได้แล้ว คิงเลโอจะกลับมามีสภาพเป็นปกติและจำอะไรไม่ได้เลย ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วให้ไปคุยเสนาบดีที่บอกว่าตอนนี้ バルザック ยังไม่ตายและยังได้ครองปราสาทเซนต์ไฮม์-サントハイム (ปราสาทของเจ้าหญิงอารีน่านั้นเอง)อีกด้วย
ปราสาทเซนต์ไฮม์-サントハイムの城
หาเดินทางขึ้นไปยังทวีปทางเหนือ โดยปราสาทเซนต์ไฮม์จะอยู่ที่ทวีปทางเหนือบริเวณที่อยู่ด้านตะวันตกมากที่สุดน่ะครับ แต่ก่อนที่จะถึงที่ปราสาทเซนต์ไฮม์นั้น จะมีหมู่บ้านริมทะเล-浜辺の村 ที่อยู่บนเกาะใหญ่ซ้ายมือระหว่างทาง ก่อนถึงทวีปทางเหนือ อันเป็นหมู่บ้านลูกหลานโจรสลัดเก่า เมื่อคุยกับชาวบ้านจะรู้ว่าในตอนกลางวันกับกลางคืน พื้นที่ของหมู่บ้านจะแตกต่างกันตามระดับน้ำทะเลจะขึ้นสูงมาแตกต่างกัน(เพราะอยู่ริมทะเลจริงๆ) และข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับถ้ำสมบัติที่เก็บซ่อนสมบัติดีมากมายๆ(อยู่ที่ใดที่หนึ่งในโลก) ข่าวเกี่ยวกับดาบที่ดีที่สุดในโลก ดาบฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのつるぎ ที่ถูกซ่อนอยู่ในถ้ำสมบัติของโจรสลัด รวมไปถึงทรายแห่งเวลา-時の砂 ที่ช่วยย้อนเวลากลับได้ แต่จุดประสงค์หลักของตอนนี้คือการมาหาซื้ออาวุธเครื ่องป้องกันที่ดีกว่าเพื่อเตรียมพร้อมสู้กับ バルザック รอบ 2 น่ะครับ โดยให้ซื้อชุดประกอบพิธีเวทย์-まほうのほうい ให้แก่คลิฟท์น่ะครับ แต่เมื่อเข้าหมู่บ้านมาในตอนกลางคืน กระแสน้ำขึ้นจะทำให้หมู่บ้านครึ่งล่าง มีน้ำทะเลเข้ามาถึง แต่ทว่า...เกิดเหตุประหลาดคือ ที่พื้นที่แห่งหนึ่งที่น้ำทะเลไม่อาจจะเข้าไปได้ จะต้องมีอะไรอยู่ที่นั้นแน่นอน แต่ตอนนี้น้ำขึ้นอยู่ทำให้ไม่เข้าไปถึงไม่ได้ ฉะนั้นจำตำแหน่งให้ดี แล้วให้ไปสำรวจที่ตำแหน่งนั้นในตอนกลางวัน จะพบกับหินแห่งความแห้ง-かわきのいし จากนั้นล่องเรือต่อไปอีกนิดจะถึงกับทวีปทางเหนือ เลยจากหอคอยแห่งหนึ่ง ไปจะเป็นแผ่นดินที่มีปราสาทอยู่ข้างกับหมู่บ้าน ปราสาทนั้นคือปราสาทเซนต์ไฮม์นั้นเอง (ก่อนเข้าปราสาท ให้เตรียมตัวฟื้นพลังต่างๆ ซื้อสมุนไพรเตรียมไว้ และเซฟให้เรียบร้อยก่อนที่หมู่บ้านซารัน-サランの村 ส่วนการจัดกลุ่มแนะนำให้จัดทั้งคลิฟท์และไบร์ดไว้ในกลุ่มน่ะครับ) เืมื่อพร้อมแล้วก็เข้าไปในปราสาทกันเลยครับ โดยในปราสาทจะกลายเป็นแหล่งมอนสเตอร์ไปหมดแล้ว(ระวังด้วยน่ะครับ เดินหรือคุยแล้วจะเจอและสู้กับมอนสเตอร์ด้วย แ่ต่เมื่อคุยกับมอนสเตอร์แล้วจะรู้ว่าไม่ชอบขี้หน้า バルザック ที่เดิมเป็นคนมาก่อนเท่าไหร่ แต่ติดที่เดธปิซ่าโร่ให้ท้าย เลยต้องทนๆไป) ให้ขึ้นไปที่ชั้น 2 ท้องพระโรงจะเห็นพระราชาอยู่ นั้นคือ バルザック ที่ได้รับการช่วยเหลือจากเดธปิซ่าโร่นั่นเอง(ด้วยวิธีการดัดแปลงจากที่ エドカンド ค้นพบมา) คุยแล้วจะสู้ด้วย โดย バルザック ในตอนนี้ รูปร่างจะเปลี่ยนแปลงไป แข็งแกร่งขึ้นมากทั้งพลังโจมตี พลังป้องกัน โจมตีได้ 2 ครั้งต่อเทิร์นด้วย ใช้เวทมนต์สายน้ำแข็งอย่าง ヒャダルコ โจมตีทั้งกลุ่มใส่เรา (แรงทีเดียวครับ ลดประมาณ 30)ที่เลวที่สุดคือทุกๆเทิร์นพลังจะฟื้นคืนมาเองด้วย(ประมาณ 50 อันนี้เองที่ทำให้ผมสู้กับมันครั้งแรก ล่อไปครึ่งชั่วโมง แถมแพ้อีกต่างหาก โจมตีเท่าไหร่ก็ไม่ตาย ใจเย็นค่อยๆเติมพลัง จนมันพลังฟื้นคืนมาเรื่อยๆ) ให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト เพื่อเพิ่มพลังป้องกันให้แก่กลุ่มเราทุกคน ไบร์ดใช้เวทมนต์ バイキルト(ถ้าได้แล้วน่ะครับ เลเวล 19 ขึ้นไป) เพิ่มพลังโจมตีให้กับตัวโจมตีแรงเช่นเจ้าหญิงอารีน่าหรือผู้กล้า หรือถ้ามีมาเนียในกลุ่มก็ให้ใช้เวทมนต์ メラミ (ถ้าได้แล้วน่ะครับ เลเวล 19 ขึ้นไป) จะปราบได้ง่ายจริงครับ(เมื่อเทียบกับผมที่ยังไม่รู้ว่ามันฟื้นพลังเองได้ และเลเวลยังไม่ถึงพอมีเวทมนต์ใช้) ปราบลงได้แล้วพวกมอนสเตอร์ในปราสาทจะเข้ามาดูแล้วคุยกันว่าจะต้องเอาผลกลับไปรายงานเดธปิซาโร่ว ่าการทดลองการกลายร่างเป็นมอนสเตอร์(ที่มี バルザック เป็นหนูทดลอง) ยังไม่สมบูรณ์ สุดท้ายแล้วยังจำเป็นต้องใช้ปลอกแขนทองคำ-おうごんのうでわ(จำกันได้ไหมครับ ของที่เอาไปแลกตัวประกันในบทที่ 2 ไงครับ) เพื่อให้การกลายร่างสมบูรณ์นั่นเอง แล้วจะพากันหายไปจากปราสาท ให้เดินกลับไปที่ชั้นหนึ่งจะพบกับห้องที่เก็บหีบสมบัติ ที่เมื่อยังไม่ได้ปราบ バルザック นั้น จะมีมอนสเตอร์ขวางทางเราไม่ให้เข้าไปเก็บ ใช้กุญแจเวทมนต์เข้าไปเก็บไอเท็มสำคัญต่อการผจญภัย 2 อย่างคือ ขลุ่ยมาร-あやかしのふえ และ ไม้เท้าแม๊กม่า-マグマのつえ ***ในแถวบริเวณระหว่างปราสาทเซนต์ไฮม์นี้เอง จะมีมอนสเตอร์ที่เรียกว่า มิสเทอรี่ดอลล์-ミステリド-ル อยู่ เมื่อกำจัดได้จะได้รับเงินเป็นจำนวนถึง 300G/ตัว มักจะปรากฏมาเป็นกลุ่ม 2-5 ตัว ตรงนี้เองล่ะครับ ที่จะเป็นที่เก็บเงินไว้จับจ่ายใช้สอยได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้ไพ่ทาร๊อตเงิน-ぎんタロット ของมิเนีย โดยจััดให้มิเนียอยู่ในกลุ่ม ตอนต่อสู้ให้รีบกำจัดมิสเทอรี่ดอลล์เสียก่อน(เพราะไม่งั้นผลจากไพ่ทาร๊อตเงินบางครั้งจะทำให้ศัตรูหายไป แล้วไม่ได้รับทั้งเงิน ทั้งค่าประสบการณ์เลย) แล้วค่อยให้มิเนียใช้ไพ่ทาร๊อตเงินเพื่อสุ่มหยิบไพ่ขึ้นมา แล้วภาวนาให้ได้ไพ่ดวงดาว ほしのカ-ド ซึ่งจะมีผลให้เมื่อจบการต่อสู้จะได้รับค่าประสบการณ์และเงินเป็น 2 เท่าจากปกติ ข้อควรระวังคือ อย่าใช้ไพ่ทาร๊อตในการต่อสู้ 1 ครั้งเกินกว่า 2 ครั้งเด็ดขาด เพราะ เมื่อใช้เป็นครั้งที่ 3 จะหยิบได้ไพ่ต้องห้าม-ひいてはいけないカ-ド ขึ้นมาเสมอ อันมีผลให้กลุ่มเราโดนเวทมนต์ลึกลับที่มีผลเหมือน ザラキ โจมตี ถ้าโชคร้ายก็จะตายหมู่ทันทีครับ ระวังให้ดี ทำอย่างนี้สูงสุดจะได้เงินครั้งละประมาณ 3000G เลยทีเดียว แล้ววิธีนี้ยังประยุกต์ใช้ในการเก็บเลเวลก็ได้น่ะครับ อย่างเช่นเมื่อเจอมอนสเตอร์ตระกูลเมทัลทั้งหลายแหล่ แต่ว่าจะค่อนข้างยากหน่อย เพราะพวกมันเร็ว มักจะหนีไปเสียก่อน)
ปราสาทสแตนเชียร่า-スタンシアラ城
จากนั้นให้ล่องเรือขึ้นไปทางเหนือ ด้านบนซ้ายของแผนที่โลก จะมีเกาะใหญ่อันโดดเดี่ยว บนเกาะจะมีปราสาทสแตนเชียร่า นครหลวงแห่งธารา(ที่ในเมืองจะมีแต่ทางน้ำที่ต้องอาศัยแพเป็นสายทางหลักในการเดินทางในปราสาท) และเป็นที่เล่าลือว่าแต่ก่อนมีการติดต่อกับปราสาทแห่งนภา-天空の城 อันเป็นที่อยู่ของชนเผ่านภาที่มีเทพมังกรเป็นประมุขปกครองอยู่ รวมทั้งปัจจุบันเป็นที่เก็บของหมวกแห่งนภา-てんくうのかぶと แต่เมื่อเข้าไปจะพบว่าปราสาทตกอยู่ในภาวะอันมืดมิด จากการความสะพรึ่งกลัว หมดหวัง(ขนาดบาทหลวง ตกกลางคืนยังนั่งที่ร้านเหล้า ดื่มย้อมใจเลย ทำให้กลางคืนจะเซฟไม่ได้ เวง....) จากการฟื้นคืนขึ้นมาของจักพรรดิแห่งนรก ทำให้พระราชาต้องหาวิธีปลอบขวัญ คืนความร่าเริง ให้แก่ประชาชน ด้วยการประกาศหาผู้ใดที่แสดงการแสดงแล้วทำให้พระราชาหัวเราะได้ จะได้รับรางวัลอย่างงาม ทำให้ผู้คนทั้งในและนอกปราสาท ต่างก็พากันมาต่อแถวลองกัน ถ้างั้นเราก็ขึ้นไปลองมั่งด้วย ที่ชั้น 2 ของปราสาท ให้ต่อแถวเพื่อรอเข้าไปคุยกับพระราชา แต่เมื่อคุยเพื่อโชว์แก๊กแล้วปรากฏว่าฝืด...แป๊ก ถูกไล่ออกมา จากนั้นให้กลับไปที่เมืองใต้ปราสาท คุยกับผู้ชายที่อยู่หน้าบ่อน้ำ จะรู้ว่าที่เมืองมอลบาบาร่า-モンバ-バラ ตอนนี้กำลังมีนักแสดงตลกที่กำลังมาแรง โด่งดังมา ถ้าเป็นเค้าอาจทำให้พระราชาพอใจก็ได้ สุดท้ายคือสำรวจให้ทั่ว (ในบริเวณปราสาทนี้มีเหรียญเล็กอยู่ด้วยกัน ถึง 3 เหรียญน่ะครับ) และอย่าลืมซื้อดาบนิทรา-まどろみのけん ที่จะมีขายเฉพาะกลางคืนเท่านั้น(เจ้าของร้านเป็นคนกลางคืน เปิดขายเฉพาะกลางคืน
เมืองมอลบาร์บาร่า-モンバ-バラの町
ไปยังเมืองมอลบาร์บาร่า (เมืองแรกสุดของบทที่ 4) ให้ไปด้านหลังเวทีของโรงละคร จะพบกับพานอล-パノン นักแสดงตลกที่ำำกำลังได้รับความนิยมสูงสุดของเมือง(ให้ไปใ นตอนกลางวันเท่า่นั้น ถ้าเป็นกลางคืนพานอลจะติดโชว์ คุยกันไม่ได้) จากนั้นให้คุยเพื่อเล่าความและเกลี้ยกล่อมให้พานอลยอมช่วย โดยเค้าจะถามว่าอยากให้ติดตามไปด้วยใช่ไหม ให้ตอบว่าใช่-はい และถามต่อไปว่าการแสดงของเค้าจำเป็นด้วยหรือ ให้ตอบว่าใช่อีก แล้วเค้าจะยอมเข้ากลุ่มเป็นเพื่อนกับเรา
ปราสาทสแตนเชียร่า-スタンシアラ城
ย้อนกลับไปที่ปราสาทสแตนเชียร่าเพื่อเข้าเฝ้าพระราชาอีกครั้ง ครั้งนี้ให้จัดกลุ่มโดยให้พานอลเป็นหัวแถว(เพื่อที่จะได้คุยกับพระราชาโดยตรง) เมื่อเข้าไปคุยกับพระราชาแล้วพานอลจะพูดว่า ข้าพเจ้าหรือคำพูดของข้าพเจ้านั้นไม่สามารถจะนำความร่าเริงกลับคืนมาสู่ประชาชนและพระองค์ได้หรอก หากแต่เป็นเหล่าผู้กล้าที่ติดตามมาด้านหลังต่างหาก ที่จะปราบปรามจักรพรรดิแห่งนรก นำความสงบสุข ร่าเริงแจ่มใสมาสู่ประชาชน ถ้าหากพระองค์ต้องการอย่างนั้นแล้วก็ ก็ขอให้มอบหมวกแห่งนภาให้แก่ผู้กล้า เพื่อนำไปใช้นำความสงบสุข ความร่าเริงกลับมาเถอะ (โอ้วบาดเหลือเกิน คมเหลือเกิน) หลังจากได้ฟังพระราชาจะได้คิดแล้วยอมมอบหมวกแห่งนภาให้(อันเป็นชิ้นแรก 1 ใน 4 ศัตราวุธแห่งนภา) และได้รับข่าวสารที่ว่าโล่แห่งนภานนั้นอยู่ในความครอบครองของพระราชาแห่งปราสาทบา ทูแลนด์-バトランド城 นั่นเอง
หมู่บ้านอิมูร์ล-イムルの村
ล่องเรือมุ่งหน้าทางทิศตะวันออก เลาะไปตามชายฝั่งด้านบนของทวีปใหญ่ทางเหนือ จนไปเลยผ่านเทือกเขาภูเขา จนถึงบริเวณกลางๆของทวีป จะพบกับหมู่บ้าอิมูร์ล(หมู่บ้านที่เด็กๆหายไปในบทที่ 1) ให้แวะเข้าไปเสียก่อนเพื่อหาข้อมูล แต่ปรากฏว่าได้ยินข่าวแปลกๆว่า คนที่มาเฝ้าที่โรงเตี๊ยมของหมู่บ้าน ตกกลางคืนจะฝันเห็นแต่เรื่องเดียว(ในฝันเจอผู้หญิงแสนสวยด้วย) ฉะนั้นให้ลองไปนอนที่โรงเตี๊ยมสักคืน จะพบกับความฝันที่ว่า มีหญิงสาวอยู่ในหอคอยคนหนึ่งที่ชื่อโรซารี่-ロザリ- กำลังรอคอยใครอยู่สักคน แล้วก็จะปรากฏชายในชุดดำที่ชื่อปิซาโร่-ピサロ ใช้เครื่องดนตรีสักอย่างเกิดเสียงอันไพเราะแล้ว ทำให้ภายในหอคอยได้ แล้วบอกแก่โรซารี่ให้รออีกนิด โลกมนุษย์ใกล้จะล่มสลายแล้ว จากนั้นจะจากไป แล้วจะเห็นโรซารี่อ้อนวอนให้ใครช่วยหยุดปิซาโร่ที ก่อนที่โลกจะล่มสลายลง...
แล้วให้ออกจากหมู่บ้านเดินลงไปทางใต้เพื่อลอดใต้อุโมงค์ข้ามไปยังปราสาทบาทูแลนด์ต่อไป
ปราสาทบาทูแลนด์-バトランド城
ที่นี้เองเป็นบ้านเกิดของไลอัล(เค้าจะได้รับการต้อนรับอย่างดี) จากนั้นไปเข้าเฝ้าพระราชาเพื่อถามเกี่ยวกับโล่แห่งนภา แต่จะพบว่าโล่แห่งนภานั้นถูกมอบเป็นของกำนัลให้แก่พระราชินีแห่งปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城 ซึ่งเป็นดินแดนที่ปกครองของสตรี(โดยสตรี และเพื่อสตรี) เสียตั้งแต่รุ่นปู่ของพระองค์แล้ว(ขี้หลีอ่ะ...) โดยปราสาทการ์เดนบูรก์อยู่ถัดไปทางตะวันออกนี้เอง แต่ถูกห้อมล้อมไปด้วยเทือกเขา จะเข้าไปได้ต้องอาศััยพลังจากไม้เท้าแม็กม่า-マグマのつえ เพื่อละลายหินผาเข้าไป จากข่าวสารจะรู้ว่าไม้เท้าแม็กม่านั้นอยู่ที่ปราสาทเซนต์ไฮม์(ไม่ต้องบอกก็รู้เพราะเพิ่งมาจากที่นั้น และได้มาเรียบร้อยแล้ว)
ปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城
กลับไปขี้นเรือที่ฝั่งเหนือหมู่บ้านอิมูล แล้วแล่นเรือเลาะชายฝั่ง ผ่านแนวเทือกเขาที่กั้นอีกแนว แล้วลงจากเรือเดินลงต่อเรื่อยมายังปราสาทการ์เดนบูรก์ โดยก่อนถึงปราสาท ฉากจะตัดเข้ามาที่หน้าผา ให้เรากดใช้ไม้เท้าแม๊กม่า (กราฟฟิคอลังการทีเดียว) หินผาจะละลายเปิดทางให้เราเข้าไปยังปราสาทได้ เข้าไปในปราสาท ให้คุยหาข่าวสาร(รวมถึงซื้อเครื่องป้องกันในร้านในปราสา) แล้วไปคุยกับแม่ชีซึ่งกำลังดีใจอยู่หลังได้รับกางเขนเงินจากพระราชินีมาหมาดๆ แล้วให้เข้าไปยังห้องที่อยู่ติดกันทางด้านบน จะพบกวีคนหนึ่งกำลังค้นลิ้นชักในห้อง เพื่อหาอะไรซักอย่าง เมื่อเข้าไปทัก จะถูกบอกให้ลองเปิดลิ้นชักดู แต่พอเราเปิดเท่านั้แหละ แม่ชีจะเปิดเข้ามาเห็นภายดี แล้วกางเขนเงินของเธอจะหายไป ทำให้เธอสงสัยว่าเราคือขโมยที่มาขโมยกางเกนเงินของเธอไป แล้วเราถูกนำตัวไปเฝ้าพระราชินี เพื่อทำการตัดสินโทษ โดยจะตั้งคำถามแก่ถามเราว่าเราเป็นขโมยใช่หรือไม่ ให้ตอบปฏิเสธ-いいえ และ ถามไปอีกว่ารู้ตัวคนร้ายที่แท้จริงใช่ไหม ให้ตอบว่าใช่-はい แล้วพระราชินีจะยอมให้เราไปตามจับคนร้ายที่แท้จริงมาเพื่อพ ิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจ แต่มีเงื่อนไขที่ต้องทิ้งเพื่อนไว้ 1 คน(ในคุก) เพื่อเป็นตัวประกัน (จะทิ้งใครไว้ก็ได้ เพราะสามารถเปลี่ยนตัวออกมาได้กับผู้คุ้มคุก) แล้วหาข่าวสารเพิ่มเติมจะรู้ว่าทางใต้ของปราสาทจะมีถ้ำอยู่ ที่นั่นอาจเป็นที่ซ่อนตัวของคนร้ายก็เป็นได้ และสุดท้ายก่อนออกจากปราสาท ให้สำรวจที่หลังบันไดทางขึ้นไปที่ท้องพระโรง จะพบกับบันไดลงไปชั้นใต้ดิน(เข้าใจซ่อนน่ะ) จะพบกับหีบสมบัติที่เก็บกงเล็บข้อมือเพลิง-ほのおのつめ อาวุธที่ดีของเจ้าหญิงอารีน่า(รายละเีอียดดูในหัวข้อ 新聞男 : Dragon Quest IV Walkthrough : อาวุธ เครื่องป้องกันและ เครื่องประดับครับ)
ถ้ำทางใต้ของการ์เดนบูร์ก-ガ-デンブルグ南の洞窟
เดินจากปราสาทการ์เดนบูร์ก ลงไปทางใต้จะพบถ้ำ เดินเข้าไปถึงชั้นล่างสุด(ชั้นใต้ดินที่ 3) จะพบกับแหล่งกบดานซ่อนตัวของหัวขโมยบาโกต้า-とうぞくバコタ ที่เป็นตัวขโมยกางเขนเงินไปแล้วหลอกให้เราไปเป็นแพะรับบาป เมื่อเข้าไปคุยด้วย มันจะเริ่มหนี(ด้วยการวิ่งวนๆไปรอบๆห้องก่อน แล้วค่อยหนีออกไป) ให้เราตามไปคุยอีกที มันจะหันกลับมาสู้ด้วย (ถ้าปล่อยให้หนีไปได้ จะต้องกลับเข้ามาใหม่ต้องแต่เริ่ม เพื่อจะเจออีกที เสียเวลาครับ โดนมาแล้ว) บาโกต้าปราบไม่ยากครับ โจมตีก็ดาดๆ ใช้เวทมนต์เฮียดาลโก้ที่แรงหน่อยเท่านั้นเอง ให้คลิฟท์ใช้เวทมนต์ スカルト ไบร์ดใช้เวทมนต์ バイキルト และルカニ (สูตรประจำของผม) โจมตีเรื่อยๆก็เรียบร้อยครับ เมื่อปราบมันได้แล้วจะปรากฏนักรบหญิงของปราสาทการ์เดนบูรก์(ที่พระราชินีส่งให้ตามสะกดรอยเรามา ไม่ไว้ใจว่างั้นเหอะ) มาุคุมบาโกต้ากลับไป แล้วบอกเราว่ารู้เรื่องทุกอย่างแล้ว เราบริสุทธิ์ ฉะนั้นให้กลับไปเฝ้าพระราชินี (ในห้องของบาโกต้าจะมีเครื่องประดับ บันดาน่าแห่งสายลมพริ้ว-しっぷうのバンダナ ซ่อนอยู่ อย่าลืมเก็บน่ะครับ)
ปราสาทการ์เดนบูรก์-ガ-デンブルグ城
กลับ ไปเ้ข้าเฝ้าพระราชินีแล้วจะได้รับกุญแจสุดท้าย-さいごのカギ ไว้เพื่อไขช่วยเพื่อนให้ออกจากคุกได้ (และแน่นอนครับ ถึงตอนนี้แล้วเราจะสามารถไขประตูที่ล๊อคอยู่ได้ทุกบานแล้ว) จากนั้นไปที่ห้องใต้ดินของปราสาท(ที่ไม่ได้ซ่อน) ที่มีหีบสมบัติในห้องประตูเหล็กล๊อค ล้อมรอบด้วยรูปปั้นอยู่ เปิดประตูด้วยกุญแจสุดท้าย และเก็บโล่แห่งนภา-てんくうのたて ศัตราวุธแห่งนภาชิ้นที่ 2 (ให้ผู้กล้าใส่น่ะครับ เพราะใส่ได้คนเดียว และเป็นเครื่องป้องกันที่ดีมากๆ)
***จากนั้นก่อนจะเริ่มผจญภัยต่อไป เ่ช่นเดียวกันกับตอนที่ได้กุญแจเวทมนต์น่ะครับ ให้ย้อนกลับไปยังหมู่้้บ้าน เมือง และปราสาทที่สามารถเข้าไปถึงได้แล้วในตอนนี้ ทำการสำรวจอีกครั้ง เพื่อเปิดประตูที่ยังไม่ได้เปิดให้หมด ซึ่งมีแต่ไอเท็มดีอยู่ทั้งนั้น ทั้งเหรียญเล็ก-小さなメタル อาวุธต่างๆเช่น คมเขี้ยวแห่งน้ำแข็ง- こおりのやいば ดาบพิฆาตสิ้น-みなごろしのけん เป็นต้น เก็บให้ได้น่ะครับ นอกจากนี้แล้วยังมีหีบสมบัติที่ซ่อนอยู่ในถ้ำทางใต้ของหมู่บ้านฟรีนอล-フレノ-ルの村(ถ้ำที่เก็บปลอกแขนทองคำ ไปไถ่ตัวเจ้าหญิงตัวปลอมคืนมา) ให้เดินไปยังหีบสมบัติที่เป็นหีบที่เก็บ ปลอกแขนทองคำแล้วกดสำรวจอีกครั้้ง (เืลือกกดสวิืทซ์ด้วย-はい)จะพบกับสวิทซ์เปิดบันไดลับ ลงไปยังห้องเก็บหีบสมบัติที่เป็นที่เก็บของไม้เท้าสายฟ้า-いかずちのつえ(จำเป็นต้อ งมีกุญแจสุดท้ายในการเปิดประตูห้องสมบัติก่่อน)
ปราสาทพระราชาแห่งเหรียญ -メタル王の城
จากปราสาทการ์เดนบูรก์ล่องเรือต่อมาทางตะวันออก เลียบชายฝั่งทะเลทางบนของทวีปเรื่อยมา จนกระทั้งมาสุดปลายทวีปด้านตะวันออกที่มีแหลมยื่นไปในทะเลคล้ายก้ามปู และมีปราสาทบนเกาะเล็กตั้งตรงกลางอยู่ในอ่าวของแหลมก้ามปูนั้น ปราสาทนั้นคือปราสาทพระราชาแห่งเหรียญ
ในชั้นที่ 1 จะพบกับพระราชาแห่งเหรียญผู้ชื่นชมในการสะสมเหรียญเล็กต่างๆ-小さなメタル มากกว่าสิ่งใด หากมีผู้นำเหรียญเล็กมาถวายจะได้รับรางวัลตอบแทน(อันล้ำค่า)ตามจำนวนเหรียญที่นำมา ฉะนั้นที่นี้เองจะเป็นที่นำเอาเหรีญเล็กที่ได้จากที่ต่างๆนั้นเอง โดยมีรายละเอียดของรางวัลตอบแทนดังนี้(จำนวนเหรียญคือจำนวนที่เอามาให้ทบไปเรื่อยๆ ส่วนคุณสมบัติของอาวุธ เครื่องป้องกันและเครื่องประดับที่แลกได้นั้นดูในหัวข้อ 新聞男 : Dragon Quest IV Walkthrough : อาวุธ เครื่องป้องกันและ เครื่องประดับ)
15 เหรียญ แหวนแห่งพลัง-ちからのゆびわ
20 เหรียญ รูปี้พิทักษ์-まもりのルビ-
25 เหรียญ เมจิคัลสเกิต-マジカルスカ-ト
30 เหรียญ ไม้เท้าทัณฑ์แห่งสวรรค์-てんばつのうえ
34 เหรียญ ปลอกแขนเมกาซัล-メガザルのうでわ
38 เหรียญ ดาบแห่งปาฏิหารย์-きせきのつるぎ
43 เหรียญ หมวกแห่งความสุขสันต์-しあわせのぼうし
47 เหรียญ ปลอกแขนจอมพลัง-ごうけつのうでわ
52 เหรียญ โล่ฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのたて
60 เหรียญ แส้แห่งกริงแฮม-グリンガムのム เป็นไปได้ล่ะเมื่อเก็บเหรียญเล็กได้ตามจำนวนที่แลกของได้แล้ว อย่าลืมและอย่ารอช้าที่จะมาแลก เพราะว่าของสุดยอดทั้งนั้น จะช่วยให้การผจญภัยง่ายและน่าสนใจมากขึ้น พยายามเก็บมาแลกให้ครบทุกอย่างน่ะครับ
ส่วนในชั้นบนนั้นจะเป็นที่ตั้งของประตูเดินทาง-旅の扉 ที่สามารถวาร์ปไปยังดินแดนอื่นได้(แต่ตอนนี้ยังไม่มีธุระอะไรกับมันน่ะครับ) และชั้นใต้ดินนั้นจะเป็นโรงเตี๊ยม
วิหารถ้ำทะเลร้อง-海鳴りのほこら
ตั้งอยู่ด้านบนขอปราสาทพระราชาแห่งเหรียญพอดี เป็นวิหารในถ้ำที่มีสายทางน้ำผ่านอยู่ ต้องอาศัยแพเพื่อเข้าไปและสำรวจถ้ำ โดยมีเรื่องเล่าขานกันว่ามีเครื่่องป้องกันในตำนานอันส่องแสงเจิดจ้า หลับไหลอยู่ในส่วนลึกที่สุดของถ้ำ รอคอยการพบกับผู้กล้าที่แท้จริง ให้สำรวจถ้ำให้ครบทุกส่วนครับ เพราะว่าในหีบสมบัติทุกอันมีเหรียญเล็กทั้งนั้นเลย เมื่อเข้้าไปถึงชั้นล่างสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บชุดเกราะแห่งนภา-てんくうのよろい ศัตราวุธแห่งนภาชิ้นที่ 3 (ให้ระวังมอนสเตอร์ในวิหารนี้ด้วยน่ะครับ เพราะว่าเก่งขึ้นมากกว่าที่ผ่านมาเหลือเกิน โดยเฉพาะตัวที่ชื่อ プレシオドン ให้ดีน่ะครับ เพราะว่ามีพลังชีวิตสูงมากประมาณ 400 และ โจมตีหนักเหลือเกิน ถ้าำไงให้เพิ่มพลัีงป้องกันของกลุ่มเราไว้ก่อนด้วยเวทมนต์ スカルト แล้วจู่โจมเน้นไปที่มันเสียก่อน)
หมู่บ้านโรซารี่ฮิล-ロザリ-ヒルの村
หมู่บ้านของพวกฮอพบิต-ホビット(เผ่าพันธุ์ของตัวเอกในเรื่องลอร์ด ออฟ เดอะ ริงก์นั่นแหละครับ) ที่แสนจะเงียบสงบ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่โดดเดี่ยวจากโลกภายนอก(ทวีปใหญ่ขวามือน่ะครับ จะต้องล่องเรือเลาะตามชายฝั่งมาเรื่อย จะเห็นทางแม่น้ำ ที่สามารถล่องเรือเข้าไปด้านในทวีปได้ ไปตามเ้ส้นทางน้ำนั่นแหละครับ แล้วจะพบกับหมู่บ้านอยู่ด้านขวามือ หรือ ถ้าดูจากแผนที่โลกจะอยู่เยื้องล่างมาขวาล่างนิดๆจากทะเลทรายน่ะครับ หวังว่าจะหาเจอกันไม่ยากนัก) ในหมู่บ้านนี้เองมีชนเผ่่าต่างๆ(ฮอพบิต มอนสเตอร์ สัตว์ มนุษย์)อยู่รวมกัน ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์ไหนก็สามารถที่จะสื่อสารกันรู้เรื่อง(รวมทั้งสัตว์ด้วย ลองคุยกับหมาดู) ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าหมู่้บ้านนี้เคยเป็นที่อยู่ของชนเผ่ามารมาก่อน(คงได้รับอิืทธิพลบางอย่างมา) โดยมีหอคอยกลางหมู่บ้านเหลือทิ้งไว้ แต่ทว่าเมื่อไม่นานมานี้มีข่าวที่แพร่กระจายออกไปเกี่ยวกับอัญมณีอันทรงค่ารู ปี้หยาดน้ำตา-涙のルビ- อันเกิดได้จากน้ำตาของหญิงชนเผ่าเอลฟ์ ทำให้มนุษย์ผู้โลภมาก หลั่งไหลพากันมาเพื่อแสวงหาและกลั่นแกล้งเพื่อให้ได้รูปี้หยาดน้ำตามา ในหมู่บ้านนี้จะมีอาวุธ เครื่องป้องกันดีๆมากมายขายอยู่ ที่จะต้องซื้อ(บังคับเลยล่ะครับ) ก็คือคิลเลอร์เพียซ์-キラ-ピアス อาวุธสำหรับผู้หญิง(แต่ทำไม ผู้กล้าหญิงใส่ไม่ได้ก็ไม่รู้) ที่สวมใส่แล้วทำให้สามารถโจมตีธรรมดาได้ 2 ครั้งติดต่อกัน(ไม่เกี่ยวกับการใช้เวทมนต์ ใช้ไอเท็มน่ะครับ อย่าเข้าใจผิด) อาจจะเพิ่มพลังการโจมตีเพียงแค่ 5 เท่านั้น แต่ลองคิดดูว่าถ้าให้เจ้าหญิงอารีน่าใส่ ที่ปกติแล้วกำลังความแข็งแรงก็สูงอยู่แล้ว โจมตีได้ 2 ครั้งต่อกัน แล้วบางครั้งยังติดเป็นการโจมตีแบบรวบรวมสมาธิ-会心の一撃 ที่ทำให้ความเสียหายเป็น 2 เท่าอีก(อาจได้เบิ้ลทั้ง 2 ครั้งเลยก็ได้ ถ้าเลเวลสูงๆน่ะครับ) รวมทั้งอาวุธ เครื่องป้องกันในซี่ี่รี่ย์ดราก้อนด้วย อันได้แก่ ดราก้อนคิลเลอร์-ドラゴンキラ- ที่ทำให้เมื่อโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์มังกร จะสร้างความเสียหาย 1.5 เท่า้ และดราก้อนเมล-ドラゴンメイル ลดความเสียหายจากลูกไฟ และลมหิมะลงถึง 20 หน่วย(ให้ซื้อเก็บไว้ เวลาเจอพวกมอนสเตอร์พวกมังกร หรือที่พ่นไฟ พ่นน้ำแข็งก็ให้เปลี่ยนมาใส่ จะช่วยได้มากๆๆๆๆเลยครับ ตาแก่ที่ขายของก็วิ่งรอกทั้งร้านอาวุธ ร้านเครื่องป้องกัน ร้านไอเท็ม แถมยังควบเป็นบาทหลวงอีก ฮาครับ) แล้วให้ไปสำรวจหอคอยในหมู่บ้านนั้น จะพบกับฮอพบิตในห้องหนึ่ง(ตัวหอคอยก็มีหลายชั้นแต่ไม่มีบันไดทางขึ้นแหะ) บอกว่าปิซาโร่เป็นคนสร้างหอคอยแห่งนี้และรู้ว่าทางขึ้นอยู่ไหน คุ้นๆ รูปร่างหน้าตาหอคอยนี้บ้างไหมครับ... มันคือหอคอยที่ปรากฏในความฝันตอนที่พักโรงเตี๊ยมในหมู่บ้านอิมูลนั้นเอง (แล้วผู้หญิงในความฝันคนนั้นล่ะ) แล้วให้รอจนตกกลางคืนแล้วเข้ามาอีกที ที่หน้าต่างชั้นบนของหอคอยจะปรากฏหญิงสาวคนหนึ่ง(อันมีสีหน้าโศกเศร้า) ถ้าเราจำรายละเอียดความผันได้จะจำได้ว่าผู้ชายที่เข้าไปในหอคอยได้นั้น ได้บรรเลงเครื่องดนตรีอะไรสักอย่างให้เกิดเสียง แล้วจึงเข้าไปในหอคอยได้ และไอเท็มที่น่าจะทำให้เกิดเสียงที่เรามีอยู่แล้วยังไม่ได้ใช้ทำอะไรก็มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นคือ ขลุ่ยมาร-あやかしのふえ ให้ใช้ขลุ่ยมารที่พื้นส่วนที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม เมื่อเป่าแล้วพื้นที่เลื่อนลงไป(เป็นเหมือนลิฟท์ กลไกแบบเดียวกับถ้ำทางตะวันตกของหมู่บ้านโคมิซ ในบทที่4) จากนั้นให้ขึ้นบันไดไปยังชั้นสูงสุดของหอคอยจะพบกับห้องใหญ่ แต่ทว่าที่มีปิซาโร่ไนท์-ピサロナイト ขวางทางเฝ้าคุ้มกันอยู่ คุยแล้วจะรู้ว่าได้รับคำสั่งให้เฝ้าอยู่ ไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้าไปได้ แล้วจะสู้กับเรา ลำพังการโจมตีของปิซาโร่ไนท์นั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่ว่ามันมีพลังชีวิตที่สูงทีเดียว และโจมตีหนักมาก และให้ระวังมันใช้ลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ-せいしゅくのたま ทำให้เราไม่สามารถใช้เวทมนต์ใดๆได้เลย ซ้ำร้ายมันยังเรียกพวกได้ด้วย โดยจะเรียกไอซ์คอนดอร์-アイスコンドル ที่พ่นน้ำแข็งโจมตีเราทั้งกลุ่มและการโจมตีแบบเคียดแค้น-痛恨の一撃 ที่แรงมากครับ ฉะนั้นเตรียมสมุนไพรและไอเท็มที่ใช้ต่างสิ่งของแล้วมีผลเหมือนการใช้เวทมนต์ไว้ด้วย หรือ ให้รีบใช้เวทมนต์ ピオラム เพื่อเพิ่มความเร็วให้แก่พวก และเวทมนต์ スカルト เพิ่มพลังป้องกันไว้เสียแต่เนิ่นน่ะครับ แล้วถ้าหากมีเวลาเหลือเฟือให้เวทมนต์ バイキルト เพิ่มพลังโจมตีไว้ด้วยก็จะ้ดีมาก แล้วถ้าำไอซ์คอนดอร์ถูกเรียกออกมาให้รีบกำจัดมันทิ้งซะก่อน (เพราะว่ามันจะโจมตีกลุ่มใส่เราและถ้าปิซาโร่ตายเสียก่อน เมื่อจบการต่อสู้จะไม่ได้รับลูกแก้วแห่งความสงบเงียบ ซึ่งน่าเสียดายมากครับ) จากนั้นให้ผ่านเข้าไปในห้องเืพื่อคุยกับโรซารี่-ロザリ- เอลฟ์สาวแสนสวย เธอจะเล่าความเป็นไประหว่างเธอกับปิซาโร่(สรุปง่ายๆคือ เป็นกิ๊กกันว่างั้นเถอะครับ) และ เพราะว่า่มนุษย์เริ่มเข้ามาหวังที่จะได้รูปี้หยาดน้ำตา ทำให้เธอและเอลฟ์ถูกขำเหงรังแก เพื่อช่วยเธอปิซาโร่จึงกลายเป็นเดธปิซาโร่ จักพรรดิแห่งนรกเพื่อทำลายล้างมนุษย์เผ่าพันธุ์อันแสนโหดร้ายให้สิ้นไปจากโลก ด้วยเหตุนี้ทำให้โรซารี่เป็นทุกข์ใจมาก มนุษย์ได้รับความทรมาณก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ แล้วเธอจะขอร้องให้ช่วยหยุดปิซาโร่ที
ถ้ำน้ำตก-滝の流れる洞窟
ถัดจากหมู่บ้านโรซารี่ฮิลไปทางขวามือบนแผนที่โลก(แต่การจะเข้าถึงนั้นจะต้องมาจากฝั่งทะเล โดยให้ล่องเรือจนมาถึงตำแหน่งที่ตรงกับที่ตั้งของหมู่บ้านโรซารี่ฮิล แล้วเดินเข้ามายังถ้ำด้วยรถม้า) จะเป็นที่ตั้งของถ้ำแห่งหนึ่งที่ภายในมีน้ำตกใหญ่ไหลผ่านอยู่ ซึ่งมีคำล่ำลือกันไว้ว่าเป็นที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัดที่ยิ่งใหญ่ ผู้ครอบครองย่านทะเลใหญ่ในอดีต ซึ่งสอดคล้องกับข่าวสารที่ได้จากหมู่บ้านริมทะเล(บนเกาะใหญ่ทางซ้ายมือของแผนที่ ที่แวะไปก่อนไปยังปราสาทเซนต์ไฮม์) ซึ่งจะเป็นที่ซ่อนของดาบที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งของเกม คือดาบฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルのつるぎ เมื่อเข้าไปแล้วจะพบกับบันไดที่ถูกน้ำจากน้ำตกท่วมขังอยู่ ให้โยน(กดใช้)หินแห่งความแห้ง-かわきのいし(ที่ได้มาจากหมู่บ้านริมทะเล) ตรงหน้าบันได จะทำน้ำที่อยู่รอบบันไดหายไป และเปิดทางให้เราไปยังบันไดเพื่อลงไปยังชั้นต่อไปได้ ในชั้นที่ 2 นั้นจะต้องใช้กุญแจเวทมนต์มาเปิดประตูในชั้นแรก(ประตูสีแดง) แล้วจะพบกับหีบสมบัติที่มีทรายแห่งเวลา-ときのすな อันเป็นไอเท็มที่เมื่อใช้ในฉากการต่อสู้จะทำให้ย้อนกลับไปเริ่มต่อสู้ใหม่อีกครั้ง(ไว้ใช้ในการสู้กับบอส เมื่อเพลี่ยพล้ำ หรือ อยากจะต่อสู้ใหม่ในสภาพเดิม) ต่อจากนั้นก็จะต้องใช้กุญแจสุดท้าย เพื่อเปิดประตูเหล็ก ลงบันไดไปในชั้นต่อไป (ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถมาเก็บทรายแห่งเวลาได้ตั้งแต่ทันทีที่ได้กุญแจเวทมนต์เลย แต่ว่ากว่าจะมาถึงก็ลำบากอยู่พอสมควรเหมือนกันน่ะครับ ถ้าอย่างไงก็ลองกันดูน่ะครับ แต่อย่าฝืน) และเมื่อลงไปยังชั้นล่างสุดจะพบกับหีบสมบัติที่เก็บดาบฮะกุเรเมทัลไว้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มพลังการโจมตีอย่างมากแล้ว ยังสามารถโจมตีมอนสเตอร์สายพันธุ์เมทัล(ที่ให้ค่าประสบการณ์สูงอย่างมาก) พลังชีวิตลดได้ครั้งละ 2 (อาวุธชนิดอื่น ไม่ว่าดีแค่ไหนก็ลดแค่ 1) ซึ่งต่อไปจะมีประโยชน์มากในการเก็บเลเวลครับ ในดันเจี๊ยนต่อไป
สุสานราชวงศ์ - 王家の墓
สถานที่ตั้งอยู่ทางใต้ที่แหลมของทางใต้ของปราสาทเอ็นดอล(นั่งเรือลงมาจากปราสาทเอ็นดอลได้เลยครับ) จุดมุ่งหมายหลักของการเข้ามาที่นี้คือการเก็บเอาไอเท็มสำคัญ คือ ไม้เท้าแปลงร่าง-へんげのつえ เพื่อใช้ในการแปลงร่างตัวเองเข้าไปสืบความลับในฐานที่ตั้งของมอนสเตอร์เดธพาเลซ-デスパレス แต่ความสำคัญที่แท้จริงของสุสานราชวงศ์คือ เป็นสถานที่ไว้สำหรับเก็บเลเวลที่ขึ้นชื่อที่สุดในตระกูลเกมดราก้อนเควสเลยล่ะครับ เพราะว่ามีอัตราการปรากฏของฮะกุเรเมทัล-はぐれメタルที่สูงมาก(เมื่อกำจัดได้จะให้ ค่าประสบการณ์ 10050/ตัว แม้ว่าจะไม่ได้เป็นมอนสเตอร์ที่ให้ค่าประสบการณ์สูงที่สุดในเกมก็ตาม อันดับ 1 คือแพลทติน่าคิง-プラチナキングให้ 65000/ตัว เมทัลคิง-メタルキング ให้30010/ตัว แต่ทว่าเจอได้ยากแล้วถ้าเ