กลับมาอีกครั้งครับ หลังจากว่างเว้นไปเคลียร์ตัวเองจากเรื่องคั่งค้าง(คือการอ่านการ์ตูนรายสัปดาห์ ที่ดองไม่ได้อ่าน ตอนเตรียมตัวสอบวัดระดับ แต่ก็ยังไม่หมดสักที)ไปเสียนาน แล้วถึงโอกาสเทศกาลพิเศษนี้(วาเลนไทน) กับข่าวดีๆ(ของผม) นั่นก็คือผลสอบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นของผมออกมาแล้วครับ (ผลที่ญีุ่ปุ่นจะออกเร็วกว่าที่ไทยมากน่ะครับ อย่างผมวันที่ 9 ที่ผ่านมาก็ได้แล้ว ส่วนคนที่สอบที่ไทยก็รอกันหน่อยประมาณกลางเดือนมีนา รู้แน่ครับ)
ผลก็คือ.........................................
ผ่านครับ ผ่านแล้วครับ สอบระดับหนึ่งผ่านแล้วโว้ย (เฮ่อ ไม่เสียทีที่ทุ่มเทอ่านหนังสือ โดยที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนเลย) แล้วยังได้คะแนนมากกว่าที่คาดไว้อีก เลยยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เลย และไม่ลืมที่จะขอบคุณอาจารย์ท่านต่างๆ ที่เฝ้าเคี่ยวเข็ญผม(เป็นพิเศษ) จนเอาผมผ่านไปจนได้ ขอบคุณมากครับ どうも ありがとうございます。
เลยถืิิอโอกาสนี้ฉลองด้วยการทำอาหารสูตรพิเศษออริจินอลในสไตล์ผมที่ไปลักจำมาจากร้านขายข้าวหน้าเนื้อวัวโดยเฉพาะ-กิวดงเซนมงเท็น-牛丼専門店 ที่ชื่อว่าซันโบะ-サンボ ที่อาคิฮาบาระ (จริงๆแล้วไปเก็บข้อมูลมาเขียนบลอคน่ะครับ จะออกมาแบบไหนอดใจรออีกนิดครับ หลังผมสอบเข้าเรียนต่อกับสอบจบการศึกษาแล้ว)

มาดูกันที่เครื่องปรุงที่ใช้เลยครับ สำหรับ 3 มื้อ ไว้กินคนเดียว(แสนเปลี่ยวจายตามเคย)

- เนื้อวัวแล่บาง 200 กรัม แพ็คละ 298 เยน
- หัวหอมเล็ก 2 ลูก ราคา 36 เยน (6 ลูก 108 เยน)
- เต้าหู้แข็งย่างที่เค้าเรียกว่าโมเมน-木綿(ที่แปลตรงๆว่าฝ้าย) ถ้าเป็นแบบนิ่มจะมีชื่อว่าคินุ-絹(แปลตรงๆก็คือไหม) 1 แพ็ค(300 กรัม) 48 เยน เอาแบบย่างเพราะว่าต้องการเนื้อเต้าหู้ที่แข็งขึ้นจากการย่าง ต้มแล้วไม่เละง่ายและได้กลิ่นหอมจากการย่างด้วย

เต้าหู้โมเมนย่าง
- เส้นหัวบุก 1 แพ็ค(180 กรัม) 48 เยน

- เหล้าปรุงอาหาร 30 cc ตกประมาณ 11 เยน
- ผงซุปคอนบุ 1 ซอง ตกราคาประมาณ 9 เยน (1 กล่อง 12 ซอง 105 เยน)
- น้ำตาลก้อน 4 ก้อน ราวๆ 10 กรัม (ราว 1 ช้อนโต๊ะ) 5 เยน
- ค่าน้ำ ไฟฟ้า แก๊ส รวมไม่น่าเกิน 70 เยน
เมื่อหาเตรียมเรียบร้อยแล้ว ก็มาเริ่มการปรุงกันได้เลย
- ขั้นแรกคือการหั่นเตรียมเครื่องปรุงกันก่อนน่ะครับ โดยหั่นหัวหอมเป็นแว่นๆ และหั่นเนื้อวัวออกเป็นชิ้นเล็กๆลงประมาณ 1 ซม. ไว้ก่อน








กลับมาอีกครั้งกับภาพสวยๆที่ทำให้อิ่มตา
อิ่มใจ
หลังจากที่หายไปนาน(ไม่ค่อยจะเข้ากับเนื้อหาที่เขียนเท่าไหร่ เลยขอเว้นวรรคไว้) วันนี้มากับภาพบรรยากาศในฤดูร้อน(ที่ไม่ค่อยจะตรงกับฤดูกาลในตอนนี้อีกแล้ว แม้นว่าฤดูหนาวนี้จะไม่หนาวเท่าที่เคยเป็นมาก็ตาม)
ของนางแบบหน้าใหม่ที่กำลังมีชื่อเสียงยิ่งขึ้นเรื่อยๆ Fujii Mina กับงานถ่ายโฆษณาและแฟชั่นตามหนังสือแฟชั่นวัยรุ่นต่าง สรุปง่ายๆเกี่ยวกับเธอในแบบผมก็คือ เธอคนนี้ East Meets West ครับ ได้น่ารักแบบเอเชีย(คิขุญี่ปุ่น) สูงยาวเข่าดีแบบฝรั่ง ตาคม ผมยาว ร่าเริง สดใส (โอ้ว..........พระเจ้าจอร์จ เธอน่ารักมั่กๆ)






ท้าี่ยสุด ขอขอบคุณเจ๊คิม เจ๊ปาร์ค และ'จารย์เทระชิตะ สำหรับช๊อคโกแลตมารยาท-義理チョコแม้ว่าจะรู้ว่าให้ตามมารยาท แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้น่ะครับ (ใจจริงอยากได้ช๊อคโกแลตจากใจ-本命チョコ มากกว่า และอยากได้จากสาวๆ มากกว่า สาวๆที่ให้มาอายุบวกกันหาร 3 แล้วยังมากกว่าอายุของผมอีกT_T)
แล้วในวันไวท์เดย์-white day (วันที่ 14 มีนาคม) จะหาของขวัญมาใช้คืนให้ครับ (กำ...ก็เพราะเนี่ยแหละทำให้ไม่อยากจะรับช๊อคโกแลตมารยาท).............
Let Love & Peace Rules
ผลก็คือ.........................................
(。TωT)/゚・:*【祝】*:・゚\(TωT。)
おめでとう
おめでとう
ผ่านครับ ผ่านแล้วครับ สอบระดับหนึ่งผ่านแล้วโว้ย (เฮ่อ ไม่เสียทีที่ทุ่มเทอ่านหนังสือ โดยที่ไม่ได้อ่านการ์ตูนเลย) แล้วยังได้คะแนนมากกว่าที่คาดไว้อีก เลยยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่เลย และไม่ลืมที่จะขอบคุณอาจารย์ท่านต่างๆ ที่เฝ้าเคี่ยวเข็ญผม(เป็นพิเศษ) จนเอาผมผ่านไปจนได้ ขอบคุณมากครับ どうも ありがとうございます。
เลยถืิิอโอกาสนี้ฉลองด้วยการทำอาหารสูตรพิเศษออริจินอลในสไตล์ผมที่ไปลักจำมาจากร้านขายข้าวหน้าเนื้อวัวโดยเฉพาะ-กิวดงเซนมงเท็น-牛丼専門店 ที่ชื่อว่าซันโบะ-サンボ ที่อาคิฮาบาระ (จริงๆแล้วไปเก็บข้อมูลมาเขียนบลอคน่ะครับ จะออกมาแบบไหนอดใจรออีกนิดครับ หลังผมสอบเข้าเรียนต่อกับสอบจบการศึกษาแล้ว)

นี่ไงครับภาพร้านซันโบะที่อาคิฮาบารา
อาหารนั้นคือข้าวกิวซาระ-牛皿เป็นอาหารที่คล้ายๆกับกิวดง(ข้าวหน้าเนื้อวัว)มากน่ะครับ แต่เป็นเวอร์ชั่นที่อัพเกรดขึ้นมาให้ไฮโซมากขึ้น (ร้านซันโบะขายกิวดงชามใหญ่อยู่ที่ี่ 500 เยน กิวซาระที่มีข้าวแยกมาต่างหากเป็นข้าวชามใหญ่เหมือนกันอยู่ที่ 650 เยน ตอนที่กิน สั่งซุปมิโสะไปด้วยอีก 50 เยน) และที่เรียกว่ากิวซาระก็เพราะว่าแยกข้าวกับเนื้อวัวและเครื่อง(ที่มีเพิ่มเข้ามาอีกเช่น เส้นบุก กับ เต้าหู้) ออกจากกัน โดยเอาเนื้อวัวและเครื่องมาแยกใส่จานอีกต่างหาก ถึงเรียกว่ากิวซาระ-牛皿(แปลเป็นไทยตรงๆคือจานเนื้อไงล่ะครับ บางท่านอาจจะสงสัยว่ามันต่างจากข้าวหน้าเนื้อ(หมูและวัว)อย่างไง คำตอบคือที่ขายที่ร้านซันโบะ แทบไม่แตกต่างเลยครับ แค่แยกเนื้อเครื่องออกจากข้าว แล้วเพิ่มเส้นบุกกับเต้าหู้แค่นั้น) โดยตัวผมเองได้ไปกินมาครับ แล้วติดใจในไอเดียการดัดแปลงข้าวหน้าเนื้อให้น่ากินมาขึ้นของทางร้านเค้า จึงลักจำเครื่องปรุงกับวิธีทำ(ที่พอเห็นจากโต๊ะนั่ง) แล้วนำมาดัดแปลงในแบบของผมน่ะครับ โดยที่กิวซาระของซันโบะนั่นค่อนข้างที่จะมีรสอ่อน เนื้อวัวและหัวหอมเหมือนจะแค่ลวกผ่านซุปเฉยๆ ไม่ได้ปรุงรสอะไรเป็นพิเศษ (ผมสังเกตจากที่หัวหอมค่อนข้างดิบแข็งอยู่และน้ำในจานค่อนข้างใส) อันเป็นจุดที่ผมนำมาดัดแปลงให้มีรสชาดที่ค่อนข้างจะเข้มข้นขึ้นในสไตล์สุกี้ยากี้ครับ (ที่จะแตกต่างไปจากข้าวหน้าเนื้อที่ผมเคยนำเสนอไปอยู่ค่อนข้างมาก ดูวิธีการทำข้าวหน้าเนื้อได้ที่ 新聞男 : มา(ลอง)ทำข้าวหน้าเนื้อหมูกันเถอะ + เจริญหูเจริญตา...Aragaki Yui)มาดูกันที่เครื่องปรุงที่ใช้เลยครับ สำหรับ 3 มื้อ ไว้กินคนเดียว(แสนเปลี่ยวจายตามเคย)

- หัวหอมเล็ก 2 ลูก ราคา 36 เยน (6 ลูก 108 เยน)
- เต้าหู้แข็งย่างที่เค้าเรียกว่าโมเมน-木綿(ที่แปลตรงๆว่าฝ้าย) ถ้าเป็นแบบนิ่มจะมีชื่อว่าคินุ-絹(แปลตรงๆก็คือไหม) 1 แพ็ค(300 กรัม) 48 เยน เอาแบบย่างเพราะว่าต้องการเนื้อเต้าหู้ที่แข็งขึ้นจากการย่าง ต้มแล้วไม่เละง่ายและได้กลิ่นหอมจากการย่างด้วย

เต้าหู้โมเมนย่าง

อันนี้เป็นแบบผูกเป็นมัดๆ(สวยดี) จะเอาแบบเป็นเส้นๆก็ได้น่ะครับ
- โชยุ 60 cc ตกประมาณ 22 เยน- เหล้าปรุงอาหาร 30 cc ตกประมาณ 11 เยน
- ผงซุปคอนบุ 1 ซอง ตกราคาประมาณ 9 เยน (1 กล่อง 12 ซอง 105 เยน)
- น้ำตาลก้อน 4 ก้อน ราวๆ 10 กรัม (ราว 1 ช้อนโต๊ะ) 5 เยน
- ค่าน้ำ ไฟฟ้า แก๊ส รวมไม่น่าเกิน 70 เยน
เมื่อหาเตรียมเรียบร้อยแล้ว ก็มาเริ่มการปรุงกันได้เลย
- ขั้นแรกคือการหั่นเตรียมเครื่องปรุงกันก่อนน่ะครับ โดยหั่นหัวหอมเป็นแว่นๆ และหั่นเนื้อวัวออกเป็นชิ้นเล็กๆลงประมาณ 1 ซม. ไว้ก่อน


- จุดไฟตั้งกระทะนำหัวหอมที่หั่นไว้มาลงผัดกับเหล้าปรุงอาหารสัก 20 cc ในไฟกลางสักพักให้อ่อนตัวเป็นสีใสและส่งกลิ่นหอม จากนั้นเติมน้ำเปล่าประมาณ 150 cc ลงไปในกระทะ ต้มต่อด้วยไฟแรงให้เดือดแล้วเทผงซุปคอมบุลงไปแล้วหรี่ไฟให้เหลือไฟอ่อน คนให้ละลายเข้าไปทั่ว


-
เมื่อเห็นว่าได้ที่แล้วก็เอาเนื้อวัวที่หั่นเตรียมไว้ ใส่ลงไปในกระทะ เติมโชยุสัก 1 ช้อนโต๊ะ (5 cc ) ผัดให้เนื้อวัวนั้นพอสุกโดยทั่วกัน แล้วปิดฝาครอบกระทะซะ ต้มแบบขลุกขลิกไปอีกสักครึ่งนาที ให้สุกทั่วดีมากขึ้นและน้ำเนื้อไหลออกมา



- จากนั้นดับไฟ ตักเนื้อวัวและหัวหอมขึ้นมาจากกระทะ ตั้งแยกไว้ต่างหาก ให้คงเหลือไว้แต่ส่วนที่เป็นน้ำซุป (ไม่ต้องถึงกับกรองให้เหลือแต่น้ำซุปก็ได้น่ะครับ เอาพอคร่าวๆก็ได้)




- แล้วตั้งไฟอีกครั้งด้วยไฟอ่อน เติมน้ำตาลลงไปประมาณ 10 กรัม (ผมใช้น้ำตาลก้อนน่ะครับ) คนให้ละลายเข้ากับซุป แล้วเติมโชยุอีกประมาณ 50 cc คนจนซุปข้นขึ้นสักเล็กน้อยก็ไ้ด้ที่แล้ว

-
จากนั้นทยอยเอาเส้นบุกและเต้าหู้แข็งย่างลงไปต้มในกระทะ จัดเรียงตำแหน่งการวางในกระทะให้ดีๆน่ะครับ เพื่อจะให้น้ำซุปซึมซาบเข้าไปทั่วถึง โดยเต้าหู้แข็งย่างนั้น ระวังอย่าไปคน ไปกระแทก ไปยุ่งกับมัน จนไม่เป็นทรงสี่เหลี่ยม(เดี๋ยวไม่สวย กลายเป็นเต้าหู้ต้มเละๆไป) แล้วเทเหล้่าปรุงอาหาร 10 cc ลงไปให้ทั่วทั้งกระทะ จากนั้นรีบปิดฝากระทะ (เพื่อให้ความหอมจากเหล้าปรุงอาหาร ไม่หนีหายไปไหน) ปล่อยต้มทิ้งไว้จนเส้นบุกและเต้าหู้ดูดน้ำซุปไว้อย่างเต็มที่จนเปลี่ยนสีไป แล้วดับไฟ

- ค่อยๆเอาเครื่องที่ต้มแล้ว มาจัดใส่จานให้เรียบร้อยสวยงาม โดยเอาเส้นหัวบุกอยู่ด้านล่าง เต้าหู้แข็งย่างไว้ด้านข้างๆ(ระวังอย่าให้เต้าหู้เละ ผมใช้ช้อน-ส้อมค่อยๆตักออกมาจากกระทะอย่างปราณีตมากครับ) จากนั้นเอาเนื้อวัวกับหัวหอมที่ทำพักไว้แล้วมาจัดใส่วางบนเส้นหัวบุก แล้วตบท้ายด้วยการราดน้ำซุปที่ใช้ในการต้มเ้ส้นหัวบุกกับเต้าหู้เมื่อกี้ลงไป เป็นอันได้กิวซาระ สูตร(ดัดแปลง แต่เป็น)ออริจินอลของผม ที่เพิ่มความเข้มข้นขึ้น บวกกับการทำออกมาในสไตล์สุกี้ยากี้



เมื่อมาเข้าชุดกับข้าวสวยร้อนๆ(ทีเ่พิ่งหุงเสร็จหมาดๆ) กับ ซุปมิโสะ(ที่เหลือจากเมื่อวาน) ก็กลายเป็นอาหารชุดสุดแสนหรูหราตามประสาคนยาก ที่นอกจากจะเพลิดเพลินกับรสเข้มข้นของเนื้อวัวกับหัวหอม แล้วยังมีรสสัมผัสกรอบกรุ๊มๆของเส้นบุกที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป และรสสัมผัสอันอ่อนนุ่มละเมียดละไม บวกกับกลิ่นหอมของเต้าหู้ย่าง ในราคาแสนย่อมเยาว์คือทั้งหมด 547 เยน หารต่อมื้อก็ตกมื้อละราวๆ 183 เยน(ยังไม่รวมข้าวสวยน่ะครับ เช่นเดิมครับ ถ้าข้าวหุงเองราคาก็ไม่น่าเกินถ้วยละ 60 เยน ) เบ็ดเสร็จอยู่ที่ราวๆ 243 เยนครับ ห้ามพลาดในการลองทำกินดูน่ะครับ



เมื่อมาเข้าชุดกับข้าวสวยร้อนๆ(ทีเ่พิ่งหุงเสร็จหมาดๆ) กับ ซุปมิโสะ(ที่เหลือจากเมื่อวาน) ก็กลายเป็นอาหารชุดสุดแสนหรูหราตามประสาคนยาก ที่นอกจากจะเพลิดเพลินกับรสเข้มข้นของเนื้อวัวกับหัวหอม แล้วยังมีรสสัมผัสกรอบกรุ๊มๆของเส้นบุกที่ชุ่มไปด้วยน้ำซุป และรสสัมผัสอันอ่อนนุ่มละเมียดละไม บวกกับกลิ่นหอมของเต้าหู้ย่าง ในราคาแสนย่อมเยาว์คือทั้งหมด 547 เยน หารต่อมื้อก็ตกมื้อละราวๆ 183 เยน(ยังไม่รวมข้าวสวยน่ะครับ เช่นเดิมครับ ถ้าข้าวหุงเองราคาก็ไม่น่าเกินถ้วยละ 60 เยน ) เบ็ดเสร็จอยู่ที่ราวๆ 243 เยนครับ ห้ามพลาดในการลองทำกินดูน่ะครับ







ท้าี่ยสุด ขอขอบคุณเจ๊คิม เจ๊ปาร์ค และ'จารย์เทระชิตะ สำหรับช๊อคโกแลตมารยาท-義理チョコแม้ว่าจะรู้ว่าให้ตามมารยาท แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้น่ะครับ (ใจจริงอยากได้ช๊อคโกแลตจากใจ-本命チョコ มากกว่า และอยากได้จากสาวๆ มากกว่า สาวๆที่ให้มาอายุบวกกันหาร 3 แล้วยังมากกว่าอายุของผมอีกT_T)
Let Love & Peace Rules